“อนุทิน” ย้ำนโยบายกัญชา ใช้เพื่อการแพทย์ แก้เจ็บป่วย เท่านั้น ขอสังคม ช่วยกันหาความรู้ โปรดเข้าใจกัญชา มีทั้งคุณ และโทษ ขึ้นอยู่กับการเลือกใช้

06 ก.ค. 2565 | 15:05:13
6 กรกฎาคม 2565 อาคาร 11 - 12 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค อารีนา เมืองทองธานี จ. นนทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวใน พิธีเปิดงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติและการประชุมวิชาการประจำปีการแพทย์แผนไทยการแพทย์พื้นบ้านและการแพทย์ทางเลือกแห่งชาติครั้งที่ 19 ใจความตอนหนึ่งว่า

กระทรวงสาธารณสุข และรัฐบาล ยืนยันว่าเราสนับสนุนให้ใช้กัญชาในทางการแพทย์เท่านั้น ใช้เพื่อบรรเทาอาการเจ็บป่วย ใช้ในผลิตภัณฑ์ เพื่อสุขภาพ การนำสมุนไพรมาประกอบอาหาร ตามเทรนด์การสร้างเสริมสุขภาพ การปลดล็อกของเรา ทำให้มีโอกาสได้นำภูมิปัญญาของแพทย์พื้นบ้าน การแพทย์ทางเลือกมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เป็นตำรับยาที่ได้รับการยอมรับ และบรรจุในบัญชียาหลักไปแล้ว พร้อมกับมีการใช้ในคลินิกกัญชาทั่วประเทศกว่า 1.2 พันแห่ง รักษาผู้ป่วย ไปมากกว่า 1 แสนราย เรายืนยันในหลักการ การใช้กัญชาอย่างถูกต้อง และปลอดภัย เพื่อส่งเสริมสุขภาพ และอุตสาหกรรม ซึ่งจะเป็นผลบวกกับประชาชน พี่น้องเกษตรกร ผู้ประกอบการ นักลงทุน เอาเข้าจริง ประเทศไทย ปลดล็อกกัญชากันมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ปี 2562 เพื่อมุ่งใช้ประโยชน์ด้านการวิจัย การพัฒนา แต่ที่เป็นความคืบหน้าจริงๆ คือการปลดพืชกัญชา กัญชง ออกจากความเป็นยาเสพติด ยกเว้น สารสกัดที่มีค่า THC สูงกว่า 0.2%

จากนั้น ได้ออกกฎเกณฑ์ออกมามากมาย ทั้งระเบียบกระทรวงฯ ทั้งการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อควบคุมการใช้กัญชา เให้เกิดประโยชน์จต่อสุขภาพ เราไม่เคยสนับสนุนการใช้กัญชาเพื่อการนันทนาการ เราไม่เคยสนัยสนุนให้ไปใชเรื่องที่ไม่เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพ เราไม่เคย ให้ใช้กัญชาแล้วไปออกฤทธิ์ ต่อระบบประสาท นอกเหนือจากการรักษาอาการเจ็บป่วย รักษาโรคนอนไม่หลับ การนำกัญชา มาใช้ทางการแพทย์ เป็นการประหยัดงบประมาณ ส่งเสริม พัฒนาองค์ความรู้ของสมุนไพร ที่มีมูลค่าเพิ่มในตัวมันเอง ที่ผ่านมา สมุนไพรไทย มักจะถูกละเลย เพิ่กเฉิย มาตอนนี้ เราจะไม่ยอมให้เกิดขึ้น คนที่เข้ามาดูแลกรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือกจะต้องมีวิชั่นในการนำภูมิปัญชาไทยมาใช้ประโยชน์ สูงสุด ทั้งเรื่องการแพทย์ และในเรื่องเศรษฐกิจ

“มีบางคนบอกว่ากระทรวงสาธารณสุข และรัฐบาล ทำนโยบายโดยขาดความรับผิดชอบ เป็นการกล่าวหาโดยไม่มองถึงข้อเท็จจริง แทนที่จะนำข้อมูลที่ครบถ้วนไปบอกแก่ประชาชน แทนที่จะพูดในเรื่องที่เป็นประโยชน์ กับพูดแต่เรื่องไม่ดี ต่างกับหลายคน ที่มองเห็นข้อดี แล้วนำมาใช้เพื่อรักษาโรค ใช้เป็นทางเลือกด้านเศรษฐกิจ เรื่องแบบนี้ ควรจะสื่อสารกันบ้าง อย่าปิดหูปิดตาประชาชน คำว่าสองคนยลตามช่อง คนหนึ่งมองเห็นโคลนตม อีกคนมองเห็นดวงดาว เรื่องนี้ ก็เช่นกัน ใครที่ยังสงสัยให้มาดูงานนี้ ถ้ามีกล้องก็มาสัมภาษณ์ จะได้เห็นความจริงอีกด้านหนึ่ง กระทรวงฯ ไม่ได้ทำผิดอะไรเลย เราสร้างโอกาส และพยายามตีกรอบ เราสนับสนุนคนที่ใช้ให้เป็นประโยชน์ แต่เราไม่เคยสนับสนุน ผู้ที่ใช้ให้เกิดโทษ”

Share this: