24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 9 มกราคม 2569
>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ย่านบางกระดี่ซอย 1 เสียหายวอดหมดทั้งห้อง
09.10 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ เลขที่ 71/1 ซอยบางกระดี่ 1 แยก 1 ถนนพระรามที่ 2 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยวคอนกรีต 2 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นบน ภายในห้องนอน เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งห้อง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 8 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากเพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งห้อง ที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย เป็นเพศชาย อายุประมาณ 78 ปี ได้รับบาดเจ็บจากการถูกไฟลวกที่ข้อมือข้างขวา อาสาสมัครนำส่งโรงพยาบาล พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางขุนเทียน
>> นายกฯ นั่งหัวโต๊ะ ยกระดับฐานข้อมูล-ระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงิน เพิ่มประสิทธิภาพการสกัดกั้นการไหลเข้าออกของเงินทุน
10.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินเพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย (คณะอนุกรรมการฯ) ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุม ชั้น 20 อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง
นายกฯ ระบุว่า การประชุมวันนี้เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานระบบ Data Bureau ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงข้อมูลการเงินของประเทศไทย เพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบเส้นทางการเงินและสกัดกั้นเงินสีเทา โดยใช้เทคโนโลยีในการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินระหว่างหน่วยงานต่างๆ แบบเรียลไทม์ เพื่อป้องกันการฟอกเงินได้อย่างทันท่วงที
โอกาสนี้ นายกฯ สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งยกระดับการจัดเก็บรวบรวมข้อมูลรายธุรกรรมและเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน เพื่อนำไปใช้ติดตามตรวจสอบพฤติกรรมและเส้นทางการดำเนินธุรกรรมได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและทันท่วงที ยกระดับการป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการฟอกเงินอย่างเป็นรูปธรรม
>> กอ.รมน.กทม.ลุยจัดระเบียบ แก้ปัญหาขายดอกไม้รุกล้ำหน้าศาลหลักเมือง กีดขวางการจราจร เตือนประชาชนอย่าหลงซื้อ
11.58 น. พล.ท.เพชรเอก อินทรทัต รอง ผอ.รมน.กทม ได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกรุงเทพมหานคร (กอ.รมน.กทม.) ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีมีประชาชนร้องเรียนเรื่องการขายดอกไม้บริเวณด้านหน้าศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร ถนนหลักเมือง แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร
จากการตรวจสอบพบว่า มีบุคคลเข้ามาจำหน่ายดอกไม้บริเวณหน้าศาลหลักเมืองจริง โดยมีพฤติกรรมยื่นหรือยัดดอกไม้ให้กับประชาชนที่เดินทางมากราบไหว้สักการะ รวมถึงมีการชี้นำและเรียกร้องค่าใช้จ่าย อีกทั้งบางกรณียังพบการกีดขวางการจอดรถ สร้างความไม่สะดวกแก่ผู้มาสักการะและนักท่องเที่ยว
ทั้งนี้ กอ.รมน.กทม. ขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่เดินทางมากราบไหว้ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร ทราบว่า สามารถบูชาดอกไม้และเครื่องสักการะได้จากจุดจำหน่ายด้านในศาลหลักเมือง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่จัดไว้โดยถูกต้อง เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยและหลีกเลี่ยงการถูกรบกวนจากการค้าขายที่ไม่เหมาะสม
>> บุกทลายแหล่งซุกซ่อนแก๊สหัวเราะ ตัดวงจรก่อนจำหน่ายถึงมือชาวบ้าน
12.59 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย พร้อมยึดของกลาง แก๊สหัวเราะ รวมจำนวน 204 กระบอก คิดเป็นมูลค่ากว่า 4 แสนบาท หลังเข้าตรวจค้นภายใน ซ.จันทน์ 40 เขตบางคอแหลม และ ห้องเช่าอพาร์ทเม้นท์ในพื้นที่ ซอยอินทามระ 9 กรุงเทพมหานคร
พฤติการณ์ บก.ปอศ.มีการสืบสวนหาแหล่งที่เก็บซุกซ่อนแก๊สไนตรัสออกไซด์ เพื่อเป็นการตัดวงจร ยับยั้งการที่นำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์จะมีผลกระทบต่อระบบประสาทและสมอง ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้
ก่อนจับกุมตำรวจมีข้อมูลว่า มีผู้ลักลอบนำสินค้าประเภทแก๊สหัวเราะ หรือแก๊สไนตรัสออกไซด์ มาเก็บซุกซ่อนไว้ เพื่อรอจำหน่าย ขายปลีกทางออนไลน์ โดยจะจ้างวานให้ไรเดอร์กระจายสินค้าไปยังสถานที่ต่างๆ ทั่วกรุงเทพมหานคร
หลังเข้าตรวจค้นสถานที่ต้องสงสัยทั้ง 2 จุด จนสามารถตรวจยึดของกลางเป็นแก๊สหัวเราะ ที่มีแหล่งกำเนิดจากต่างประเทศ มูลค่ากว่า 4 แสนบาท โดยนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> ผบ.ตร. ย้ำคดีสินบนทองทำตามกฎหมาย ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ชี้ไม่ผิดไม่ต้องหนี ลั่นไม่ซุกปัญหาใต้พรม
13.20 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยันการดำเนินคดีสินบนทองคำที่เชื่อมโยงอดีตรอง ผบ.ตร. และกรรมการ ป.ป.ช. เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมายทุกประการ ตั้งแต่ตั้งคณะสืบสวน รวบรวมพยานหลักฐานอย่างรอบคอบ ก่อนกล่าวโทษและส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. ภายในกรอบเวลา 30 วัน ย้ำไม่มีการแย่งสำนวนหรือกระทำการใดที่ขัดรัฐธรรมนูญ หากฝ่ายใดเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถใช้สิทธิร้องเรียนตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนดได้
ผบ.ตร. ระบุด้วยว่า หากผู้ถูกกล่าวหาบริสุทธิ์ไม่จำเป็นต้องหลบหนี ควรเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่หากหลบหนีจริง ตำรวจก็พร้อมดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมยอมรับกระแสวิจารณ์ข่าวฉาวนายพลและปัญหาวงการตำรวจว่าเป็นเรื่องที่มีมานาน ทว่าในฐานะผู้นำองค์กรจำเป็นต้องแก้ไขอย่างตรงไปตรงมา แม้กระทบภาพลักษณ์บ้างก็ยังดีกว่าปล่อยให้ปัญหาถูกซุกไว้ใต้พรม พร้อมย้ำไม่ควรเหมารวม เพราะตำรวจส่วนใหญ่ยังคงทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ต่อประชาชน
>> จ.ภูเก็ต รถจักรยานยนต์ชนกับรถกระบะ กลางถนนเจ้าฟ้าตะวันตก หนุ่มผู้ขับขี่เจ็บสาหัส ก่อนไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล
15.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วิชิต รับแจ้งว่า เกิดอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ ชนกับรถกระบะ และมีผู้บาดเจ็บอาการสาหัส บนถนนเจ้าฟ้าตะวันตก ใกล้เคียงโรงพยาบาลดีบุก ในพื้นที่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ สีดำ สภาพพังเสียหายทั้งคัน ใกล้กันพบรถกระบะ โตโยต้า สีทอง สภาพข้างรถฝั่งซ้าย มีร่องรอยการชนได้รับความเสียหาย ตรวจสอบพบว่าชาย 1 ราย เป็นผู้ขับขี่รถบิ๊กไบค์ ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส ทางเจ้าหน้าที่อาสากู้ชีพ - กู้ภัยเร่งช่วยเหลือปั๊มหัวใจและนำส่งโรงพยาบาล ต่อมารับแจ้งว่าผู้บาดเจ็บได้เสียชีวิตแล้ว ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วิชิต
>> ศาลปกครองสูงสุด ยกฟ้อง ‘ผบ.ตร.-ก.พ.ค.ตร.-นายกฯ’ คดีสั่งให้ ‘สุรเชษฐ์’ ออกจากราชการ ชี้คำสั่งชอบด้วยกฎหมาย
15.20 น. ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษายกฟ้อง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) และ นายกรัฐมนตรี ในคดีที่มีคำสั่งให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีต รอง ผบ.ตร. ออกจากราชการไว้ก่อน
ศาลระบุว่า คำสั่งดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบ ก.ตร. ที่ให้อำนาจไว้ โดยมีมูลเหตุจากการที่ผู้ฟ้องคดีเป็นข้าราชการตำรวจระดับสูงถูกกล่าวหาคดีร้ายแรง จน ศาลอาญา ออกหมายจับ ซึ่งไม่ใช่ความผิดลหุโทษหรือเกิดจากความประมาท
ศาลเห็นว่า การใช้อำนาจของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ในฐานะรักษาการ ผบ.ตร. เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย และคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนดังกล่าว ไม่ได้ก่อให้เกิดความได้เปรียบในการคัดเลือกตำแหน่ง เนื่องจากกระบวนการแต่งตั้งยังต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการตำรวจแห่งชาติด้านคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถ และความประพฤติ
ด้วยเหตุนี้ ศาลปกครองสูงสุดจึงมีคำสั่งยกฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามรายทั้งหมด
>> รวบหนึ่งในแก๊ง 18 มงกุฎ ปล้นทรัพย์หนุ่มจีนกลางกรุง เสียหาย 2 ล้านบาท
15.23 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ร่วมกันจับกุม นายจอ (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี ฐาน“ปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธ ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดๆ ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย” โดบบุกจับกุมได้บริเวณหน้าบ้านเช่าแห่งหนึ่ง อ.เมือง จ.สมุทรสาคร
สืบเนื่องจากผู้เสียหายสัญชาติจีน ถูกเพื่อนชาวเวียดนามชักชวนไปที่โรงแรมที่เกิดเหตุ อ้างว่าเพื่อพูดคุยเรื่องธุรกิจ ต่อมาเมื่อผู้เสียหายเข้าไปในห้องที่นัดหมาย ได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 5-6 คน ถีบประตูเข้ามาและใช้อาวุธปืนจี้ผู้เสียหาย จากนั้นกลุ่มผู้ต้องหาได้หยิบเอากระเป๋าของผู้เสียหายซึ่งมีเงินสดอยู่ประมาณ 2,000,000 บาท พร้อมกับโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหาย ก่อนหลบหนีไป ต่อมาผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สน.ลาดพร้าว
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนจนทราบว่านายจอ หนึ่งในกลุ่มผู้ต้องหาที่ทำการปล้นทรัพย์ดังกล่าว ได้หลบหนีมาพักอาศัยอยู่ที่บ้านเช่าในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร เมื่อพบผู้ต้องหาจึงทำการจับกุม พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา และสิทธิตามกฎหมายให้ผู้ต้องหาทราบ และนำตัวส่งไปยัง สน.ลาดพร้าว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> สืบนครบาล จับหนุ่มอายุ 40 เพิ่งพ้นโทษ คาด่านฯ หลังลักลอบขนยาบ้านับล้านเม็ด มุ่งสู่ภาคตะวันออก
16.37 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บก.สส.บช.น.) พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. และ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ร่วมกันแถลงจับกุม ผู้ต้องหาชาย อายุ 40 ปี พร้อมของกลางยาบ้า ประมาณ 1,000,000 เม็ด, รถนั่งสวนบุคคล 1 คัน และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง โดยจับกุมได้ที่บริเวณหน้าด่านเก็บเงิน ด่านลาดกระบัง (ขาออก) ถนนหมายเลข 7 อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ
สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่มีการสืบสวนติดตามเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่ กทม. อย่างต่อเนื่อง จนทราบว่ามีการลักลอบขนยาเสพติดจากหลายจังหวัดผ่านมาที่ภาคกลางพื้นที่ กทม. เพื่อส่งไปยังจังหวัดภาคตะวันออก โดยใช้รถยนต์สีดำ กระทั่งวันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา เวลา 21.00 น.พบรถยนต์ต้องสงสัยคันดังกล่าวขับออกจากซอยนวมินทร์ 75 มุ่งหน้าไปยัง รอยต่อ จ.ราชบุรี และเพชรบุรี โดยปลายทางไป จ.ระยอง กระทั่งมาถึงบริเวณหน้าด่านเก็บเงิน ด่านลาดกระบัง จ.สมุทรปราการ จึงสกัดให้รถยนต์คันดังกล่าวหยุดรถ และขอตรวจค้น พบผู้ต้องหาขับขี่มาเพียงคนเดียว จากการตรวจค้นในรถพบของกลางยาบ้าดังกล่าวบรรจุอยู่ในกระสอบซุกซ่อนไว้ด้านท้ายรถ
สอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่า ได้มีผู้ว่าจ้างที่อยู่ภาคตะวันออกจ้างไปรับยาจาก จ.ราชบุรี โดยได้ค่าจ้างครั้งนี้ 120,000 บาท และรับว่าทำมาทั้งหมด 10 ครั้งมากบ้างน้อยบ้าง ส่วนยาเสพติดล็อต นี้ ปั๊มตรา Y1 เป็นวายหางยาว เชื่อว่ามาจากทางภาคอีสาน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาว่า จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท1 ( เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย
จากการตรวจสอบประวัติ ผู้ต้องพบมีประวัติคดีอาญา 4 คดี ในความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติด และเพิ่งพ้นโทษออกมาเมื่อปี พ.ศ.2568 จึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางนำสงพนักงานสอบสวน บช.ปส. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> กสทช. ร่วมกับ ตำรวจไซเบอร์ ลุยตัดสายอินเทอร์เน็ต ชายแดนแม่สอด หลังพบลอบส่งสัญญาณไปชเวก๊กโก
17.56 น. พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผู้บัญชาการ สอท. สั่งการให้ พ.ต.ท.วีระพล กันธวงศ์ รองผู้กำกับการ 2 กองบังคับการ สอท.4 พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง นำหมายค้นศาลจังหวัดแม่สอดเข้าตรวจสอบ 2 จุด บริเวณริมชายแดน ต.วาเล่ย์ อ.พบพระ จ.ตาก และบริเวณริมชายแดน ต.แม่กาษา อ.แม่สอด จ.ตาก หลังพบลักลอบลากสายเคเบิลข้ามแดนเพื่อส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตไปให้บริการในฝั่งประเทศเมียนมา โดยจุดที่ตรวจพบอยู่ตรงข้ามกับเมืองชเวก๊กโก เจ้าหน้าที่จึงร่วมกันตัดสายเคเบิลดังกล่าว
นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกันตรวจยึดสายเคเบิ้ล ในจุดที่ 2 ต.แม่กาษา อ.แม่สอด จ.ตาก เป็นสายไฟเบอร์ออฟติกยาว 30 เมตร จำนวน 1 ม้วน และ Optic encloser จำนวน 1 กล่อง เพื่อตรวจยึดเป็นของกลางส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย และเร่งติดตามตัวผู้ลักลอบกระทำผิดกรณีดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> รถนั่งส่วนบุคคลชนกับรถจักรยานไฟฟ้า หญิงวัย 73 ปีเสียชีวิต
18.20 น. รับแจ้งจากศูนย์สั่งการจังหวัดเพชรบูรณ์ มีอุบัติเหตุ รถนั่งส่วนบุคคลชนกับรถจักรยานไฟฟ้า และมีผู้บาดเจ็บสาหัส ถนนหมายเลข 2275 บริเวณแยกทางเข้าวัดทุ่งหินปูน ต.น้ำร้อน อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์
ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล ฮอนด้า สีดำ ป้ายทะเบียน เพชรบูรณ์ ลักษณะชนกับรถจักรยานไฟฟ้า สีแดง ตรวจสอบพบว่ามีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นผู้หญิง อายุ 73 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเพชรบูรณ์
>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ย่านประชาชื่นซอย 6 เสียหายวอดทั้งหลัง
21.48 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยประชาชื่น 6 ถนนประชาชื่น แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็น บ้านเดี่ยวครึ่งตึกครึ่งไม้ 2 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นล่าง ภายในโรงจอดรถ เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งหลัง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 200 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่ปลั๊กไฟติดผนังที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย เป็นเพศชาย อายุประมาณ 40 ปี ได้รับบาดเจ็บจากการถูกไฟลวกที่แขนและมือขวา อาสาสมัครปฐมพยาบาลในที่เกิดเหตุไม่ประสงค์ไปโรงพยาบาล พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางโพ
>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา
22.47 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 1.8 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ประมาณ 103 กม. ยังไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย
>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยกรุงเทพกรีฑา 37 เสียหายวอดทั้งหลัง
23.52 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยกรุงเทพกรีฑา 37 แยก 8 ถนนกรุงเทพกรีฑา แขวงทับช้าง เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวหลังคาสังกะสี ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ภายในบ้าน เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งหลัง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 30 ตารางวา รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากทิ้งก้นบุหรี่ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยหัวหมาก
>> อุบัติเหตุหมู่ รถชนกันหลายคัน ถนนกาญจนาภิเษก เยื้องๆ ทางเข้าวัดลาดปลาดุก มีผู้เสียชีวิต 2 ราย จ.นนทบุรี
01.13 น. รับแจ้งจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีอุบัติเหตุ รถนั่งส่วนบุคคล 4 คันและรถจักรยานยนต์ 1 คันชนกันซ้ำซ้อน มีผู้เสียชีวิต 2 รายยังติดค้างในยานพาหนะ ถนนกาญจนาภิเษก ใกล้เคียงหมู่บ้าน ป.ผาสุขฯ บางบัวทอง ในพื้นที่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี
ที่เกิดเหตุ พบรถตู้ โตโยต้า สีขาว ป้ายทะเบียน กทม., รถแท็กซี่ สีเหลือง-แดง ป้ายทะเบียน กทม., รถกระบะ โตโยต้า สีขาว ป้ายทะเบียน กทม., รถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า ฟีลาโน่ สีเทา ยังไม่พบป้ายทะเบียน และ รถนั่งส่วนบุคคล โตโยต้า สีเขียว ป้ายทะเบียน สระบุรี ในคันนี้พบร่างของผู้เสียชีวิต เป็นผู้ชาย 2 ราย อายุประมาณ 30 - 40 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบัวทอง