หน้าแรก > สังคม

กทม. จับมือคณะวิศวะ จุฬาฯ เสริมเกราะรับมือแผ่นดินไหวด้วยเซนเซอร์ “รู้ก่อน (RUGON)” เพิ่มความปลอดภัยชาวกรุง

วันที่ 24 ธันวาคม 2568 เวลา 15:09 น.


กทม. จับมือคณะวิศวะ จุฬาฯ เสริมเกราะรับมือแผ่นดินไหวด้วยเซนเซอร์ “รู้ก่อน (RUGON)” 10 ตัว นวัตกรรมเตือนภัยล่วงหน้า พร้อมระบบ Live ShakeMap เพิ่มความปลอดภัยชาวกรุง

วันที่ 24 ธันวาคม 2568 เวลา 10.00 น. ณ ห้องอัมรินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เขตพระนคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมประชุมหารือและรับมอบเซนเซอร์แจ้งเตือนระดับความรุนแรงของแผ่นดินไหว “รู้ก่อน (RUGON)” จำนวน 10 ตัว จากศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านวิศวกรรมแผ่นดินไหวและการสั่นสะเทือน คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำโดย อาณัติ เรืองรัศมี ศาสตราจารย์ประจำศูนย์เชี่ยวชาญฯ และกรรมการผู้จัดการ บริษัท รู้ก่อน จำกัด ซึ่งเป็นบริษัท Spin-off ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ข้อมูลจากระบบนี้จะช่วยให้กรุงเทพมหานครสามารถบริหารจัดการภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการเข้าถึงข้อมูลผ่าน API เพื่อนำไปเชื่อมต่อกับระบบเตือนภัยของกรุงเทพมหานคร ซึ่งจะช่วยลดความตื่นตระหนก และเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครมีแผนนำเซนเซอร์ “รู้ก่อน (RUGON)” จำนวน 10 ตัวไปติดตั้งในอาคารสำคัญ โดยจะพิจารณาเป็นลำดับแรก ได้แก่ อาคารโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร เพื่อใช้เป็นทั้งเครื่องมือป้องกันภัยแผ่นดินไหว และเป็นสื่อการเรียนรู้ด้านความปลอดภัยให้แก่เยาวชน

ปัจจุบัน เครือข่ายเซนเซอร์ “รู้ก่อน” มีจุดติดตั้งทั่วประเทศแล้วมากกว่า 50 จุด และอยู่ระหว่างการขยายเครือข่ายให้ครบ 100 จุดในอนาคต

สำหรับนวัตกรรม “รู้ก่อน (RUGON)” เป็นระบบเตือนภัยที่มีความแม่นยำ เข้าถึงข้อมูลแบบ Real-time เป็นเซนเซอร์ตรวจวัดแผ่นดินไหวที่พัฒนาภายใต้แนวคิด “Sense then Share” มีจุดเด่นและประโยชน์ต่อกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย

การเตือนภัยล่วงหน้า สามารถแจ้งเตือนก่อนแรงสั่นสะเทือนจะมาถึงพื้นที่กรุงเทพมหานครได้ประมาณ 3 นาที และอาจขยายเป็น 4–5 นาที เมื่อเชื่อมโยงข้อมูลจากเครือข่ายในประเทศเมียนมา ช่วยให้มีเวลาเตรียมความพร้อมและจัดการระบบสำคัญได้ทันการณ์
ระบบ Live ShakeMap กรุงเทพมหานครสามารถเข้าถึงข้อมูลค่าความสั่นสะเทือนแบบ Real-time ผ่านเว็บไซต์ พร้อมดูค่าสูงสุดย้อนหลังได้ถึง 24 ชั่วโมง ช่วยประเมินผลกระทบในแต่ละพื้นที่ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ

การบริหารจัดการภัยแบบครบวงจร รองรับการตัดสินใจทั้งก่อนเกิดเหตุ เช่น การสั่งหยุดลิฟต์ เครนก่อสร้าง หรือการผ่าตัด ระหว่างเกิดเหตุ เพื่อบันทึกข้อมูลการสั่นสะเทือน และหลังเกิดเหตุ เพื่อประเมินความมั่นคงของอาคารว่ายังปลอดภัยตามเกณฑ์การออกแบบหรือไม่

เทคโนโลยีทันสมัย ติดตั้งง่าย ตัวเซนเซอร์มีขนาดเล็ก น้ำหนักประมาณ 100 กรัม ติดตั้งแบบ Plug and Play ใช้พลังงานต่ำ สื่อสารผ่านระบบ NB-IoT และมีอายุการใช้งานยาวนานถึง 9 ปี

ปัจจุบัน กรุงเทพมหานครได้ติดตั้งเซนเซอร์ตรวจวัดความเร่งของแผ่นดินไหว และประเมินกำลังต้านทานแรงแผ่นดินไหวแล้วที่อาคารธานีนพรัตน์ โรงพยาบาลกลาง และโรงพยาบาลวชิระ และอยู่ระหว่างเตรียมติดตั้งในอาคารโรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานครให้ครบทุกแห่ง ภายในปีงบประมาณ 2569

ข่าวยอดนิยม