วันที่ 10 สิงหาคม 2567 เวลา 23:45 น.
'เกณิกา' แถลงผลงานรัฐบาลเศรษฐา เดินหน้าเร่งแก้ปัญหายาเสพติด ปราบปราม-บำบัดฟื้นฟู เผาทำลาย ยึดทรัพย์ แก้ทุกมิติ
(9 สิงหาคม 2567) ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นางสาวเกณิกา อุ่นจิตร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงความคืบหน้าผลงานรัฐบาลในรายการ “ไฮไลต์ไทยคู่ฟ้า” โดยย้ำถึงเรื่องของการปราบปรามแก้ไขปัญหายาเสพติดทุกมิติตามนโยบายรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญ ดังนี้
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการแก้ไขปัญหายาเสพติดโดยการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วนทั้ง ปปส. ตำรวจ ทหาร พลเรือน อสม. ผ่านการดำเนินมาตรการต่าง ๆ ตามนโยบายรัฐบาลโดยเฉพาะการปราบปรามและบำบัดรักษาฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดโดยให้ผู้เสพไม่กลับไปเสพซ้ำอีกเพื่อให้กลับมาใช้ชีวิตกับครอบครัวและในสังคมได้ตามปกติ โดยในด้านการปราบปรามยาเสพติดนั้น นายกรัฐมนตรีตั้งเป้าหมายที่จะปราบปรามอย่างจริงจัง โดยตลอดระยะเวลา 11 เดือนที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมทำงานแบบบูรณาการ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงยุติธรรม ทหาร และตำรวจ พร้อมทั้งลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์ปัญหายาเสพติดในแต่ละจังหวัดอย่างต่อเนื่อง รวมถึงได้ไปศึกษาต้นแบบที่จังหวัดร้อยเอ็ด ธวัชบุรีโมเดล และจังหวัดน่าน ท่าวังผาโมเดล ที่เป็นจังหวัดสีขาว ด้วยหลัก 4 ข้อ
1.ปราบปราม โดยให้เจ้าหน้าที่สแกนพื้นที่ คัดแยก ผู้เสพ ผู้ค้า
2.บำบัด โดยกระทรวงสาธารณสุข
3.ฟื้นฟูให้กลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้ และ
4.อยู่อย่างยั่งยืน มีอาชีพติดตัว
ทั้งนี้ การสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ปี 2566 มีจำนวนคดีทั้งสิ้น 66 คดี แต่ในปี 2567 มีจำนวนคดีทั้งสิ้น 126 คดี เพิ่มขึ้นกว่า 91% อีกทั้งยังมีการทำลายยาเสพติดของกลาง โดยสำนักงาน ป.ป.ส. และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ดำเนินการมาแล้วทั้งสิ้นรวม 5 ครั้ง ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 11 เดือน ซึ่งเมื่อก่อน มีกำหนดการเผา เพียงปีละ 1-2 ครั้ง เท่านั้น โดยยอดรวมเผา 5 ครั้ง มีน้ำหนักสุทธิยาเสพติดของกลางรวม 344.49 ตัน รวม 878,195 คดี สำหรับด้านการบำบัดรักษาฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด มียอดการบำบัดสะสม 140,019 คน โดยมีการแบ่งกลุ่มเป็น 4 กลุ่ม คือ
1.กลุ่มสีเขียว ผู้ป่วยยาเสพติดที่ไม่มีอาการทางจิตเวชร่วมด้วย
2.กลุ่มสีเหลือง ผู้ป่วยยาเสพติดที่มีอาการทางจิตเวชร่วมด้วย แต่อยู่ในระยะอาการสงบ
3.กลุ่มสีส้ม ผู้ป่วยยาเสพติดที่มีอาการทางจิตเวชร่วมด้วย อยู่ในระยะอาการกำเริบและมี 5 สัญญาณเตือนที่จะก่อเหตุรุนแรง และ
4.กลุ่มสีแดง ผู้ป่วยยาเสพติดที่มีอาการจิตเวชร่วมด้วยและกำลังแสดงอาการอาละวาด คลุ้มคลั่ง
ทั้งนี้ ผลการบำบัด รักษา จำนวน 63,093 คน มีผู้บำบัด รักษา ครบโปรแกรม จำนวน 56,633 คน ไม่ครบโปรแกรม จำนวน 6,460 คน นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีสายด่วน 1165 สายด่วนบำบัดยาเสพติด และสายด่วน 1386 สายด่วน ป.ป.ส. แจ้งเบาะแสผู้เสพ/ขาย หรือเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เพื่อเป็นช่องทางในการแจ้งเบาะแสให้กับประชาชนด้วย
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า นายกรัฐมนตรีได้เห็นถึงความมุ่งมั่น ความตั้งใจของเจ้าหน้าที่ทุกคน พร้อมทั้งต้องการสร้างกำลังใจ แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามยาเสพติด ซึ่งในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้เคาะบำเหน็จความชอบกรณีพิเศษให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านยาเสพติด โดยการคำนวณกรอบโควตาบำเหน็จความชอบกรณีพิเศษให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านยาเสพติด ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 คือ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านยาเสพติดประเภทโดยตรงในอัตราร้อยละ 2.5 คิดเป็นอัตราไม่เกิน 9,316 อัตรา และประเภทเกื้อกูลในอัตราร้อยละ 1.5 คิดเป็นอัตราไม่เกิน 3,731 อัตรา รวมทั้งสิ้น 13,047 อัตรา ใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2567 จำนวนทั้งสิ้น 85,718,790 บาท
22 สิงหาคม 2569
รวบแล้ว คนทำร้ายร่างกายชายอายุ 39 ปี ก่อนโยนลงบ่อน้ำสวนเบญจสิริ
22 สิงหาคม 2569
22 สิงหาคม 2569
รวบแล้ว คนทำร้ายร่างกายชายอายุ 39 ปี ก่อนโยนลงบ่อน้ำสวนเบญจสิริ
22 สิงหาคม 2569