24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 5 สิงหาคม 2565

06 ส.ค. 2565 | 05:50:58
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 5 สิงหาคม 2565 


>> นายกฯ สั่งการส่วนราชการในพื้นที่ สำรวจสถานบันเทิง ให้มีความปลอดภัย หวั่นเกิดเหตุซ้ำผับ ที่สัตหีบ 

09.00 น. นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรับทราบรายงานกรณีเหตุเพลิงไหม้เม้าส์เทน บีผับ (MOUNTAIN B) ริมถนนสาย สุขุมวิท ม.7 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พบว่ามีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนหลายราย นายกรัฐมนตรีกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เร่งตรวจสอบหาสาเหตุ มอบหมายให้ส่วนราชการเป็นคนกลางประสานกับเจ้าของผับเรื่องการช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ พร้อมกล่าวแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำ เรื่องความปลอดภัยในสถานบันเทิงต่าง ๆ ภายหลังรัฐบาลผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวสถานบันเทิงมากขึ้น ผู้ประกอบการต้องตรวจสอบความปลอดภัยภายในร้านอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะสถานบันเทิงในพื้นที่จังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว หวั่นเกิดเหตุซ้ำรอย สร้างผลกระทบต่อการท่องเที่ยว 
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ลงพื้นที่สำรวจสถานบันเทิง ตรวจสอบโครงสร้าง ความปลอดภัย โดยเฉพาะประตูทางออก ป้ายบอกทางกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน จะต้องใช้งานได้ตามปกติ ที่สำคัญประตูทางออกจะต้องสามารถเปิดให้นักท่องเที่ยวออกมาจากผับได้อย่างสะดวก ไม่คับแคบ 

หากพบสถานบันเทิงใดไม่ได้มาตรฐานหรือไม่ปฏิบัติตาม ให้ดำเนินการสั่งปรับปรุงแก้ไขให้เรียบร้อยก่อนเปิดให้บริการ 


>> ปภ.เผยเกิดอุทกภัย 5 จังหวัด ประสานจังหวัดและท้องถิ่น เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย 

09.30 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของประเทศไทย เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้มีฝนตกหนักบางแห่ง โดยตั้งแต่วันที่ 2 – 5 ส.ค. 65 เกิดสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน อุดรธานี มุกดาหาร ปทุมธานี และภูเก็ต รวม 8 อำเภอ 13 ตำบล 14 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 87 ครัวเรือน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ปัจจุบันทุกจังหวัดสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 

สำหรับการแก้ไขปัญหาและให้การช่วยเหลือประชาชน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)ได้ประสานจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ดูแลให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย และสำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ 


>> ไฟไหม้กุฏิพระ โยมอุปัฏฐากนั่งล้างบาตร หนีออกไม่ทัน สำลักควันดับ 

10.00 น. สภ.พระยืน จ.ขอนแก่น รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้กุฏิ วัดศรีพิมลบ้านโต้น ต.บ้านโต้น อ.พระยืน จ.ขอนแก่น 

เมื่อไปถึงพบเพลิงลุกไหม้กุฏิ 2 ชั้น ควันไฟพวยพุ่งออกมาจากชั้นล่าง เจ้าหน้าที่รีบระดมฉีดน้ำดับเพลิงใช้เวลาอยู่นาน 1 ชั่วโมงจึงควบคุมเพลิงไว้ได้ โดยไฟเผาชั้นล่างวอดหมด และพบศพชาย นายหนัน (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 78 ปี นอนคว่ำหน้าอยู่บนพื้น จึงประสานแพทย์ร่วมชันสูตรพลิกศพ ไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยถูกทำร้าย 

สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุพระอยู่ที่โบสถ์ ส่วนผู้ตายเอาบาตรพระมาล้างที่กุฏิ ซึ่งเป็นกิจวัตรประจำวัน จากนั้นเกิดไฟไหม้ขึ้นที่กุฏิ พระพยายามเข้าไปช่วยผู้ตายแต่เข้าไปไม่ได้ ไฟโหมลุกไหม้อย่างรวดเร็ว จากนั้นเจ้าหน้าที่นำศพส่งรพ.ศรีนครินทร์ ชันสูตรอย่างละเอียด พร้อมสอบสวนดำเนินการตามกฎหมาย ก่อนให้ครอบครัวรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป 


>> รวบ "บอย ยูนิตี้" เจ้าพ่อรถหรูเลี่ยงภาษี-หนีประกัน พบประวัติเพียบ 

10.00 พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผู้บังคับการ ตำรวจกองปราบปราม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง นำกำลังเข้าจับกุม นายอินทระศักดิ์ หรือ "บอย ยูนิตี้" อายุ 38 ปี กรรมการบริษัท เอสทีที ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 408/2565 ในข้อหา "ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม และแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำความผิดตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ" โดยจับกุมได้ที่ ริมถนนพระราม 4 แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กทม. 

สืบเนื่องจาก ผู้ต้องหาประกอบกิจการนำเข้ารถหรูและเป็นเจ้าของกิจการเต็นท์รถชื่อดัง ย่านสุขุมวิทและรัชดา มีการลักลอบนำเข้ารถหรูหลบเลี่ยงการชำระภาษี และสำแดงราคารถยนต์ให้ต่ำกว่าราคาตามท้องตลาด รวมถึงลักลอบนำเข้ารถจดประกอบ ก่อนนำไปขายให้กับผู้มีชื่อเสียงในวงการบันเทิง และนักการเมือง ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อภาครัฐ โดยลูกค้าที่ไม่สามารถนำรถไปขึ้นทะเบียนที่กรมการขนส่งได้ จึงเข้าแจ้งความ ก่อนจะถูกจับกุมตัวเมื่อปี 2560 ต่อมายื่นเรื่องขอประกันตัวสู้คดี แต่ไม่ยอมมารายงานตัว ศาลจึงตัดสินจำคุก 4 ปี ไม่รอลงอาญาพร้อมออกหมายจับ จนนำมาสู่การตามจับกุมดังกล่าว เบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติ พบมีหมายจับในความผิดอื่น จำพวก ฉ้อโกง บุกรุก และ ลักทรัพย์ รวมอีก 14 หมายจับ จากนั้นนำตัวส่ง ศาลอาญาดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป 


>> ผู้ว่าฯ กทม. กำชับตรวจสถานบันเทิง สุ่มตรวจให้ถี่ ลงพื้นที่ไม่แจ้งก่อน 

11.00 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงเหตุเพลิงไหม้ที่สถานบันเทิงผับ Mountain B ในพื้นที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ว่าต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต และผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่ไม่ควรจะเกิด เมื่อ 2 เดือนที่แล้วมีเหตุการณ์ไฟไหม้ที่สีลมซอย 2 ซึ่งก็ได้มีการกำชับให้ทุกเขตตรวจทางหนีไฟ ความเสี่ยงอัคคีภัย ทุกสถานบริการ แต่ต้องไปเร่งรัดและกำชับเพิ่มเติม

ทั้งนี้ มอบหมายให้ พล.ต.อ.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม. ไปกำชับให้เข้มข้นมากขึ้น และต้องลงตรวจให้ถี่ขึ้น เพราะมีการเปิดเมือง มีนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวมากขึ้น 
กทม.จะเอากรณีนี้มาเป็นอุทาหรณ์มาเร่งดำเนินการ โดยจะมีการติดตามว่ามีปัญหาตรงจุดไหนบ้าง โดยให้เร่งรัดตรวจสำรวจให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน 


>> ยอดผู้ติดเชื้อโควิด ประจำวัน 

12.30 น. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ประจำวัน ว่า เบื้องต้นมีผู้ป่วยรายใหม่ (รักษาตัวใน รพ.) 2,253 ราย จำแนกเป็น ผู้ป่วยในประเทศ 2,253 ราย และมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 34 ราย 


>> ​ผู้ว่าฯ ชลบุรี สั่งเร่งติดตามรักษาเยียวยาผู้ประสบเหตุเพลิงไหม้ผับดัง เมืองสัตหีบ 

15.00 น. จากกรณี เหตุเพลิงไหม้ ผับดังเมือง สัตหีบ เม้าส์เทน บี ผับ ริมถนนสาย สุขุมวิท บางนา-ตราด ม.7 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 13 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บรักษาตัวทั้งหมด 36 ราย 

นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี มอบหมายให้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชลบุรี ( ปภ.) ตั้งศูนย์บัญชาการที่เกิดเหตุ เพื่อช่วยเหลือและเยียวยาวผู้ประสบเหตุ เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าว มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก จึงถือว่าเป็นอุบัติภัย โดยตามกฎของกระทรวง จะมีงบช่วยเหลือเบื้องต้น ผู้บาดเจ็บรายละ 4,000 บาท บาดเจ็บจนพิการรายละ 13,300 บาท และ ผู้เสียชีวิตจะได้รายละ 29,700 บาท หากเป็นผู้เสียชีวิตเป็นผู้นำครอบครัว จะได้คูณ 2 จากตัวเลข 29,700 บาท นอกจากนี้ ยังมีงบของอำเภอ และ เทศบาลในพื้นที่ ในการเยียวยาในครั้งนี้ด้วย

ในขณะที่เช้าวันนี้ นายณรงค์ บุญบรรเจิดศรี นายกเทศมนตรีเมืองสัตหีบ พร้อมเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่ตรวจสอบอาคาร โดยพบว่าเพลิงสงบแล้ว เพียงแต่ตัวอาคารอาจมีการทรุดตัวลงได้จึงได้กันพื้นที่ไว้โดยรอบ โดยเปิดเผยว่าจากการตรวจสอบพบว่าอาคารดังกล่าวเปิดได้ประมาณ 1 ปี มีการขออนุญาตก่อสร้างอาคารถูกต้อง โดยมีใบในลักษณะเป็นร้านอาหาร ถูกต้อง ซึ่งอยู่ในพื้นที่ประมาณ 1 งานเศษ โดยจากนี้จะทำการออกคำสั่งในการปิดการใช้ พร้อมปิดกั้นบริเวณโดยรอบเนื่องจากเป็นพื้นที่อันตราย ส่วนผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจะไดมีการเยียวยาต่อไป 

>> รมว.สาธารณสุข คืบหน้า พรบ.กัญชา กัญชง ฉบับใหม่ เตรียมนำเสนอเข้าที่ประชุมรัฐสภา 

16.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับความคืบหน้า พระราชบัญญัติกัญชา กัญชง ฉบับใหม่ ว่า ขณะนี้เข้าสู่ช่วงสุดท้ายของการแปรญัตติกฎหมายซึ่งคณะกรรมการพิจารณาประกอบด้วย ผู้ทรงคุณวุฒิทุกภาคส่วน ผู้แทนราษฎร นักวิชาการ องค์กรอิสระและผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยมีการรับฟังข้อมูลจากทุกภาคส่วน หากเสร็จสิ้นจะนำเสนอต่อที่ประชุมรัฐสภาต่อไป โดยจะต้องผ่านทั้งวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร คาดว่ากฎหมายฉบับใหม่นี้จะมีความครอบคลุมและนำมาใช้ปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

ส่วนการปรับปรุงประกาศเพิ่มเติมเรื่องช่อดอกกัญชา กรมอนามัยได้ออกประกาศการห้ามใช้ช่อดอกในการประกอบอาหารมาก่อนที่กัญชาจะถูกปลดออกจากการเป็นยาเสพติดแล้ว ดังนั้น การนำช่อดอกมาประกอบเป็นอาหารและจำหน่าย รวมถึงการสูบ เสพในที่สาธารณะไม่สามารถทำได้ ซึ่งผู้ที่กระทำจะมีความเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดี มีความผิดทางกฎหมายโทษทั้งจำและปรับ ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขยังยืนยันเจตนารมณ์ของนโยบายกัญชาทางการแพทย์ว่าใช้เพื่อสุขภาพเท่านั้น 


>> กรมอุตุ ประกาศเตือน "ฝนตกหนักถึงหนักมาก" 

17.00 น. ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทยและคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามัน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 7-9 สิงหาคม 2565)" ฉบับที่ 1 ลงวันที่ 05 สิงหาคม 2565 

ในช่วงวันที่ 7-9 สิงหาคม 2565 ร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม 

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนบริเวณอ่าวไทยตอนบนห่างฝั่งมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 7-9 ส.ค. 65 นี้ไว้ด้วย 


>> ไฟไหม้บ้านไม้วอดทั้งหลัง ในชุมชนวัดเชิงท่า 

19.00 น. สำนักงาน ปภ.ลพบุรี รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ บ้านเช่าหลังโรงพิมพ์ประเสริฐบริเวณ วัดเชิงท่า ตำบลท่าหิน อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี 

โดยที่เกิดเหตุเหตุ ลักษณะเป็นบ้านไม้ 2 ชั้นสำหรับพักอาศัย บ้านเลขที่ 91 ชุมชนวัดเชิงท่า เพลิงเกิดขึ้นแล้วลุกไหม้บ้านต้นเพลิงเสียหายทั้งหลัง และลุกลามบ้านข้างเคียงเสียหายบางส่วนอีก 1 หลัง เจ้าหน้าที่พร้อมด้วยรถดับเพลิงเทศบาลเมืองลพบุรี และจุดข้างเคียง เร่งระดมหัวฉีดน้ำจนสามารถควบคุม และเพลิงสงบในเวลาต่อมา ขณะเกิดเหตุไม่มีผ้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต มีเพียงนางบังเอิญ อายุ 63 ปี มีอาการเป็นลมหมดสติ อาสากู้ภัยช่วยเหลือปฐมพยาบาล ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองลพบุรี 


>> รถกระบะ ชนคนข้ามถนนเสียชีวิต

19.01 น. รับแจ้งจาก สน.ตลิ่งชัน เกิดอุบัติเหตุและมีผู้เสียชีวิต บริเวณถนนบรมราชชนนี ฝั่งขาเข้า บริเวณฝั่งตรงข้าม สน.ตลิ่งชัน ในช่องทางหลัก 

โดยที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ โตโยต้า สีดำ ทะเบียน  นครราชสีมา ชนคนข้ามถนน ความรุนแรงทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน ตรวจสอบเอกสารทราบชื่อ นาย สุทิน อายุ 65 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าพนักงานสอบสวน 


>>เพลิงไหม้บ้านร้าง เสียหายหมดทั้งหลัง 

20.55 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านร้าง สถานที่เกิดเหตุ ไม่มีเลขที่ ซอยสุวินทวงศ์ 13 ถนนสุวินทวงศ์ แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร

ประกอบกิจการใช้สำหรับพักอาศัย ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านร้างโครงสร้างไม้ ชั้นเดียว ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในบ้าน เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งหลัง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 50 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ 

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ ไม่สามารถตรวจสอบได้เนื่องจากเพลิงลุกไหม้เสียหายทั้งหมด ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางชัน 


>> รถกระบะบรรทุกถังแก๊ส ชนเสาไฟแล้วพลิกคว่ำ ทำแก๊สรั่วไหล 

21.23 น. ศูนย์วิทยุพระราม 199 รับแจ้งเหตุรถบรรทุกแก๊สหุงต้มพลิกคว่ำ ทำให้เกิดแก๊สหุงต้มรั่วไหล สถานที่เกิดเหตุ ซอยร่มเกล้า 5 ถนนร่มเกล้า แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร 

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นถังแก๊สหุงต้ม ขนาดถัง 15 กิโลกรัม เกิดการรั่วไหล เจ้าหน้าที่ดำเนินการระบายแก๊สเป็นที่เรียบร้อย

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเกิดจาก อุบัติเหตุจากรถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไฮลักซ์ รีโว่ สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร เสียหลักพลิกคว่ำ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เพศหญิง 1 ราย เพศชาย 1 ราย ได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลตามร่างกาย อาสาสมัครนำส่งโรงพยาบาลโรงพยาบาลนวมินทร์ 9 พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางชัน 


>> แผ่นดินไหว ที่เมียนมา

23.26 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 3.6 แมกนิจูด ความลึก 2 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ประมาณ 84 กม. ไม่มีผลต่อประเทศไทย 



>>ไฟไหม้อุโบสถวัดดังเมืองชุมพร จนท.เร่งใช้หัวฉีดน้ำ

23.33 น. รับแจ้งจาก มูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์ เกิดเหตุเพลิงไหม้ ภายในวัดเจ้าฟ้าศาลาลอย ตำบล บางลึก อำเภอเมืองชุมพร ชุมพร 

โดยที่เกิดเหตุ พบแสงเพลิงบริเวณพระประทานและมีการลุกลามภายในอุโบสถของวัดเจ้าฟ้าศาลาลอย เจ้าหน้าที่พร้อมด้วยรถดับเพลิงเทศบาลชุมพร และเทศบาลใกล้เคียง ร่วมกันเร่งระดมใช้หัวฉีดน้ำเพื่อควบคุมเพลิงไม่ให้ขยายเป็นวงกว้าง ใช้เวลาประมาณ 2 ชม. จึงควบคุมและเพลิงสงบ ขณะเกิดเหตุไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต สาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชุมพร  

>> สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก วันที่ 4 สิงหาคม 2565 เวลา 05.00 น. 

ยอดผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลกจำนวน 587,195,891 ราย รักษาอาการดีขึ้น 557,366,073 ราย เเละเสียชีวิตสะสม 6,431,895 ราย 

1. ประเทศ สหรัฐอเมริกา ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 93,739,666 ราย เสียชีวิต 1,057,811 คน (เพิ่มขึ้น 539 คน) 
2. ประเทศ อินเดีย ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 44,107,588 ราย เสียชีวิต 526,600 คน (เพิ่ม ขึ้น 70 คน) 
3. ประเทศ ฝรั่งเศส ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 34,024,522 ราย เสียชีวิต 152,537 คน (เพิ่มขึ้น 80 คน) 
4. ประเทศ บราซิล ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 33,994,470 ราย เสียชีวิต 679,758 คน (เพิ่มขึ้น 164 คน) 
5. ประเทศ เยอรมนี ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 31,178,705 ราย เสียชีวิต 144,717 คน (เพิ่มขึ้น 165 คน) 

ประเทศไทยอยู่อันดับ 28 ของโลก ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 4,600,978 ราย (เพิ่มขึ้น 2,253 ราย) เสียชีวิต 31,529 คน (เพิ่มขึ้น 34 คน) 
 
 
Share this: