ปลัด สธ.แจง ผู้ป่วยโควิดเพิ่มขึ้น 10-20% ยังเป็นไปตามคาดการณ์ เชื่อหลังปีใหม่สถานการณ์ติดเชื้อติดเชื้อลดลง

25 พ.ย. 2565 | 13:03:48
ปลัด สธ.แจง ผู้ป่วยโควิดเพิ่มขึ้น 10-20% ยังเป็นไปตามคาดการณ์ เชื่อหลังปีใหม่สถานการณ์ติดเชื้อติดเชื้อลดลง สั่งทุก รพ.เปิดจุดฉีดวัคซีน แม้มาคนเดียวก็ต้องฉีด ไม่ต้องกังวลทิ้งวัคซีน ยันมีเพียงพอ พร้อมให้จัดรถโมบายฉีดกลุ่มเสีย่งในพื้นที่

เมื่อวันที่ 25พ.ย. นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์โรคโควิด 19 ว่า ขณะนี้จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น ส่วนผู้ป่วยเข้ารักษาใน รพ.เพิ่มขึ้น ตอนนี้อยู่ที่ 10-20%ผู้เสียชีวิตไม่มากนัก เฉลี่ยไม่เกิน 10 รายต่อวัน แต่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จึงต้องติดตามใกล้ชิด ซึ่งจากการประชุมร่วมกับ ผอ.รพ.ทั่วประเทศ ก้รายงานว่าแต่ละแห่งยังรองรับสถานการณ์ได้แม้ผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น เนื่องจากส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง รักษาแบบผู้ป่วยนอก แพทย์ให้ยาไปรักษาตามที่วินิจฉัย ส่วนการรักษาใน รพ. ที่ต้องใช้เตียง ไอซียู เครื่องช่วยหายใจ ผู้ป่วยก็ยังไม่ได้เพิ่มแบบมีนัยสำคัญจนต้องเพิ่มมาตรการ ก็มีแค่เน้นย้ำฉีดวัคซีนและใส่หน้ากากอนามัย

"ส่วนสูงอายุที่มีข่าวเสียชีวิตที่บ้านช่วงนี้ คงต้องไปดูการเสียชีวิตแต่ละราย หลายรายอาการไม่เหมือนโควิด อยู่ๆ เสียชีวิตไปตรวจ ATK พบ แต่การตรวจ ATK เป็นการคัดกรองเบื้องต้น การวินิจฉัยยืนยันต้องตรวจรายละเอียดมากกว่านั้น ซึ่งกรมควบคุมโรคจะลงไปดูรายละเอียด ซึ่งแนวทางการรักษากลุ่มเสี่ยงที่ติดโควิดไกด์ไลน์ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง" นพ.โอภาสกล่าว

นพ.โอภาสกล่าวว่า การระบาดในรอบนี้ทุกอย่างยังเป็นไปตามที่คาดการณ์ เป็นลักษณะของ Small Wave การมีผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเพิ่มขึ้นก็ยังอยู่ในการคาดการณ์ ซึ่งจะเพิ่มตามวงรอบ คือ ช่วง พ.ย. และธ.ค. โดยหลังปีใหม่จะค่อยลดลง แต่ต้องดูเหตุการณ์จริงอีกครั้ง ทั้งนี้ สถานการร์การติดเชื้อมีผลต่อการเข้ารับวัคซีน เมื่อไรที่การติดเชื้อน้อยลงคนก็มาฉีดน้อยลง เมื่อผู้ติดเชื้อมากขึ้นก็มาฉีดมากขึ้น ซึ่งช่วงนี้ก็มีเข้ามารับวัคซีนมากขึ้น เมื่อวันที่ 24 พ.ย. ตนและรองปลัด สธ.ประชุมร่วมกับ นพ.สสจ.และ ผอ.รพ.ศูนย์/รพ.ทั่วไป ทั่วประเทศ สั่งการกำชับให้กำหนดเป้าหมายการฉีดวัคซีนระยะนี้อย่างจริงจัง และทอนเป้าหมายเป็นรายจังหวัดและติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยให้ทุก รพ.ในสังกัด สธ.จัดจุดบริการฉีดวัคซีนโควิดตามเหมาะสม ซึ่งบางแห่งอาจกำหนดวันฉีดเพื่อให้ประชาชนมารับบริการอย่างสะดวก

"แต่หากเข้ามาแบบวอล์กอิน ก็ให้ฉีดประชาชนที่มารับบริการด้วย ดีกว่าให้กลับบ้านไปโดยไม่ได้ฉีดวัคซีน จะเห็นว่าคนที่เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเสี่ยงที่ไม่ได้เข็มกระตุ้น ส่วนที่ผู้ปฏิบัติงานกังวลว่า วัคซีน 1 ขวดฉีดได้หลายคน แต่หากฉีดเพียงคนเดียวแล้วต้องทิ้งวัคซีน เพราะเปิดได้ไม่เกิน 24ชั่วโมง ก็ได้ชี้แจงย้ำเตือนให้สบายใจแล้วว่า ให้พิจารณาตามความเหมาะสม แม้จะนัดมาหลายคนแล้วฉีดทีเดียวจะช่วยประหยัด แต่ถ้านัดแล้วไม่มาก็เสียโอกาสฉีดเช่นกัน ให้พิจารณาถ้าคิดว่าเหมาะสมแม้ขวดหนึ่งฉีดคนเดียวก็ถือว่ามีประโยชน์ กว่าที่จะรอหลายคนแล้วไม่ได้ฉีดสักคน ซึ่งวัคซีนมีเพียงพอ ไม่ต้องกังวล ขอให้ฉีดให้ประชาชนมากที่สุด" นพ.โอภาสกล่าว

นพ.โอภาสกล่าวว่า วัคซีนเรามีครบถ้วนต้องกระจายถึงประชาชนมากที่สุด ถึงระดับ รพ.สต. เพราะหากให้ประชาชนมารับในอำเภอก็ไม่ใช่เรื่องน่าสนุก แม้วัคซีนจะฟรี แต่มีค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ลูกหลานพามาฉีดก็ต้องหยุดงานเสียรายได้ การฉีดใกล้บ้านเป็นมาตรการสำคัญ โดยแจ้งให้จัดกิจกรรมเพิ่มเติม มีรถโมบายยูนิตฉีดวัคซีน นัดหมายคนในพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่ม 608 คือ ผู้สูงอายุ 60ปีขึ้นไป กลุ่ม 7 โรคเรื้อรัง และหญิงตั้งครรภ์ ขอให้จัดบริการมากที่สุด และจะติดตามสถานการณ์ผู้ติดเชื้อและฉีดวัคซีนอย่างต่อเนื่องและจะสรุปอีกครั้งในปลายเดือนนี้

นพ.โอภาสกล่าวว่า สำหรับสายพันธุ์ BA.2.75 ที่เพิ่มขึ้นช่วงนี้ ย้ำว่าการกลายพันธุ์เป็นเรื่องปกติของเชื้อไวรัส เช่น ไข้หวัดใหญ่ก็กลายพันธุ์จึงต้องฉีดวัคซีนทุกปี ไวรัสโคโรนาก็กลายพันธุ์ตลอดจากสายพันธุ์ดั้งเดิม เป็นอัลฟา เบตา เดลตา และโอมิครอน ซึ่งก็กลายพันธุ์สายพันธุ์ย่อยอีก การกลายพันธุ์ต้องดูว่ามีนัยสำคัญทำให้รุนแรงมากขึ้นหรือไม่ ซึ่งที่มีการกลายพันธุ์ก็ยังไม่ได้รุนแรงมากกว่าสายพันธุ์เดิม , ดื้อต่อการรักษาหรือไม่ ตอนนี้ยาต่างๆ ที่มีอย่างเพียงพอก็มีประสิทธิภาพรักษาได้ดี ส่วนติดเชื้อง่ายขึ้นหรือไม่ ตัวใหม่ๆ สามารถแพร่กระจายติดเชื้อมากขึ้น แต่ไม่ได้มากจนวิตกเกินไป มาตรการปัจจุบัน คือ สวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง หลีกเลี่ยงสถานที่แออัดระบายอากาศไม่ดี ยังเป็นเรื่องสำคัญ แต่ตอนนี้คนไทยส่วนใหญ่ฉีดวัคซีน มีภูมิจากวัคซีนหรือติดเชื้อจำนวนมาก การจัดกิจกรรมให้ดูความเหมาะสมเป็นเรื่องๆ โดยย้ำกลุ่มเสี่ยงสูงฉีดเข็มกระตุ้น

Share this: