หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 15 มกราคม 2568

วันที่ 16 มกราคม 2568 เวลา 05:36 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 15 มกราคม 2568


>> หนุ่มวัย 39 ปีขี่รถจักรยานยนต์เสียหลักชนต้นสัก เสียชีวิตข้างทาง

07.18 น ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยบูรพา สมาคมพิษณุโลกการกุศลสงเคราะห์ ( ไซทีฮุกตึ๊ง ) จังหวัดพิษณุโลก รับแจ้งมี อุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เสียหลักพุ่งชนต้นไม้ข้างทาง และมีผู้เสียชีวิต ริมถนนสายพรหมพิราม - หนองตม ใกล้เคียงร้านขาตั้งสู้ บ้านหนองแขม หมู่ที่ 6 ต.หนองแขม อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า ดรีม สีน้ำเงิน ป้ายทะเบียน พิษณุโลกล้มอยู่บริเวณโคนต้นสัก และใกล้เคียงพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ลักษณะนอนหงาย สวมกางเกงขายาวสีดำสวมเสื้อคลุมสีเทา มีเลือดออกจำนวนมากบริเวณปากและจมูก ตรวจสอบเอกสาร ทราบชื่อ นาย นพรัตน์ อายุ 39 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พรหมพิราม


>> คุณยายจุดไฟเผาขยะลุกลาม ชาวบ้านแตกตื่นทั้งชุมชน

08.20 น. นายเสกสรร เอี่ยมสุข ผู้ใหญ่บ้านสัตหีบหมู่ที่ 3 ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ป่าหญ้า ใกล้บ้านเรือนประชาชน ใจกลางชุมชนเขาเพชร ซอยสัตหีบสุขุมวิท 41 หมู่ 3 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จึงประสานขอรับการสนับสนุนรถดับเพลิง เทศบาลเมืองสัตหีบ และเทศบาลตำบลเขตอุดมศักดิ์ เร่งเข้าระงับเพลิง

ที่เกิดเหตุบนเนื้อที่ราว 1 ไร่ เพลิงกำลังโหมลุกไหม้อย่างรุนแรง ท่ามกลางกระแสลมแรง ส่งผลให้มีกลุ่มควันดำพวยพุ่งสู่อากาศ และกระจายตัวปกคลุมไปทั่วบริเวณ ซึ่งพื้นที่โดยรอบเป็นบ้านเรือนประชาชน ต่างพากันตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องใช้สายยางลากเข้าไปยังจุดที่เพลิงกำลังลุกลาม เพื่อระดมฉีดน้ำอย่างหนัก ใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้

นายเสกสรร ผู้ใหญ่บ้านฯ เปิดเผยว่า จากเหตุเพลิงไหม้ป่าหญ้า ตรวจสอบแล้วพบว่า มีผู้จุดไฟเผาขยะ ทราบชื่อคือ นางสมจิตร อายุ 75 ปี ซึ่งให้การรับสารภาพว่า เป็นคนจุดไฟเผาขยะใบไม้จริง แต่จุดเพียงเล็กน้อย ไม่คิดว่าจะถูกลมพัดไปลุกลามติดกับป่าหญ้า จนเกิดเหตุเพลิงไหม้เป็นวงกว้างดังกล่าว เบื้องต้น ได้ทำการว่ากล่าวตักเตือน ห้ามกระทำการเช่นนี้อีก เพราะถือเป็นการกระทำที่ผิดต่อกฎหมาย ซึ่งอาจมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 25,000 บาท และหากการเผาขยะส่งผลเป็นอันตรายต่อผู้อื่น หรือเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น จะมีความผิดต้องระวังโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 140,000 บาท จึงขอฝากเตือนไปยังพี่น้องประชาชนห้ามเผาขยะโดยเด็ดขาด เพื่อให้ชุมชนเกิดความปลอดภัย และไม่เป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อระเบียบกฎหมาย


>> กรมศุลกากร แถลงผลจับกุม "ขยะอิเล็กทรอนิกส์" จำนวน 10 ตู้คอนเทนเนอร์ น้ำหนักกว่า 256 ตัน

10.30 น. นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาและบริหารการจัดเก็บภาษี ในฐานะโฆษกกรมศุลกากร พร้อมด้วย นายจักกฤช อุเทนสุต รองอธิบดีกรมศุลกากร ร่วมกันแถลงข่าว กรมศุลกากรจับกุม "ขยะอิเล็กทรอนิกส์" นำเข้าทางท่าเรือแหลมฉบังจำนวน 10 ตู้คอนเทนเนอร์ น้ำหนักกว่า 256 ตัน ณ สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี

โดย นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ โฆษกกรมศุลกากร เปิดเผยว่า จากการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดมาโดยตลอด พบว่าอาจมีการนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ผ่านทางท่าเรือแหลมฉบัง ในวันที่ 3 และ 6 ม.ค. 68 กรมศุลกากร โดยกองสืบสวนและปราบปรามร่วมกับสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง จึงทำการตรวจสอบตู้สินค้าต้องสงสัย จำนวน 10 ตู้คอนเทนเนอร์ พบว่า มีการแสดงข้อมูลในใบขนสินค้าเป็น "เศษโลหะและโลหะเก่าใช้แล้ว" เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ จึงได้ทำการอายัดตู้สินค้าดังกล่าวเพื่อตรวจสอบโดยละเอียด ผลการตรวจสอบ พบว่าสินค้ามีต้นกำเนิดจากญี่ปุ่น จำนวน 9 ตู้ และฮ่องกง จำนวน 1 ตู้ ภายในพบ เศษชิ้นส่วนอุปกรณ์หรือส่วนประกอบของเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ไม่ได้ มีสภาพเป็นเศษขยะอิเล็กทรอนิกส์ ปริมาณกว่า 256,320 กิโลกรัม ซึ่งถือเป็นของต้องห้ามตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ฯ

ทั้งนี้ โฆษกกรมศุลกากร ยังกล่าวอีกว่า นอกจากขยะอิเล็กทรอนิกส์ กรมศุลกากรยังเฝ้าระวังสินค้าที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพและสุขอนามัยของประชาชนอื่นๆ ด้วย เช่น เศษพลาสติก ซึ่งเป็นไปตามประกาศของกระทรวงพาณิชย์ที่ห้ามนำเข้าเศษพลาสติก ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 68


>> เพลิงไหม้รถยนต์กลางถนน เสียหายวอดทั้งคัน

11.23 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ สถานที่เกิดเหตุ ถนนกาญจนาภิเษก (มุ่งหน้าบางนา) แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ชนิดเก๋ง ยี่ห้อบีเอ็มดับเบิ้ลยู สีดำ หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร รถใช้น้ำมันเบนซินเป็นเชื้อเพลิง เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งคัน รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ไม่ทราบสาเหตุ เนื่องจากเพลิงลุกไหม้เสียหายทั้งหมด ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางชัน


>> “เอกภพ สายไหมต้องรอด” ตัดพ้อ ถูกดีเอสไอฟ้องหมิ่นประมาทฯ ปมเทวดา ดิไอคอน

12.50 น. นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เปิดเผยถึงกรณีที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ แจ้งความดําเนินคดีในข้อหา “หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา” หลังจากเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2567 นายเอกภพ และ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม เดินทางไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษและให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนเกี่ยวกับ “เทวดา” ในหน่วยงานรัฐซึ่งหมายความรวมถึง กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ให้ความคุ้มครองดูแล บริษัท ดิไอคอน กรุ๊ป จำกัด เพื่อมิให้ถูกดำเนินคดี

นายเอกภพ กล่าวว่า เมื่อวานเห็นแล้วรู้สึกประหลาดใจ เพราะที่ผ่านมาประสานการทํางานร่วมกับดีเอสไอมาตลอดและส่วนตัวชื่อชมอธิบดีและคณะผู้บริหารชุดปัจจุบันที่ทําคดีต่างๆได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งดีเอสไอเป็นหน่วยงานของรัฐที่กินภาษีประชาชนและตนในฐานะประชาชนก็มีสิทธิที่จะสามารถร้องเรียนให้มีการตรวจสอบได้ ยืนยันว่าตนไม่มีเจตนาจะทําให้ใครเสื่อมเสียแต่การวิพากษ์วิจารณ์หรือติชมก็เพื่อต้องการให้สิ่งต่างๆดีขึ้น ส่วนตัวไม่รู้เพราะมี “เทวดา” จริงหรือไม่ เนื่องจากก่อนหน้านี้มีผู้ใหญ่หลายท่านเคยบอกให้ตนอย่าไปยุ่งกับเรื่องนี้ แต่ตนปฏิเสธเพราะมีผู้เสียหายมาร้องเรียนจึงอยากจะช่วยเท่าที่สามารถทําได้

อย่างไรก็ตามถือเป็นประสบการณ์ ซึ่งตนอยากฝากถึงดีเอสไอว่าต้องพิสูจน์ความจริงและในฐานะหน่วยงานรัฐก็สามารถชี้แจงข้อเท็จจริงได้แต่ไม่ควรมาไล่ฟ้องประชาชนแบบนี้ 
ทั้งนี้ นายเอกภพ ระบุว่า เบื้องต้นได้มีการพูดคุยกับฝ่ายกฎหมายแล้วทุกคนมองว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร หลังจากนี้หากตํารวจออกหมายเรียกตนก็พร้อมที่ยะเข้าไปให้ข้อมูลและยืนยันจะยังคงทําหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนต่อไป


>> เพลิงไหม้บนอาคารพาณิชย์ ซอยสุขุมวิท 62 เสียหายวอดทั้งชั้น

13.22 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน สถานที่เกิดเหตุ ระหว่างซอยสุขุมวิท 62 - 62/1 ถนนสุขุมวิท แขวงพระโขนงใต้ เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น 3 คูหา ประกอบกิจการจำหน่ายอะไหล่รถยนต์ ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 4 ภายในห้องเก็บอะไหล่รถยนต์ เพลิงลุกไหม้ชั้นที่ 4 เสียหายหมดทั้งชั้น พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 60 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากเพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งชั้น ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยพระโขนง


>> ผบ.ตร. ยันเหตุยิงอดีต ส.สกัมพูชา เป็นความขัดแย้งส่วนตัว ไม่เกี่ยวการเมือง

14.30 น.ที่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ( บช.น.) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เดินทางมาประชุมร่วมกับ ตำรวจในสังกัด บช.น.เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีสำคัญในพื้นที่นครบาล ที่เกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติ ว่า ขณะนี้ได้เตรียมประสานฑูตแต่ละประเทศ รวมทั้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อคัดกรอง นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทย จากที่ผ่านมามีคนร้ายใช้ประเทศไทยในการก่อเหตุอาชญากรรม ในหลายรูปแบบจึงทำให้ตนไม่สบายใจ วันนี้จึงได้สั่งการเน้นย้ำ กับทางบช.น. เพื่อเร่งรัดและกวาดล้างดำเนินการ ตามกฎหมายให้ถึงที่สุด

โดย ผบ.ตร. เปิดเผยเรื่องคดี คนจีนวิ่งราวทรัพย์คนจีนด้วยกัน ในพื้นที่ สน.ห้วยขวาง และ มักกะสัน ว่า ในวันดังกล่าวมีเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน 3 คดี ในพื้นที่สน.ห้วยขวาง 2 คดี เรื่องของเงิน 5 ล้านบาทและ 8 ล้านบาทส่วนสน.มักกะสัน 4.5 ล้านบาท โดยทั้ง 3 กรณี มี “นายเฉิน”เป็นตัวกลางในการทำธุรกรรมเกี่ยวกับเงินดิจิทัล โดยขั้นตอนหลังจากนี้ จะต้องประสานกับกองการต่างประเทศ ในเรื่องของการออกหมายแดง เพื่อติดตามตัว นายเฉิน มาดำเนินคดี


>> ​นายกฯ เปิดทำเนียบฯ ถ่ายภาพประวัติศาสตร์ ‘สมรสเท่าเทียม’ ทั่วโลกชื่นชม ก่อนบังคับใช้กฎหมาย 23 ม.ค.นี้

16.00 น. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานร่วมบันทึกภาพเนื่องในโอกาสประเทศไทยประกาศใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียม โดยมีคณะรัฐมนตรี รวมทั้งเอกอัครราชทูตและผู้แทนต่างประเทศ พร้อมด้วยผู้แทนคู่รัก LGBTQ+ ร่วมถ่ายภาพฉลองความสำเร็จ

ซึ่งถือเป็นการประกาศประวัติศาสตร์ความรักที่เท่าเทียมและยังเป็นการบันทึกความก้าวหน้าของประเทศไทยที่มีกฎหมายการสมรสเท่าเทียมแห่งแรกของอาเซียน และประเทศที่ 3 ของเอเชีย สะท้อนรัฐบาลเปิดรับความหลากหลายทางเพศในสังคม เพื่อให้ไทยเป็น LGBTQ+ Global Destination ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว 
ทั้งนี้ รัฐบาลได้มอบหมายให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เร่งประชาสัมพันธ์เพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจถึงสิทธิต่าง ๆ ปัจจุบันนายทะเบียน 878 อำเภอทั่วประเทศ และ 50 เขตในกรุงเทพมหานคร พร้อมอำนวยความสะดวกในการจดทะเบียนสมรสเท่าเทียม


>> ชาวบ้าน พบรถจยย. พ่วงข้างจมในคลอง แจ้งกู้ภัยชุดประดาน้ำงมค้นหา ก่อนนำร่างหนุ่มใหญ่ขึ้นฝั่ง

17.00 น. รับแจ้งจาก หน่วยกู้ภัยสว่างเมตตาฯจุดชุมพวง มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์พ่วงข้างเสียหลักลงคลอง และหาเจ้าของรถยังไม่พบ คาดว่าน่าจะจมอยู่ในน้ำ สถานที่เกิดเหตุ บริเวณคลองอีสานเขียว ระหว่างหมู่บ้านหนองทุ่ม - โนนหาด ตำบลโนนรัง อำเภอชุมพวง จังหวัดนครราชสีมา

ที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยพร้อมกับทีมประดาน้ำสว่างเมตตาฯ จุดชุมพวง ร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ และทำการค้นหาผู้สูญหายในน้ำ ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงจึงพบร่างของผู้เสียชีวิต ก่อนดำเนินการนำร่างขึ้นฝั่งแล้วตรวจสอบเอกสาร ทราบว่า เป็นชายไทย อายุ 51 ปี เป็นราษฎรหมู่ 7 ตำบลหนองหลัก อำเภอชุมพวง และพบรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง ฮอนด้า เวฟ สีดำ-แดง ป้ายทะเบียน 110 กทม. จมอยู่ในน้ำเช่นกัน

เบื้องต้น ทราบว่า ผู้เสียชีวิต ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง ออกจากบ้านมานอนที่นาตั้งแต่คืนวันที่ 14 มกราคม 2568 และไม่ได้กลับเข้าบ้านอีกเลย ต่อมาเวลาประมาณ 15.45 น. ของวันที่ 15 มกราคม 2568 มีผู้พบเห็นรถจักรยานยนต์พ่วงข้างจมอยู่ในน้ำ บริเวณคลองอีสานเขียวดังกล่าว จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาตรวจสอบ ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ชุมพวง


>> จนท. คาดลูกบุญธรรมป่วยทางจิต จุดไฟเผาบ้าน ซอยเคหะร่มเกล้า 31 เสียหายวอดทั้งหลัง

21.37 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุ เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยเคหะร่มเกล้า 31 ถนนเคหะร่มเกล้า แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านครึ่งตึกครึ่งไม้ 2 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นบน เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งหลัง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 40 ตารางวา รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก บุตรบุญธรรมของเจ้าของบ้านซึ่งมีอาการทางจิตจุดไฟเผาบ้าน ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยร่มเกล้า


>> รถจักรยานยนต์ชนท้ายรถบรรทุก มีผู้เสียชีวิตกลางถนนสายปทุมธานี - ราชพฤกษ์

22.20 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนท้ายรถบรรทุก และมีผู้เสียชีวิต บนถนนปทุมธานี - ราชพฤกษ์ ฝั่งตรงข้ามปั๊ม ปตท. ปทุมธานี 1 ในพื้นที่ อ.เมือง ปทุมธานี

ที่เกิดเหตุ พบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นชาย อายุประมาณ 40 - 50 ปี สภาพนอนคล่อมรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีแดง ป้ายทะเบียน ปทุมธานี ลักษณะชนท้ายรถบรรทุก ไม่ทราบยี่ห้อและทะเบียน เนื่องจากได้ขับออกจากที่เกิดเหตุไปแล้ว ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองปทุมธานี  

 

ข่าวยอดนิยม