24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 28 ธันวาคม 2568
>> สาวทะเลาะแฟนต่างชาติ ตกจากห้องบนคอนโดชั้น 25 ร่วงลงสระน้ำ บาดเจ็บสาหัส
07.06 น. ศูนย์วิทยุกู้ภัยสว่างบริบูรณ์พัทยา รับแจ้งเหตุระทึกขวัญมีคนตกจากที่สูง บริเวณคอนโดมิเนียมหรูริมถนนสาย 3 พัทยาใต้ ในที่เกิดเหตุบริเวณขอบสระว่ายน้ำ พบร่างของ หญิงไทย วัย 26 ปี ชาวจังหวัดอุดรธานี อยู่ในสภาพเปียกโชก ได้รับบาดเจ็บสาหัส มีเลือดออกทางปากและจมูก เจ้าหน้าที่ต้องรีบปฐมพยาบาลและนำส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน
สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้บาดเจ็บพักอยู่กับสามีชาวต่างชาติที่ห้องพักบนชั้น 25 ก่อนเกิดเหตุมีพยานระบุว่าทั้งคู่มีปากเสียงกันอย่างรุนแรง จากนั้นฝ่ายหญิงได้พลัดตกลงมาจากระเบียงห้องพัก ซึ่งนับว่าดวงยังไม่ถึงฆาต เพราะแรงลมพัดให้ร่างปลิวไปตกลงในสระน้ำของคอนโดฯ พอดี ทำให้ช่วยลดแรงกระแทกได้บ้าง แต่ด้วยความสูงที่มากถึง 25 ชั้น จึงทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ได้เข้าตรวจสอบห้องพักที่เกิดเหตุและคุมตัวสามีชาวต่างชาติมาสอบสวนอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงว่าเป็นการกระโดดลงมาเองหรือมีผู้อื่นทำให้ตกลงมากันแน่
>> จ.สระแก้ว เร่งตรวจสอบ - เก็บกู้วัตถุระเบิดตกค้าง "อ.ตาพระยา"
09.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ภายใต้อำนวยการของ นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว โดยนายสุนทร มูเนาวาเราะ นายอำเภอตาพระยา มอบหมายให้ปลัดอำเภอ และสมาชิก อส.ร้อย.อส.อ.ตาพระยา 4 ร่วมกับ ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) จากกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 12 ,ทหารชุดชป.กร.101 กองกำลังบูรพา และผู้เกี่ยวข้างในพื้นที่ ร่วมกันดำเนินการตรวจสอบและเกฺ็บกู้วัตถุระเบิดที่ตกค้างในพื้นที่อำเภอตาพระยา อันเนื่องมาจากสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา เพื่อเตรียมการรองรับประชาชนที่อพยพออกจากพื้นที่ให้สามารถกลับเข้ามาพักอาศัยในบ้านเรือนและใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปลอดภัย ผลการปฏิบัติงานสามารถทำลายและเก็บกู้วัตถุระเบิดในพื้นที่อำเภอตาพระยาได้ครบถ้วนแล้ว
ด้าน กกล.บูรพา และจังหวัดสระแก้ว ได้หารือกำหนดแนวทางการอพยพประชาชน ใน 4 อำเภอ ชายแดน จ.สระแก้ว กลับเข้าที่พักอาศัยของตน ภายหลังสถานการณ์คลี่คลาย โดยคำนึงถึงบริบทพื้นที่และความปลอดภัยเป็นสำคัญ “โดยสามารถกลับเข้าพื้นที่พักอาศัยของตนได้ ตั้งแต่ 31 ธ.ค.68 เป็นต้นไป”
ยกเว้น 4 หมู่บ้าน คือ บ้านคลองแผง, บ้านตาพระยา, บ้านหนองหญ้าแก้ว และบ้านหนองจาน เพื่อให้ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) ลงพื้นที่ตรวจสอบและเคลียร์พื้นที่ก่อนประชาชนเดินทางกลับ โดยจะแจ้งให้ทราบห้วงต่อไป
>> รถซาเล้งเฉี่ยวชนกับรถกระบะ คนขับร่างกระเด็น รถบรรทุกขับตามเบรกไม่ทันทับซ้ำ เสียชีวิต
09.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ รับแจ้งมีอุบัติเหตุ รถบรรทุกชนรถซาเล้ง และมีผู้เสียชีวิต บริเวณถนนรังสิต - ปทุมธานี หน้าหมู่บ้านรัตนโกสินทร์ 200 ปี มุ่งหน้าขาออก ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
ที่เกิดเหตุ พบรถบรรทุกสิบล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีฟ้า หมายเลขทะเบียน เพชรบุรี จอดอยู่ข้างทาง และห่างออกไป พบรถสามล้อพ่วง (ซาเล้ง) สีแดง สภาพพลิกหงายท้องล้อชี้ฟ้า พบอุปกรณ์ต่างๆ ของผู้ขับขี่รถซาเล้งกระจัดกระจายเกลื่อนถนนและไม้เท้าคนพิการ 1 คู่ตกที่เกิดเหตุ ตรวจสอบ พบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นผู้ชาย อายุประมาณ 50 - 60 ปีไม่พบเอกสารทางราชการ
สอบถาม คนขับรถบรรทุก เล่าว่า กำลังขับรถบรรทุกมุ่งหน้าไปส่งที่สระบุรี เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ พบเห็นรถกระบะ ยี่ห้ออีซุซูสีดำ ไม่ทราบแผ่นป้ายทะเบียน ขับเบียดรถซาเล้งคันเสียชีวิตพลิกคว่ำ คนกระเด็นเข้าด้านหน้ารถบรรทุก ตนเองเบรค แต่ไม่ทัน ทำให้ชนเข้ากับผู้เสียชีวิต
พนักงาน ตำรวจสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬา จึงได้ถ่ายรูปที่เกิดเหตุเป็นหลักฐาน ก่อนนำตัวคนขับรถบรรทุกไปสอบสวนเพิ่มเติม และไล่กล้องวงจรปิด เพื่อติดตามรถกระบะคันดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
>> รวบหนุ่มใหญ่ทุบตู้บริจาควัดดังฯ หลบหนีนาน 2 เดือน อ้างเอาเงินไปใช้จ่าย
11.29 น. พล.ต.ต.ชัยกฤต โพธิ์อ๊ะ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.สำราญราษฎร์
ร่วมกันจับกุมตัว ชายไทย อายุ 54 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาฯ ลง 22 ต.ค. 2568 ข้อหา “ลักทรัพย์โดยการทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์ ในสถานที่บูชาสาธารณะ” สถานที่จับกุม บริเวณภายในลานจอดรถ ประปาแม้นศรี แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม.
สืบเนื่องจากกรณีเกิดเหตุลักทรัพย์ตู้บริจาคเงินทำบุญ ภายในพระวิหาร วัดมหรรณพาราม แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เมื่อเวลาประมาณ 07.40 น.วันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา มีคนร้ายเป็นชายไม่ทราบชื่อ ผิวคล้ำ อายุประมาณ 50 ปีผมสั้น สวมเสื้อสีเทา นุ่งกางเกงขายาวสีดำ บุกขึ้นมาบนพระวิหารและยกตู้บริจาคเงินทำบุญไปยังบริเวณด้านหลังเจดีย์เก็บอัฐิ ทางเข้าคณะ 4 จากตรวจสอบบริเวณโดยรอบพบตู้บริจาคเงินทำบุญถูกทุบแตกและมีร่องรอยการลักทรัพย์อยู่ด้านหลังเจดีย์ จึงบันทึกรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อออกหมายจับผู้ก่อเหตุ
จากนั้นเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.สำราญราษฎร์ ได้ติดตามตัวนานกว่า 2 เดือน กระทั่งพบเบาะแสว่า ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ได้หลบหนีมาปรากฏตัวที่บริเวณลานจอดรถ ประปาแม้นศรี เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย จึงลงพื้นที่ตรวจสอบพบชายไทยมีลักษณะตรงตามตำหนิรูปพรรณและสำเนาภาพวงจรปิด เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมไว้ได้
สอบสวน ผู้ก่อเหตุให้การว่า เป็นบุคคลเดียวกันกับหมายจับและสำเนาภาพถ่าย โดยลงมือก่อเหตุลักทรัพย์จริงเพื่อต้องการเงินมาใช้จ่าย เบื้องต้นควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนสน.สำราญราษฎร์ ดำเนินคดีตามกฎหมาย
>> บขส.หมอชิต แจ้งยอดเดินทาง เมื่อวานนี้ กว่า 1.36 แสนคน เคลียร์พื้นที่ได้ภายในเที่ยงคืน
11.50 น. นายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยว่า เมื่อเย็นวานนี้ (27 ธ.ค. 68) ได้ลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยในการอำนวยความสะดวกประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2569 ณ บริเวณชานชาลา 1 และ 2 สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) หรือหมอชิต 2 พร้อมได้กำชับพนักงานทุกคนต้องให้บริการผู้โดยสารด้วยรอยยิ้ม เพื่อสร้างความประทับใจ รวมทั้งเน้นย้ำผู้ประกอบการทุกรายจัดการเดินรถให้เพียงพอและบริหารเวลารถเข้า-ออกให้อยู่ภายในเวลาที่กำหนด เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย มีรถโดยสารเพียงพอและไม่มีผู้โดยสารตกค้าง
สำหรับข้อมูลการเดินรถเมื่อวานนี้ มีผู้โดยสารเดินทางออกจากกรุงเทพฯ เที่ยวไป จำนวน 83,764 คน เที่ยวกลับ จำนวน 53,217 คน รวมทั้งสิ้น 136,981 คน ใช้รถโดยสาร (รถ บขส. และรถร่วมฯ) เที่ยวไป จำนวน 3,827 เที่ยว เที่ยวกลับ จำนวน 3,680 เที่ยว รวมทั้งสิ้น 7,507 เที่ยว ทั้งนี้ บขส. สามารถบริหารจัดการเดินรถได้เรียบร้อย และส่งผู้โดยสารออกจากสถานีขนส่งฯ หมอชิต 2 ภายในเวลา 24.00 น.
ส่วนวันนี้ (28 ธ.ค. 68) คาดว่าจะมีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยว อย่างต่อเนื่องในเที่ยวไป – กลับ ประมาณ 100,000 – 120,000 คน ใช้รถโดยสาร (รถ บขส. และรถร่วมฯ) กว่า 6,000 เที่ยว ซึ่ง บขส. ได้จัดรถโดยสารไม่ประจำทาง (รถเสริม 30) เกือบ 1,000 คัน เพื่อรองรับการเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าว
>> รถนั่งส่วนบุคคลเสียหลักชนกับต้นไม้ข้างทาง มีผู้บาดเจ็บหลายราย
13.12 น. มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ จุดไผ่ล้อม รับแจ้งเหตุจากศูนย์นเรนทร อุบัติเหตุรถนั่งส่วนบุคคลชนต้นไม้ข้างทาง ริมถนนช่วงทางโค้งพุมุด ในพื้นที่ ต.ท่าเสา อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี
ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล ฮอนด้า ซีตี้ สีขาว ลักษณะชนกับต้นไม้ข้างทาง สภาพรถพังเสียหาย พบว่ามีผู้บาดเจ็บทั้งหมด 5 ราย โดยมีติดภายในยานพหานะ 1 ราย อาสาสมัครจึงได้ทำการใช้เครื่องมือตัดถ่างงัดรถ เพื่อนำคนขับออกมาจากรถและปฐมพยาบาลก่อนนำตัวผู้บาดเจ็บทั้งส่ง รพ. สมเด็จพระปิยมหาราชรมณียเขต ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ไทรโยค
>> กองทัพไทย ยังคงความพร้อมทางทหาร หากมีการละเมิดการหยุดยิง
14.00 น. ที่ศูนย์อำนวยการร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์แถบงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา กล่าวถึงภาพรวมสถานการณ์ภายหลังทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) วานนี้ (27 ธ.ค.68) โดยจะดำเนินการตามาตรการหยุดยิง และกลับมาดำเนินการต่าง ๆ ร่วมกัน ตามที่ได้ลงนามในแถลงการณ์การประชุม เพื่อเปลี่ยนท่าทีจากการสู้รบและการยั่วยุกัน ไปสู่การใช้เวทีทางการทูตและกลไกระหว่างประเทศเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ซึ่งการดำเนินการทั้งหมดตามแถลงการณ์ จะนำไปสู่การปฏิบัติโดยมีกลไกควบคุมและมีการตรวจสอบ โดยเฉพาะ กรณีที่มีการใช้อาวุธเกิดขึ้นหลังการหยุดยิง จะต้องมีการรวบรวมข้อมูลและหลักฐาน เพื่อรายงานไปที่หน่วยงานระหว่างประเทศ ทั้งนี้ ยืนยันว่าหากมีการใช้อาวุธทำอันตรายต่อประชาชนไทย ไทยก็ยังคงมีสิทธิ์ในการตอบโต้และป้องกันตนเองอย่างเต็มที่
ส่วนกรณีที่มีเครื่องบินลำเลียงจากเบลารุส เที่ยวบินที่ IL-62 ที่เดินทางไปยังกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชานั้น นาวาอากาศโท ณัฐนัย จันทร์เปล่ง ผู้ช่วยโฆษกกองทัพอากาศ ยืนยันว่ากองทัพอากาศได้ติดตามตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมถึงติดตามเหตุการณ์ที่ผิดปกติอย่างต่อเนื่อง โดยทุกหน่วยยังคงความพร้อมปฏิบัติการทันทีตลอด 24 ชั่วโมง หากเกิดสถานการณ์ที่เป็นภัยคุกคามต่อประชาชนและอธิปไตยของประเทศ
พล.อ.อ.ประภาส กล่าวย้ำและยืนยันว่า ขอให้ประชาชนเชื่อมั่นว่า จากการข่าวในขณะนี้จากข่าวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นขณะนี้ ยังไม่มีภัยคุกคามใด ๆ เกิดขึ้น จึงขอให้อย่าลือและวิตกกังวลกันไปก่อน เนื่องจากขณะนี้ บรรยากาศกำลังเข้าสู่ช่วงการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม และนำไปสู่สันติสุขที่ยั่งยืนของประชาชนทั้งสองประเทศ
>> เพลิงไหม้รถยนต์ยี่ห้อหรู ซอยวุฒากาศ 18 ประชาชนช่วยกันใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ
14.09 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธาณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ สถานที่เกิดเหตุ ซอยวุฒากาศ 18 ถนนวุฒากาศ แขวงตลาดพลู เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ชนิดเก๋ง สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร รถใช้น้ำมันเบนซิน และแก๊สแอลพีจีเป็นเชื้อเพลิง เพลิงลุกไหม้ภายในห้องเครื่อง ประชาชนใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายความร้อน
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่ห้องเครื่อง ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยตลาดพลู
>> ”สไนเปอร์“ ซุ่มยิงใส่อาคารที่พักกองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ไม่มีผู้บาดเจ็บ
14.50 น. สภ.เมืองยะลา รับแจ้งว่า มีเหตุถูกคนร้ายซุ่มยิง ใส่ตัวอาคารที่พักกองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจภูธรจังหวัดยะลา
เบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ กระสุนโดน กระจกของอาคารที่พักกองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ต.ท่าสาป อ.เมือง จ.ยะลา ได้รับความเสียหายเป็นรอยกระสุน
ทั้งนี้มีความเป็นไปได้ว่า กลุ่มก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่เริ่มเคลื่อนไหว โดยใช้การซุ่มยิงจากระยะไกล และมีความเป็นไปได้ที่คนร้ายอาจจะเป็นคนเดียวหรือกลุ่มเดียวกับที่ ซุ่มยิง จนท.ตชด.43 ที่จุดตรวจบ้านพงยือไร อ.เมือง จ.ยะลา เมื่อวันก่อน.
>> หนุ่มพกยาบ้า 2 เม็ด ขึ้นโรงพัก ให้ตำรวจช่วยจับเข้าคุก อ้างอยากเลิกให้ขาด
16.54 น. ผู้สื่อข่าว มีรายงานว่า ระหว่างที่ พ.ต.ต.สรยุทธ์ สุวรรณโชติ สวป., ร.ต.อ.เอกพงศ์ คงขาว รอง สวป. และตำรวจสายตรวจชุด ชป.4 ปฏิบัติหน้าที่ตามปกติที่โรงพัก มี นายรอ (นามสมมุติ) อายุ 23 ปี เดินเข้ามาภายในศูนย์ป้องกันปราบปรามของ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ก่อนจะควักยาบ้า 2 เม็ด บรรจุซองปิดผนึกออกจากกระเป๋ากางเกง พร้อมสารภาพว่า อยากติดคุก เพราะที่ผ่านมาพยายามบำบัดที่โรงพยาบาลมาแล้ว 3 ครั้ง แต่หลังจากบำบัดที่โรงพยาบาลเสร็จสิ้นและถูกปล่อยตัว ตนกลับมาเสพยาบ้าอีก จึงขอให้ทางตำรวจจับดำเนินคดีติดคุก เข้าเรือนจำ เพื่อต้องการเลิกขาด เพราะหากตนไม่ติดคุก ตนต้องเป็นคนบ้า คนป่วยจิตเวช เพราะเสพยาบ้าแน่นอน
เบื้องต้น ตำรวจจึงคุมตัว นายรอ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครศรีธรรมราช เพื่อดำเนินคดีในข้อหา "มียาเสพติดในครอบครอง"
>> ในหลวง-พระราชินี ถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
17.20 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ณ พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วงเวียนใหญ่ เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร
การนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ทรงวางพุ่มดอกไม้ และทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะ ถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช แล้วเสด็จออกจากลานพระบรมราชานุสาวรีย์ ฯ ไปยังรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จ ฯ ออกจากพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วงเวียนใหญ่ ไปยังศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา
>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยพหลโยธิน 54 เสียหายทั้งหลังและลุกลามบ้านข้างเคียง
20.20 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยพหลโยธิน 54 แยก 14 ถนนพหลโยธิน แขวงคลองถนน เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านครึ่งตึกครึ่งไม้ 2 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นล่าง เพลิงลุกไหม้บ้านต้นเพลิงเสียหายหมดทั้งหลัง แล้วลุกลามบ้านข้างเคียง เสียหายเฉพาะชั้นบนและชั้นล่างบางส่วน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 25 ตารางวา รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากเพลิงลุกไหม้เสียหายทั้งหมด ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยสายไหม
>> ปกครองบางละมุง–ตำรวจพัทยา ตรวจเข้มระบบป้องกันสถานบันเทิง เตรียมพร้อมรับนักท่องเที่ยวช่วงปีใหม่ 2026
20.36 น นายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอบางละมุง พร้อมด้วย พ.ต.ท.สิริวัฒน์ คัชมาตย์ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองพัทยา และ พ.ต.ท.อภิชาติ จารุรักษ์ สว.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 สนธิกำลังปลัดป้องกันอำเภอบางละมุง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา และเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวเมืองพัทยา ปล่อยแถวออกตรวจประชาสัมพันธ์สถานบันเทิงและสถานประกอบการคล้ายสถานบันเทิงในพื้นที่ ตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว รวมถึงป้องกันการเกิดอัคคีภัย รองรับนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2026
โดยเจ้าหน้าที่ได้เดินเท้าตรวจสอบและประชาสัมพันธ์ เน้นย้ำการดูแลความปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว ซึ่งคาดว่าจะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในช่วงเทศกาลปีใหม่ พร้อมตรวจสอบสิ่งผิดกฎหมาย พบว่าสถานประกอบการส่วนใหญ่มีมาตรการคัดกรองนักท่องเที่ยวในเบื้องต้นอย่างเข้มงวดอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ในส่วนของอุปกรณ์ดับเพลิงและเส้นทางหนีไฟ ยังมีบางร้านที่แสดงไม่ชัดเจน และอุปกรณ์บางส่วนชำรุดหรือไม่เพียงพอ เนื่องจากใช้งานมานาน เจ้าหน้าที่จึงสั่งให้แก้ไขปรับปรุงโดยเร่งด่วน
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้ประชาสัมพันธ์ถึงการเฉลิมฉลองในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2026 โดยกำชับห้ามจุดประทัดหรือดอกไม้ไฟภายในสถานประกอบการโดยเด็ดขาด เนื่องจากเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย หากพบว่าฝ่าฝืนจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และอาจเสนอให้ปิดสถานประกอบการเป็นการถาวร เพื่อป้องปรามไม่ให้เกิดเหตุร้ายทั้งต่อผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยว
>> แผ่นดินไหว บริเวณหมู่เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย
22.56 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 3.9 ความลึก 10 กม. บริเวณพื้นที่ทาง ตอนเหนือของหมู่เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ อ.เมือง จ.สตูล ประมาณ 383 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย
>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเวียดนาม
23.06 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 4.1 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเวียดนาม ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ประมาณ 332 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย
>> หนุ่มขับขี่รถจักรยายนต์ชนกับรถบรรทุก เสียชีวิตช่วงทางขึ้นสะพานภูมิพล 1
01.00 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนกับรถบรรทุก และมีผู้เสียชีวิต ถนนวงแหวนอุตสาหกรรม เชิงทางขึ้นสะพานภูมิพล 1 ขึ้นมาจากถนนพระราม 3 ฝั่งมุ่งหน้าถนนปู่เจ้าสมิงพราย ในพื้นที่ เขตยานนาวา กทม.
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า ฟอร์ซ่า สีแดงเลือดหมู ทะเบียน กทม. ลักษณะชนกับ รถบรรทุก 18 ล้อ อีซูซุ สีขาว ป้ายทะเบียน นนทบุรี ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นผู้ชาย อายุประมาณ 30 - 40 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางโพงพาง
3 เมษายน 2569
3 เมษายน 2569