หน้าแรก > ข่าวจราจร

ซิ่งไม่คุ้ม! รถถูกริบจริง ศาลสั่งริบรถ - สั่งจำคุก - สั่งปรับ และเพิกถอนใบขับขี่ ศูนย์บริหารงานจราจร ตร. เตือนเป็นอุทาหรณ์ผู้ใช้รถใช้ถนน

วันที่ 10 มกราคม 2569 เวลา 01:52


ซิ่งไม่คุ้ม! รถถูกริบจริง ศาลสั่งริบรถ - สั่งจำคุก - สั่งปรับ และเพิกถอนใบขับขี่ ศูนย์บริหารงานจราจร ตร. เตือนเป็นอุทาหรณ์ผู้ใช้รถใช้ถนน

(9 มกราคม 2569) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ / ผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามนโยบายที่ได้กำชับให้เข้มงวดกวดขันการกระทำผิดกฎหมายจราจร โดยเฉพาะพฤติกรรมที่เป็นสาเหตุสำคัญของอุบัติเหตุทางถนน เช่น การขับขี่โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น และการแข่งรถในทาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้ตำรวจจราจรบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและลดการสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

ทั้งนี้ ศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต–ทางพิเศษ กก.2 บก.จร. โดยชุดเฝ้าระวังสื่อโซเชียลมีเดีย (ชุดดวงตาอัศวิน) ได้นำเทคโนโลยีมาตรวจสอบพฤติกรรมการกระทำผิดจากสื่อสังคมออนไลน์และกล้อง CCTV ในพื้นที่ จนนำไปสู่การจับกุมและดำเนินคดีตามกฎหมาย จำนวน 2 กรณีสำคัญ ดังนี้

กรณีที่ 1
เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 ชายอายุ 31 ปี ขับรถยนต์จากถนนงามวงศ์วาน บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มุ่งหน้าเข้าสู่ถนนวิภาวดีรังสิต (ขาเข้า) โดยฝ่าฝืนเครื่องหมายจราจร เลี้ยวขวาสวนทิศทาง และขับสวนทางต่อเนื่องเข้าไปในช่องทางหลัก ก่อนจอดกีดขวางการจราจรในช่วงเวลากลางคืน ซึ่งมีทัศนวิสัยจำกัดและมีรถสัญจรจำนวนมาก เป็นการขับรถโดยประมาท น่าหวาดเสียว และเสี่ยงต่ออันตรายอย่างร้ายแรง
ต่อมาเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 ศาลแขวงดอนเมืองมีคำพิพากษา จำคุก 3 เดือน ปรับ 6,000 บาท รอการลงโทษจำคุก 2 ปี คุมประพฤติ 1 ปี บริการสังคม 24 ชั่วโมง เพิกถอนใบอนุญาตขับรถ และริบรถของกลาง

กรณีที่ 2
เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2569 ชายอายุ 27 ปี ขับขี่รถจักรยานยนต์บนถนนวิภาวดีรังสิต (ขาเข้า) บริเวณหน้าโรงพยาบาลวิภาวดี โดยขับขี่ในลักษณะยั่วยุ เบิ้ลเครื่อง ชะลอและเร่งความเร็วสลับกันหลายครั้ง พร้อมแสดงกิริยาไม่สุภาพต่อผู้ใช้รถรายอื่น ซึ่งอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุและเป็นอันตรายต่อสาธารณะ
ต่อมาเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 ศาลแขวงพระนครเหนือมีคำพิพากษา จำคุก 2 เดือน ปรับ 4,000 บาท รอการลงโทษจำคุก 2 ปี และริบรถจักรยานยนต์ของกลาง

ทั้งนี้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา กล่าวเพิ่มเติมว่า การนำเทคโนโลยีมาใช้ตรวจสอบการกระทำผิดช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย และบทลงโทษดังกล่าวถือเป็นบทเรียนสำคัญแก่ผู้ที่ยังขับขี่ด้วยความคึกคะนอง พร้อมย้ำว่าผู้ฝ่าฝืนกฎหมายจราจรจะถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด ทั้งจับ ปรับ และริบรถ เพื่อความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ

ด้าน พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานฝ่ายเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร ศจร.ตร. กล่าวว่า การลดอุบัติเหตุทางถนนเป็นหน้าที่ร่วมกันของทุกคน ขอให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเคารพกฎหมายและขับขี่ด้วยความระมัดระวัง โดยการบังคับใช้กฎหมายของตำรวจมีเป้าหมายเพื่อความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ หากต้องการสอบถามข้อมูลการจราจรหรือขอความช่วยเหลือ สามารถติดต่อสายด่วน 1197 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

 

 

 

 

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม