วันที่ 6 เมษายน 2568 เวลา 23:05 น.
จับชาวบ้านฝ่าฝืนเผาในที่โล่ง สร้างฝุ่น PM 2.5 กระทบต่อสุขภาพประชาชน
กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) โดย พล.ต.ต.วัชรินทร์ พูสิทธิ์ ผบก.ปทส. พร้อมชุดจับกุม กก.4 บก.ปทส.
ร่วมกันจับกุม
คดีที่ 1 นายสุข (นามสมมุติ) จับกุมในข้อหาพระราชบัญญัติจราจร ทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 130 “เผา หรือกระทำด้วยประการใด ๆ ภายในระยะห้าร้อยเมตรจากทางเดินรถ เป็น เหตุให้เกิดควันหรือสิ่งอื่นใดในลักษณะที่อาจทำให้ไม่ปลอดภัยแก่การจราจรในทางเดินรถนั้น ต้องระวางโทษตาม มาตรา 152 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท”
คดีที่ 2 นายกฤษณะฯ จับกุมในข้อหา “พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 ฐาน “กระทำการอันอาจก่อให้เกิดสาธารณภัย ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงาน” พร้อมตรวจยึดของกลาง ไฟแช็ค ที่ใช้ในการจุดเผา จำนวน 2 อัน
จับได้บริเวณพื้นที่นาริมทางถนนโพทะเล - บางลาย หมู่ 3 ต.ท้ายน้ำ อ.โพทะเล จ.พิจิตร
สืบเนื่องจาก จังหวัดพิจิตรเผชิญปัญหาหนัก หลังพบการลักลอบเผาในที่โล่งอย่างต่อเนื่อง แม้มีประกาศห้ามเด็ดขาดเพื่อควบคุมปริมาณฝุ่นละออง PM 2.5 ที่เป็นภัยต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (กก.4 บก.ปทส.) เร่งลงพื้นที่ปราบปรามและตรวจสอบอย่างเข้มข้น ตรวจพบเคสแรก ริมถนน เสี่ยงอุบัติเหตุ-ควันคลุ้งการจราจร เจ้าหน้าที่นำกำลัง ออกตรวจพื้นที่ริมถนนโพทะเล–บางลาย หมู่ 3 ต.ท้ายน้ำ อ.โพทะเล จ.พิจิตร พบกลุ่มควันจำนวนมากลอยจากพื้นที่การเกษตร ห่างจากถนนไม่เกิน 500 เมตร ซึ่งเป็นระยะอันตรายต่อผู้ขับขี่ จากการตรวจสอบพบนายสุชาติ ผู้กระทำผิด ซึ่งยอมรับว่าเป็นผู้จุดไฟเผาตอซังข้าวจริง เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา “เผาหรือกระทำด้วยประการใดให้เกิดควันในระยะที่กระทบต่อความปลอดภัยของการจราจร” ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 130 โดยดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมาย
เคสต่อมา ไฟลุกลามใหญ่ รับจ้างจุดไฟ กว่า 50 ไร่ ฝุ่นคลุ้งชุมชน เจ้าหน้าที่ชุดเดียวกันร่วมกับฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัยอำเภอบางมูลนาก ได้ลงพื้นที่ ต.หอไกร อ.บางมูลนาก หลังพบกลุ่มควันหนาทึบพวยพุ่งจากพื้นที่นาอย่างต่อเนื่อง เมื่อเข้าตรวจสอบพบว่าเป็นการเผาตอซังข้าวในพื้นที่กว่า 50 ไร่ ที่ลุกลามอย่างรวดเร็ว ครอบคลุมแนวต้นไม้ ถนน และใกล้แหล่งชุมชน น่าเป็นห่วงยิ่งขึ้นเมื่อพบว่า ผู้ก่อเหตุไม่ใช่ชาวนาเจ้าของพื้นที่ แต่เป็นบุคคลภายนอกที่รับจ้างมาจุดไฟโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นการกระทำที่มีเป้าหมายชัดเจนและรู้แก่ใจว่าผิดกฎหมาย กลุ่มควันหนาทึบจากเหตุการณ์นี้กระจายไกลออกไปหลายกิโลเมตร ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนทั้งในพื้นที่อำเภอบางมูลนาก
จังหวัดพิจิตร และพื้นที่ใกล้เคียงอย่างชัดเจน เจ้าหน้าที่ควบคุมตัว นายกิต (นามสมมุติ) ขณะกำลังจุดไฟโดยใช้ไฟแช็ค พร้อมแจ้งข้อหา กระทำการอันอาจก่อให้เกิดสาธารณภัย” ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบแนวโน้มการลักลอบเผาในช่วงเวลากลางคืนมากขึ้น โดยผู้กระทำมักเลือกเวลามืดค่ำเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ หลายครั้งเมื่อเจ้าหน้าที่เข้าถึงพื้นที่เกิดเหตุ พบว่าผู้ก่อเหตุมีพฤติกรรมรีบหลบหนี บางรายถึงขั้นวิ่งหนีหายไปในความมืด ทิ้งไฟที่กำลังลุกไหม้ไว้เบื้องหลัง พฤติกรรมเหล่านี้สะท้อนชัดว่า ผู้กระทำรู้ว่าการกระทำของตนผิดกฎหมาย แต่ยังคงฝ่าฝืนด้วยความตั้งใจ นับเป็นความท้าทายสำคัญในการควบคุมสถานการณ์ฝุ่นพิษที่ไม่ควรมองข้าม ด้าน พ.ต.อ.ณัทกฤช น้อยคำปัน ผกก.4 บก.ปทส. กล่าวว่า “การเผาในที่โล่งทุกกรณีสร้างผลกระทบทั้งทางอากาศ การจราจร และสุขภาพประชาชน เราจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องและจริงจัง เพื่อไม่ให้คนกลุ่มเล็กสร้างความเดือดร้อนให้กับคนทั้งจังหวัด ใครฝ่าฝืนกฎหมายจะถูกดำเนินคดีทันที



14 มกราคม 2569
14 มกราคม 2569