24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 20 ธันวาคม 2567
>> พบร่างทารกแรกเกิด ถูกทิ้งถังขยะในตลาดสดย่านปลวกแดง ตร.เร่งสอบสวนหาบุคคลที่นำมาทิ้ง
08.37น. รับแจ้งจาก ศูนย์วิทยุมูลนิธิกู้ภัยอำเภอปลวกแดงจังหวัดระยอง ตรวจสอบเหตุพบศพทารกเสียชีวิต อยู่ในถังขยะ ภายในห้องน้ำตลาดสดย่านปลวกแดง ในพื้นที่ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง
ที่เกิดเหตุ ตรวจสอบเบื้องต้น พบถุงพลาสติกสีแดงหุ้มด้วยถุงพลาสติกสีขาว วางอยู่ในถังขยะห้องน้ำของตลาดสดดังกล่าว เมื่อเจ้าหน้าที่คลี่ถุงออก พบว่าข้างในมีศพทารกเพศหญิง ร่างกายสมบรูณ์ ลักษณะพึ่งคลอด แล้วนำมาทิ้งไว้ในห้องน้ำดังกล่าว คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง
จึงดำเนินการแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปลวกแดง พร้อมด้วยแพทย์เวร ร่วมกันตรวจสอบและติดตามหาบุคคลที่นำร่างทารกมาทิ้งต่อไป
>> สั่งฟ้อง 18 ผู้ต้องหา คดี "ดิโอนคอน" ใน 4 ข้อหา ส่งสำนวนให้อัยการ 23 ธ.ค. นี้
09.30 น. ที่ประชุมพนักงานสอบสวนดีเอสไอมีมติสั่งฟ้อง 18 ผู้ต้องหาดิไอคอนฯ ใน 4 ข้อหา ยืนยันมีหลักฐานเชื่อได้ว่าเน้นหาสมาชิกร่วมลงทุนมากกว่าการขายสินค้า เตรียมส่งสำนวนให้อัยการสำนักงานคดีพิเศษ 23 ธ.ค. นี้
พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า ที่ประชุมของคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สรุปสำนวนการสอบสวนคดีบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด กับพวก หลังใช้เวลาพิจารณาจากพยานหลักฐานทุกอย่างที่รวบรวมมา เช่น เอกสารที่เกี่ยวข้องกว่า 300,000 แผ่น, คำให้การของพยาน 50 คน ซึ่งเป็นสมาชิกของบริษัทดิไอคอนฯ ที่ฝ่ายผู้ต้องหาพามาให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษสอบปากคำ
เมื่อพิจารณาจากพยานหลักฐานทั้งหมดที่มี คณะการสอบสวนคดีพิเศษจึงมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 18 คน ทั้งที่เป็นบุคคลธรรมดาและอีกนิติบุคคลอีกหนึ่งแห่ง ในข้อหา ฉ้อโกงประชาชน, ความผิดตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 หรือ แชร์ลูกโซ่, ความผิดตาม พ.ร.บ.ขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ส.2545 และความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ รวม 4 ข้อหา และเตรียมส่งสำนวนให้พนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ ในวันที่ 23 ธ.ค.นี้
นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า คดีนี้ถูกแยกสำนวนออกเป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรกจะเป็นการสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 18 คนที่กระทำผิดต่อผู้เสียหายกว่า 7,000 คนที่อยู่ในราชอาณาจักร ขณะที่อีกส่วนเป็นสำนวนที่มีผู้เสียหายอยู่นอกราชอาณาจักร ซึ่งในส่วนนี้อัยการจะเข้าร่วมและเมื่อการสอบสวนเสร็จสิ้นจะส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดเป็นผู้พิจารณาคดี สำหรับการแจ้งข้อกล่าวหาความผิดตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 หรือ แชร์ลูกโซ่ คณะการสอบสวนคดีพิเศษมั่นใจว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอที่เชื่อได้ว่าการกระทำของผู้ต้องหาทั้ง 18 คน เป็นการหาลูกข่ายหรือหาสมาชิกมาร่วมลงทุนทำธุรกิจ มากกว่ามุ่งเน้นการขายสินค้า
>> นายกฯ ลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำชี สั่งเร่งดำเนินโครงการแก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งอย่างเป็นระบบ
11.00 น. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจติดตามการแก้ไขปัญหาอุทกภัยลุ่มน้ำชี และบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ ณ ประตูระบายน้ำห้วยน้ำเค็ม (D5) จ.มหาสารคาม พร้อมสั่งการกรมชลประทาน เร่งดำเนินโครงการบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำชี-มูล และโครงการปรับปรุงพนังป้องกันตลิ่งและขุดลอกคลองระบายน้ำ (D5) ห้วยน้ำเค็ม ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้วกว่า 50 % ให้เสร็จตามกรอบเวลาในปี 2568 เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งอย่างเป็นระบบ
จากนั้น นายกฯ ได้ลงพื้นที่แปลงนาเพื่อรับฟังบรรยายการใช้ประโยชน์จากการพัฒนาและการทำนาปรัง โดยได้ลงมือหว่านข้าวพันธุ์ กข 89 ด้วยตนเอง พร้อมกล่าวขอบคุณประชาชนชาวอีสานที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ย้ำ หากมีปัญหาเดือดร้อนสามารถแจ้ง สส. ได้ทุกคน ซึ่ง สส. จะเป็นตัวแทนแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน
>> บุกจับ 14 ร้านขายของเก่า ในซอยโรงขยะอ่อนนุช ชาวบ้านสุดทน ส่งกลิ่นเหม็นคลุ้ง
12.14 น. พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รอง บก.ปทส.) พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ 1 กองบังคับการ ปทส. ร่วมกันจับกุม เจ้าของร้านค้าของเก่า ทั้งหญิงและชาย จำนวน 14 ราย ความผิดตาม พ.ร.บ.สาธารณสุข ฐาน ประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพโดยไม่ได้รับอนุญาต และ ข้อบัญญัติกทม.เรื่องกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ การสะสมวัตถุหรือสิ่งของที่ชำรุด ใช้แล้วหรือเหลือใช้ ได้ที่ร้านค้าของเก่าภายในซอยโรงขยะ กทม.(อ่อนนุช 86) แขวงประเวศ เขตประเวศ กทม.
พ.ต.อ.อรุณ เปิดเผยว่า บก.ปทส. รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนพื้นที่เขตประเวศ กทม. ว่าภายในซอยโรงขยะ กทม. (อ่อนนุช 86) แขวงประเวศ เขตประเวศ กทม. มีปัญหาการจัดการขยะที่สร้างความเดือดร้อน ส่งกลิ่นเหม็นรบกวนเป็นมลพิษทางอากาศ การจัดการขยะมูลฝอยที่ไม่ถูกวิธี ส่งผล กระทบต่อสุขภาพอนามัยและสิ่งแวดล้อม กลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์แมลง เชื้อโรคต่างๆ ขยะที่กระจัดกระจายมีสภาพที่ไม่น่าดู แพร่กระจายสิ่งสกปรกไปสู่แหล่งน้ำ ส่งผลให้เกิดน้ำเสีย มีทั้งเชื้อโรคและสารพิษต่างๆ เจือปนอยู่ เมื่อไหลสู่แม่น้ำลำคลองก็จะทำให้เกิดความสกปรก จึงต้องเปิดปฏิบัติการดังกล่าว
จากการลงพื้นที่พร้อมกัน 20 จุด ภายในซอยโรงขยะ กทม. (อ่อนนุช 86) พบว่าภายในซอยมีสภาพสกปรก เต็มไปด้วยขยะ บริเวณหน้าร้านรับซื้อของเก่าส่วนมากมีขยะกองอยู่ริมถนนข้างทางจำนวนมาก ขณะตรวจสอบร้านรับซื้อของเก่าทั้ง 20 ร้าน พบว่าเต็มไปด้วยกองขยะที่รอนำไปขายจำนวนมาก มีสภาพสกปรกและส่งกลิ่นเหม็น โดยพบร้านค้าที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ จำนวน 14 ร้าน ส่วนอีก 5 ร้านมีใบอนุญาต และอีก 1 ร้านปิดทำการ จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การว่า พวกตนรับซื้อขยะจากประชาชนทั่วไปที่นำมาขาย และนำมาเก็บสะสมรอคัดแยก ก่อนจะนำไปขายต่ออีกทอดหนึ่ง จึงแจ้งข้อกล่าวหาและนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่ง พงส.กก.1 บก.ปทส. ดำเนินคดีต่อไป
>> ผัวโหด ใช้มีดพร้าฟันเมียเสียชีวิตคารถจักรยานยนต์ ก่อนเดินไปบอกญาติ แล้วมอบตัวกับผู้ใหญ่บ้าน
12.50 น. สภ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ได้รับแจ้งเหตุผัวใช้มีดพร้าฟันเมียเสียชีวิตคาบ้าน ในพื้นที่หมู่ 5 บ้านทุ่งเกาะญวน ต.หนองบ่อ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว บริเวณลานพื้นดินหน้าบ้าน พบศพ น.ส.มูลเพชร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี อาชีพรับนวดคลายเส้นและกรีดยางพารา ถูกฟันด้วยมีดพร้าเข้าที่ลำคอ จนศีรษะขาดออกจากลำตัว และมีบาดแผลถูกฟันอีก 1 แผลบริเวณไหล่ขวา นอนจมกองเลือดอยู่ข้างรถจยย. ทะเบียน 191 ตรัง ซึ่งล้มทับขาด้านขวาของผู้ตาย ส่วนขาด้านซ้ายพาดอยู่บนเบาะรถ ห่างออกไปประมาณ 1 เมตร พบมีดพร้าเปื้อนเลือด 1 เล่มตกอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้ก่อเหตุคือ นายสุทธิพงศ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี สามีของผู้ตาย หลังเกิดเหตุได้ประสานผู้ใหญ่บ้านเข้ามอบตัว จากนั้นตำรวจจึงคุมตัวไปดำเนินคดี
เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุน่าจะมาจากการทะเลาะวิวาทปมหึงหวง และปัญหาครอบครัว ที่ผ่านมาผู้ก่อเหตุเคยจำคุกในคดีเสพยาเสพติด รวมทั้งวางเพลิงเผาทรัพย์บ้านพ่อของตัวเอง และมีประวัติใช้ยาเสพติด ถูกจำคุก 2 ปี และเพิ่งพ้นโทษออกได้ 6 เดือน โดยระหว่างสามีติดคุก ภรรยาก็ได้ไปเยี่ยมหลายครั้ง ส่วนผู้ก่อเหตุมีลูกกับภรรยาเก่า 1 คน ก่อนจะมาอยู่กินกับผู้ตายได้ 4-5 ปี โดยไม่มีลูกด้วยกัน
จากการสอบถาม ป้าของผู้ก่อเหตุ เล่าว่า หลังจากหลานลงมือแล้วได้เดินไปบอกญาติที่อยู่ใกล้ๆ กัน ว่าได้ฆ่าเมียตายแล้ว โดยฟันคอขาด 2 ท่อน ที่ผ่านมาทราบว่าหลานมีปากเสียงกับภรรยาเป็นประจำ แต่ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร เพราะเขาอยู่กันสองต่อคน
>> นายกฯ เดินหน้าผลักดันโครงการ "หนึ่งอำเภอ หนึ่งทุน - SML" ยืนยัน ปีหน้าเกิดขึ้นจริงแน่นอน
13.20 น. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ติดตามประเด็นโครงการหนึ่งอำเภอหนึ่งทุน (ODOS) และโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน (SML) ณ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พร้อมกล่าวว่ารัฐบาลมุ่งกระจายทุนการศึกษาโครงการ “หนึ่งอำเภอหนึ่งทุน” ให้ครอบคลุมทั้ง 878 อำเภอทั่วประเทศ รวมทั้ง 50 เขตของกรุงเทพมหานคร ซึ่งไม่ใช่แค่ทุนสำหรับเรียนในประเทศเท่านั้น แต่เป็นทุนที่ไปเรียนต่างประเทศด้วย
สำหรับโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน รัฐบาล ได้ติดตามประเด็นกองทุน SML เพื่อพัฒนาศักยภาพของชุมชนและท้องถิ่น ซึ่งสิ่งที่สำคัญ คือ การพูดคุยของคนในหมู่บ้านชุมชน เพราะคนในชุมชมเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาในท้องถิ่นตนได้ดีที่สุด และรัฐบาลพร้อมสนับสนุนงบประมาณ ยืนยันว่า SML จะเกิดขึ้นจริงในปี 2568 และส่งผลประโยชน์ถึงพี่น้องประชาชนแน่นอน
โอกาสนี้ นายกฯ ได้รับมอบผ้ามัดหมี่ลายสร้อยดอกหมาก ซึ่งเป็นผ้าลายประจำจังหวัดมหาสารคาม จากผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคามเป็นที่ระลึก พร้อมทั้งอุดหนุนเครื่องประดับเบญจรงค์มงคลเทวา ผลิตภัณฑ์ทวากันทระของนักศึกษาอีกด้วย
>> รถกระบะ, รถอเนกประสงค์เฉี่ยวชนกัน 3คัน มีผู้เสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บหลายราย
14.00 น. รับแจ้งจาก มภ.เมืองหนองบัวลำภู มีอุบัติเหตุรถกระบะ 2 คันและรถนั่งส่วนบุคคล ชนกันและมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต บนถนนทางหลวงหมายเลข 228 เส้นทางหนองบัวลำภู - ชุมแพ ช่วงบ้านดินทรายอ่อน อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู
ที่เกิดเหตุ พบรถอเนกประสงค์ มิตซูบิชิ ปาร์เจโร่ สีขาว ป้ายทะเบียน เชียงใหม่, รถกระบะ นิสสัน นาวาร่า สีทอง ป้ายทะเบียน ขอนแก่น และรถกระบะ อีซูซุ ดีแม็กซ์ สีขาว ป้ายทะเบียน หนองบัวลำภู ลักษณะเฉี่ยวชนกัน จากการตรวจสอบพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย โดยเป็นชาย 2 และหญิง 2 ราย ทางอาสาสมัครช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาลหนองบัวลำภู ส่วนในจุดเกิดเหตุ มีผู้เสียชีวิต เป็นผู้หญิง 1 ราย สาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวน
>> กทม. เอาจริง โจรลักสายไฟพระราม 3 เกมอย่างไว โดนรวบใน 2 วัน
15.47 น. นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงกรณีที่สำนักการโยธา ตรวจพบมีการลักลอบตัดสายไฟฟ้าของกรุงเทพมหานครเพื่อนำไปขาย บริเวณทางสาธารณะ ช่วงใกล้สามแยกรัชดา - พระราม 3 เขตยานนาวา เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 67 ทำให้ระบบวงจรและอุปกรณ์ได้รับความเสียหาย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายจำนวนเงิน 49,086 บาท แต่จากนั้นไม่นาน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางโพงพาง ก็สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 67
โฆษกของกรุงเทพมหานคร กล่าวต่อไปว่า จากการลงพื้นที่ตรวจไฟส่องสว่างบนท้องถนนของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้บริหารสำนักการโยธา เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ได้กล่าวถึงปัญหาหลักของไฟดับคือมีคนลักลอบตัดสายไฟไปขายส่งผลให้ไฟถนนดับทั้งเส้น โดยตอนนี้โดนขโมยตัดสายไฟไปรวม 10 จุด ดำเนินการจับกุมคนตัดได้ 4 เคสแล้ว พร้อมเน้นย้ำว่าสำหรับผู้กระทำผิดจะต้องจัดการให้หนัก ฝากถึงผู้ที่กำลังทำหรือคิดจะลักลอบตัดสายไฟว่าการขายทองแดงจากสายไฟนั้นได้เงินไม่เยอะเมื่อเทียบกับมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้น หาอะไรที่ถูกกฎหมายทำจะดีกว่า
>> กรมศิลปากร สั่งรื้อถอนอาคารที่พักสงฆ์ ปลูกทับ "ปราสาทหินบ้านหลุ่งตะเคียน" เก่าแก่นับพันปี
16.33 น. นายทศพร ศรีสมาน ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา มอบหมายให้นางสาวนิตยา สาระรัตน์ นายช่างศิลปกรรมอาวุโส รักษาการผู้อำนวยกลุ่มอนุรักษ์โบราณ พร้อมด้วย นายนุกูล ดงสันเทียะ นายช่างโยธาชำนาญงาน กลุ่มอนุรักษ์โบราณสถาน สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา กรมศิลปากร เข้ากำกับควบคุมดำเนินการรื้อถอนส่วนพื้นอาคารศาลาปฏิบัติธรรมที่พักสงฆ์วัดโคกปราสาท ที่ปลูกคร่อมทับโบราณสถานปราสาทหลุ่งตะเคียน ตำบลหลุ่งตะเคียน อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา โดยการดำเนินการขั้นตอนแรก จะเป็นการใช้เครื่องจักรสกัดพื้นคอนกรีตออก และเมื่อเข้าไปใกล้ตัวปราสาทในระยะ 3-4 เมตร จะเริ่มใช้กำลังคนของกรมศิลปากรมาช่วยรื้อถอน ทั้งนี้ เพื่อป้องกันแรงสั่นสะเทือนจะส่งผลกระทบกับโครงสร้างของตัวปราสาทหิน ซึ่งการรื้อถอนจะมีนายช่างโยธาควบคุมทุกขั้นตอน
โดยในวันนี้ นายปลอด ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านตะเคียนทองหมู่ 14 ต.หลุ่งตะเคียน อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา ได้รับมอบหมายจาก นายรุ่งนภา พันทองบุตร ผู้ใหญ่บ้านฯ และคณะกรรมการการรื้อถอนอาคาร หมายเลข 44 ได้เข้าพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกการดำเนินการรื้อพื้น โดยมี น.ส.นลิน โรจนวัทธิกร ผู้ก่อตั้งเพจห้วยแถลง และผู้รับมอบสิทธิชุมชนจากชาวบ้าน 720 คน เพื่อทวงคืนปราสาทหลุ่งตะเคียน ได้เข้าร่วมสังเกตการณ์ เนื่องจากยังมีข้อพิพาทฟ้องร้องกันพื้นที่ดินทับซ้อนกันอยู่ ระหว่างที่ดินตามเอกสาร สค. 1 ซึ่งที่พักสงฆ์ได้อ้างถึง กับที่ดินสาธารณประโยชน์ของหมู่บ้าน หวั่นเกรงว่า จะมีการสร้างสถานการณ์ทำให้การรื้อถอนล่าช้าออกไปอีก ซึ่งชาวบ้านก็หวังว่า เมื่อดำเนินการรื้อถอนส่วนต่างๆ ของที่พักสงฆ์ออกแล้ว กรมศิลปากรจะได้จัดหางบประมาณมาขุดแต่งและบูรณะปราสาทหินบ้านหลุ่งตะเคียน เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับอารยธรรมบรรพบุรุษชาวไทยโบราณต่อไป
>> กองปราบฯ จับกุม 2 ผู้ต้องหา ร่วมกันลักทรัพย์กว่า 20 ล้านบาท หลบหนีการประกันตัว
17.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กองบังคับการปราบปราม โดย พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม กก.4 บก.ป. ร่วมกันจับกุม นายวุฒิ (นามสมมุติ) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลงวันที่ 17 ธ.ค.67 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะ” และ นางสาว นัด (นามสมมุติ) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลงวันที่ 17 ธ.ค.67 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะ”
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2565 ผู้เสียหายซึ่งเป็นญาติกับผู้ต้องหา ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ว่าตู้เซฟได้หายไป ซึ่งภายในมีเงินสด จำนวน 20,700,000 บาท โดยผู้เสียหายเชื่อว่าถูกลักทรัพย์ ต่อมาจากการสืบสวนพบว่ามีผู้ต้องหา 4 ราย ซึ่งเกี่ยวข้องเป็นน้องชายผู้เสียหาย , ภรรยาของน้องชายผู้เสียหาย , น้องสาวภรรยาของน้องชายผู้เสียหาย และแฟนหนุ่มของน้องสาวภรรยาของน้องชายผู้เสียหาย มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักทรัพย์ตู้เซฟ เนื่องจาก มีเงินหมุนเวียนในบัญชีเกือบ 20 ล้านบาท พนักงานสอบสวน สภ.บางบาล จึงดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ต่อมา ผู้ต้องหาได้ประกันตัวในชั้นศาลและไม่ไปรายงานตัวต่อศาลตามกำหนดนัด โดยมีพฤติการณ์หลบหนีศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจึงออกหมายจับ บุคคลดังกล่าวไว้
โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปราม ได้จับกุม นายวุฒิ (นามสมมุติ) และ นางสาว นัด (นามสมมุติ) รวมจำนวน 2 ราย ซึ่งเป็นน้องสาวภรรยาของน้องชายผู้เสียหายและแฟนหนุ่มของน้องสาวภรรยาของน้องชายผู้เสียหาย และมีเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งทั้ง 2 ราย เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาส่งศาลเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> เพลิงไหม้รถยนต์ บริเวณแยกรามคำแหง อาสาสมัครใช้ถังน้ำยาเคมีทำการดับ เพลิงสงบก่อนจะลุกลาม
17.21 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ สถานที่เกิดเหตุ บริเวณแยกรามคำแหง ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นเพลิงลุกไหม้ รถยนต์นั่งส่วนบุคคล สีเทา หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร รถใช้น้ำมันเบนซินเป็นเชื้อเพลิง เพลิงลุกไหม้เสียหายเฉพาะเครื่องยนต์ อาสาสมัครใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้น้ำทำการระบายความร้อน
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรภายในห้องเครื่องยนต์ เพลิงลุกไหม้เสียหายเฉพาะห้องเครื่องยนต์ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยหัวหมาก
>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศอินเดีย
22.42 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 3.9 ความลึก 17 กม. บริเวณพื้นที่ของ หมู่เกาะอันดามัน ประเทศอินเดีย ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.เมือง จ.พังงา ประมาณ 420 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย
>> ไฟไหม้บ้านเรือน คุณยายวัย 66 ปี เข็นรถจักรยานยนต์หนีตายออกจากเปลวเพลิง
23.30 น. ศูนย์วิทยุ 191 และ 199 รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน บ้านปากลาดใหม่ ต.บึงพระ อ.เมือง จ.พิษณุโลก
ที่เกิดเหตุ พบว่าเพลิงกำลังลุกไหม้เป็นบ้านไม้ 1 หลัง รถดับเพลิง อบต.บึงพระ และ อบต.ใกล้เคียง เข้าทำการระดมหัวฉีดน้ำเข้าควบคุมเพลิง ขณะเกิดเหตุพบนางสมพร อายุ 66 ปี เข็นรถจักรยานยนต์พร้อมทรัพย์สินที่หยิบติดมือมาได้ออกจากบ้านต้นเพลิง และมีอาการได้รับบาดเจ็บถูกไฟไหม้ตามร่างกาย อาสาสมัครช่วยเหลือปฐมพยาบาลและส่งโรงพยาบาลพุทธชินราช หลังเพลิงสงบพบว่าเสียหายวอดหมดทั้งหลัง ไม่มีผู้เสียชีวิต ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก
>> รถจักรยานยนต์ถูกรถไม่ทราบชนิดเฉี่ยวชนล้มคว่ำ รถเก๋งขับตามหลังทับร่างสาวนั่งซ้อนท้าย เสียชีวิตอยู่ใต้ท้องรถ
23.45 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกับรถนั่งส่วนบุคคล และมีผู้บาดเจ็บ ถนนเชียงราก ก่อนถึงทียูโดม ในพื้นที่ ต.คลองหนึ่ง อ.คลวงหลวง จ.ปทุมธานี
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีดำ ป้ายทะเบียน กทม. ถูกรถไม่ทราบชนิดเฉี่ยวชนก่อนจะพลิกคว่ำ ทำให้ผู้ขับขี่และซ้อนท้ายกระเด็นตกจากรถ แล้วรถนั่งส่วนบุคคล ฮอนด้า สีเขียว ป้ายทะเบียน กทม. ขับตามหลังมาทับคนซ้ายท้าย ร่างติดค้างอยู่ใต้ท้องรถ เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องมือเพื่อยกรถเก๋งขึ้น และนำร่างออกมา ตรวจสอบพบว่าได้เสียชีวิตแล้ว ตรวจสอบเป็นผู้หญิง อายุประมาณ 20 ปี ส่วนผู้ขับขี่ที่ได้รับบาดเจ็บ อาสาสมัครนำส่ง รพ.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เป็นผู้หญิงไทย อายุ 20 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหลวง
>> 2 โจรชกหน้า - ชิงทรัพย์นักท่องเที่ยวชาวจีน กลางเมืองพัทยา ตร.เร่งติดตามหาเบาะแสเพื่อจับกุม
00.37 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีพลเมืองดี อาชีพขับรถรับจ้างผ่านแอพพลิเคชั่น พากลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจำนวน 4 คน แจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจ สภ.เมืองพัทยา หลังหนึ่งในกลุ่มถูกคนร้ายทำร้ายแล้วชิงทรัพย์ ก่อนพากันหลบหนีไป เหตุเกิดที่บริเวณปากซอย 1 ถนนพัทยาสายสอง ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
โดยผู้เสียหาย นายวู่ อายุ 40 ปี นักท่องเที่ยวชาวจีน เล่าว่า ระหว่างเดินกลับโรงแรมที่พักกับกลุ่มเพื่อนชาวจีนรวม 4 คน เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ ได้มีคนร้ายเป็นจำนวน 2 คน ขับรถจักรยานยนต์มาคนละคัน จากนั้นหนึ่งในคนร้ายจะปรี่เข้ามาชกใบหน้า 1 ครั้ง ก่อนที่อีกคนจะเข้ามาชิงเอาโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ หัวเว่ย มูลค่าประมาณ 30,000 บาท ที่กำลังถืออยู่ในมือ ก่อนทั้งคู่จะพาวิ่งขึ้นรถจยย.ขับหลบหนีไป
เบื้องต้น ตำรวจได้ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจะประสานชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด รวมถึงสอบถามพยานแวดล้อม เพื่อหาเบาะแสในการติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฏหมายให้ได้โดยเร็ว เพราะถือว่าการคนร้ายไม่เกรงกลัวกฏหมาย ลงมือก่อเหตุกลางเมืองอย่างอุกอาจ โดยทำภาพลักษณ์การท่องเที่ยว และความมั่นใจด้านความปลอดภัยได้รับผลกระทบอย่างหนัก
>> หนุ่มขี่รถจักรยานยนต์เสียหลักชนเสาไฟแล้วพลิกคว่ำ เสียชีวิตริมถนนพหลโยธิน
01.08 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนเสาไฟฟ้า และมีผู้บาดเจ็บอาการสาหัส บนถนนพหลโยธิน ฝั่งขาเข้า ใกล้เคียงปั้มน้ำมัน ฝั่งตรงข้ามทางเข้า นิคมอุตสาหกรรมนวนคร ในช่องทางคู่ขนาน พื้นที่ ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า พีซีเอ็กซื สีแดง ป้ายทะเบียน 17 กทม. ลักษณะเสียหลักชนเสาไฟฟ้าข้างทางแล้วพลิกคว่ำ ใกล้กันพบร่างของผู้บาดเจ็บ 1 รายมีอาการสาหัส ทางอาสากู้ชีพ - กู้ภัยเร่งช่วยเหลือปั๊มหัวใจ แต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบ เป็นผู้ชาย อายุประมาณ 40 - 50 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหลวง