สาว วัย 30 ปี ยัน! เรียกร้องหลังถูกกระทำรุนแรง ในที่สาธารณะ ต้องการให้เป็นคดีตัวอย่าง

16 ก.ย. 2563 | 14:09:04
วันที่ 16 กันยายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่ สน.พญาไท  ผู้หญิง วัย 50 ปี  (ขอสงวนชื่อ-นามสกุล) อาชีพดูแลผู้สูงอายุ เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.วัลลภ อิสริยสกุลวงศ์  พนักงานสอบสวน สน.พญาไท  เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ภายหลังตกเป็นผู้ต้องหา กรณีปรากฎคลิป กระชากผมหญิงสาวคู่กรณีบริเวณทางเดินขึ้นบันไดเลื่อน อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ  เหตุเกิดเวลา 08.20 น. วันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา  โดยหญิงคู่กรณีที่ถูกกระทำ เข้าแจ้งความไว้กับพนักงานสอบสวนก่อนหน้านี้แล้วว่า ขณะเกิดเหตุโดยสารรถตู้  จากฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต มาที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ระหว่างที่โดยสารรถตู้ มีผู้หญิงอีกคนที่โดยสารรถคันเดียวกันพูดจาด่าทอ  ผู้เสียหายว่า  นิสัยไม่มี .... หลังจากผู้เสียหายลงจากรถตู้  ผู้ก่อเหตุ ได้เดินตามมาด่าและได้กระชากผมทำให้ได้รับบาดเจ็บ ตามคลิปวิดีโอที่มีการเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์
 
เบื้องต้น  ร.ต.อ.วัลลภ อิสริยสกุลวงศ์  พนักงานสอบสวน สน.พญาไท  ได้สอบปากคำ พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา  หญิงวัย 50 ปี  (ขอสงวนชื่อ-นามสกุล) ผู้ก่อเหตุ ข้อหา “ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ” และ “ดูหมิ่นผู้อื่นซึ่งหน้า” ก่อนนัดให้ หญิงผู้ก่อเหตุคนดังกล่าวเดินทางไปพบพนักงานสอบสวนที่ ศาลแขวงดุสิต เพื่อยื่นคำฟ้องต่อศาล
 
ทั้งนี้มีรายงานว่า  หญิงผู้ก่อเหตุ วัย 50 ปี ได้เจรจาไกล่เกลี่ยกับคู่กรณี ต่อหน้าพนักงานสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว จากนั้นได้รีบเดินออกจากห้องสอบสวน โดยรีบขึ้นรถจักรยานยนต์รับจ้างที่จอดรออยู่หน้า สน.พญาไท และไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ กับสื่อมวลชน

 
ด้าน นางสาวบุ๋ม หญิงผู้เสียหาย ซึ่งถูกกระชากผมในวันเกิดเหตุ กล่าวกับสื่อมวลชนว่า  ปกติตนเองจะใช้รถยนต์ส่วนตัวในการเดินทาง แต่เนื่องจากวันที่เกิดเหตุ ทราบว่าการจราจรติดขัดจึงใช้บริการรถตู้โดยสาร ระหว่างที่อยู่บนรถตู้โดยสาร เป็นเวลาประมาณ 30 นาที  ผู้หญิง วัย 50 ปี ผู้ก่อเหตุด่าทอตนตลอด ทั้งนี้ขอยืนยันว่า  ตนไม่เคยรู้จักกับผู้ก่อเหตุมาก่อน  ระหว่างที่อยู่ในห้องสอบสวน  ผู้ก่อเหตุ ไม่พอใจที่ตนเรียกค่าเสียหายจำนวน 50,000 บาท และ พูดขึ้นว่า  "เกินกว่าเหตุ" รวมถึงไม่มีท่าทีสำนึกผิด ตนขอย้ำว่า ที่เรียกค่าเสียหาย ค่าทำขวัญและค่าเสียเวลา 50,000 บาทนั้นอยากให้เป็นคดีตัวอย่าง และไม่อยากให้ผู้ก่อเหตุไปกระทำแบบนี้กับผู้อื่นอีก
 
อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวน สน.พญาไท ได้นัดหมาย ผู้ก่อเหตุไปพบที่ ศาลแขวงดุสิต เพื่อยื่นคำฟ้อง ข้อหา “ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ” และ “ดูหมิ่นผู้อื่นซึ่งหน้า”

7312 Visitors | Share this: