รอง ผบ.ตร.สั่งสอบเหตุกระบะขนแรงงานเมียนมาพลิกคว่ำ

18 ส.ค. 2565 | 11:54:40
รอง ผบ.ตร. สั่งตรวจสอบเหตุรถขนแรงงานเมียนมา 32 คน พลิกคว่ำ พบอาจเกี่ยวโยงกับกระบวนการขนแรงงานข้ามชาติ
 
วันนี้(18 ส.ค.65) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบงานด้านความมั่นคง เปิดเผยกรณีเหตุรถบรรทุกกระบะขนแรงงานเมียนมา 32 คน พลิกคว่ำที่จังหวัดนครศรีธรรมราช มีผู้เสียชีวิต 4 ราย บาดเจ็บอีก 4 ราย เหตุเกิดบริเวณ ถนนเอเชีย 41 ต.นาหมอบุญ อ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 17 ส.ค.65  ที่ผ่านมานั้น 

ความคืบหน้าล่าสุดได้สั่งการให้ ผบช.ภ.8, ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช และ ผบช.สตม. ลงไปตรวจสอบ เบื้องต้นพบว่ารถบรรทุกดังกล่าวได้ขนแรงงานชาวเมียนมาร์มาทั้งหมด 32 คน เป็นชาย 28 คน หญิง 4 คน มีนายนิวัฒน์ อายุ 29 ปี นั่งมาหน้ารถกับคนไทยอีก 2 คน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างหลบหนี  สอบถามจาก นายนิวัฒน์ ยังให้การปฏิเสธ อ้างว่าตนแค่นั่งมาเป็นเพื่อนกับคนไทยอีก 2 คน ไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับกับการขนแรงงานต่างด้าวและรถกระบะคันเกิดเหตุได้เช่ามาจากพรรคพวกที่ จ.ราชบุรี แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากสอบถามแรงงานงานต่างด้าวที่นั่งมาท้ายรถ ยืนยันว่า นายนิวัฒน์ ฯ ทำหน้าที่ในการติดต่อประสานงานกับคนต่างด้าวทั้งหมดที่อยู่หลังรถ 

สำหรับชาวเมียนมาทั้งหมดให้การตรงกันว่า พวกตนติดต่อผ่านนายหน้าชาวเมียนมาให้ช่วยพาข้ามแดนทางช่องทางธรรมชาติในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยตกลงกันว่าจะมีรถมารับช่วงต่อเพื่อส่งไปทำงานยังประเทศมาเลเซีย โดยต้องจ่ายให้กับนายหน้าคนละ 15,000 บาท และเมื่อไปถึงปลายทางต้องจ่ายอีก 15,000 บาท รวมเป็น 30,000 บาท แต่มาเกิดอุบัติเหตุเสียก่อน 

จากการตรวจสอบคนต่างด้าวทั้ง 32 คน อยู่ในช่วงอายุประมาณ 20-32 ปี ไม่มีหนังสือเดินทาง (passport) แต่ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากจะต้องทำการสอบสวนก่อนว่าเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์หรือไม่ โดยวันนี้ได้มีการเชิญสหวิชาชีพ อัยการจังหวัดทุ่งสง นายอำเภอจุฬาภรณ์ พม.จังหวัดนครศรีธรรมราช และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด มาร่วมในการคัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ที่ สภ.จุฬาภรณ์ เพื่อจะได้สืบสวนขยายผลในทางลึกถึงผู้ร่วมกระบวนการต่อไป 

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้มีคำสั่งให้ระดมกวาดล้างกระบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวโดยผิดกฎหมายตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งทุกหน่วยงานความมั่นคง ทั้งทหาร ตำรวจได้บูรณาการทำงานร่วมกันมาโดยตลอด คดีนี้ผู้กระทำผิดจะมีความผิดในข้อหา ร่วมกันนำหรือพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรหรือกระทำการด้วยประการใด ๆ อันเป็นการอุปการะหรือช่วยเหลือ หรือให้ความสะดวกแก่คนต่างด้าวให้เข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งมีโทษจำคุกสูงถึง 10 ปี สำหรับผู้ที่หลบหนี ก็จะทำการสืบสวน ออกหมายจับเอาตัวมาดำเนินคดีต่อไป จึงขอเตือนผู้ที่คิดจะกระทำผิด หรือกระทำอยู่ เพราะหวังค่าตอบแทนเล็กๆน้อยๆ ท่านจะต้องถูกดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด และได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วยกวดขันระวังป้องกันมิให้มีการลักลอบขนแรงงานโดยผิดกฎหมายโดยเด็ดขาด หากพบการกระทำผิด ให้ทำการขยายผลถึงผู้ร่วมกระบวนการทุกราย   




Share this: