วันที่ 25 ธันวาคม 2568 เวลา 22:50 น.
“รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา” เป็นประธานประชุมคณะกรรมการควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา ครั้งที่ 2/2568 เดินหน้าปรับกฎหมาย ยกระดับมาตรฐานต่อต้านสารต้องห้ามของไทยสู่สากล
วันที่ 23 ธันวาคม 2568 นาย อรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุม คณะกรรมการควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา ครั้งที่ 2/2568 ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ถนนราชดำเนินนอก และผ่านระบบ Video Conference โดยมีคณะกรรมการเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามความคืบหน้าและพิจารณาแนวทาง การแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา เพื่อจัดตั้งสำนักงานควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา (DCAT) เป็นองค์การมหาชน ให้สอดคล้องกับหลักการบริหารราชการแผ่นดิน และมาตรฐานการต่อต้านสารต้องห้ามในระดับสากล
ที่ประชุมได้รับทราบความเป็นมาและการดำเนินการที่ผ่านมา ซึ่งประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นภาคีของ อนุสัญญายูเนสโกว่าด้วยการต่อต้านการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา และมีพันธกรณีต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับ ประมวลกฎหมายต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก (World Anti-Doping Code : WADC) ที่กำหนดโดยองค์การต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก (WADA) ซึ่งมีการปรับปรุงแก้ไขเป็นระยะ
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบความเห็นและข้อเสนอจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เกี่ยวกับรูปแบบการจัดตั้งหน่วยงานภาครัฐ โดยได้พิจารณาทางเลือกต่าง ๆ อาทิ การจัดตั้งเป็นองค์การมหาชนในรูปแบบ Public Organization (PO) หรือรูปแบบอื่นที่เหมาะสม รวมถึงการทบทวนความสอดคล้องกับหลักการจำแนกหน่วยงานของรัฐและการกำกับดูแลของฝ่ายบริหาร
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เน้นย้ำว่า การปรับปรุงกฎหมายและโครงสร้างการดำเนินงานด้านการต่อต้านการใช้สารต้องห้าม เป็นเรื่องสำคัญต่อ ความน่าเชื่อถือของประเทศไทยในเวทีการกีฬานานาชาติ โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพและมีบทบาทสำคัญในมหกรรมกีฬาระดับภูมิภาคและระดับโลก จึงจำเป็นต้องเร่งดำเนินการให้ระบบการควบคุมสารต้องห้ามมีความเป็นอิสระ โปร่งใส และเป็นที่ยอมรับตามมาตรฐานสากล
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวบรวมและจัดทำข้อมูลเพิ่มเติมในประเด็นด้านกฎหมาย โครงสร้างองค์กร และการรับรองจากองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก เพื่อนำเสนอประกอบการพิจารณาในขั้นตอนต่อไป