เฝ้าระวังแผ่นดินไหวฝั่งอันดามัน เกิดขึ้นกว่า 30 ครั้ง ในรอบ 2 วัน

06 ก.ค. 2565 | 11:17:42
กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า ตั้งแต่วันที่ 4 ก.ค. เวลา 06.00 น. จนถึงวันที่ 5 ก.ค. เวลา 21.50 น. เกิดแผ่นดินไหว บริเวณหมู่เกาะอันดามัน ประเทศอินเดีย ขนาด 4.0-4.9 ศูนย์กลางอยู่ห่างจาก จ.ภูเก็ต ประมาณ 400-500 กิโลเมตร สูงสุดตามรายงานของกองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา คือ ขนาด 4.9 ณ เวลา 07.26 น. ของวันที่ 6 ก.ค. โดยรวมมีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นแล้ว 32ครั้ง

ด้านเพจเฟซบุ๊กของศูนย์เฝ้าระวังและติดตามเหตุการณ์แผ่นดินไหว จ.ภูเก็ต (ภาคประชาชน) ระบุว่า จุดเกิดแผ่นดินไหวดังกล่าวอยู่บริเวณนอกชายฝั่งหมู่เกาะนิโคบาร์ ห่างจาก จ.ภูเก็ต ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือกว่า 500 กิโลเมตร โดยในวันที่ 4 ก.ค. เพจดังกล่าวระบุข้อความว่า “แจ้งพี่น้องในพื้นที่ชายฝั่งอันดามัน แผ่นดินไหวถี่ๆ ที่เกิดขึ้นบริเวณหมู่เกาะนิโคบาร์วันนี้ อยู่ในรอยเลื่อนแบบขนาน ไม่น่ากังวล ติดตามข้อมูลไว้ #ตื่นตัวอย่าตื่นตระหนก” และยืนยันว่า “ภาวะน้ำหนุนที่หาดทรายแก้ว ไม่เกี่ยวกับแผ่นดินไหว”

ด้านนายสุวิทย์ โคสุวรรณ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่ปรึกษาทางการบริหารจัดการทรัพยากรธรณี กรมทรัพยากรธรณี กล่าวถึงสถานการณ์การเกิดกลุ่มแผ่นดินไหวในทะเลอันดามันว่า สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา (USGS) รายงานว่า เกิดแผ่นดินไหวขนาด 4.5-5.4 จำนวน 25 ครั้ง โดยเกิดครั้งแรกเมื่อเวลาประมาณ 12.30 น. เมื่อวันที่ 4 ก.ค. แล้วเกิดต่อเนื่องจนถึงเวลาประมาณ 16.30 น. ของวันที่ 5 ก.ค. โดยเป็นแผ่นดินไหวขนาดค่อนข้างเล็ก (Light) ถึงขนาดปานกลาง (Moderate) ไม่มีแผ่นดินไหวหลัก เกิดขึ้นเป็นกลุ่มในช่วงเวลาหนึ่ง (Earthquake swarms) จุดเหนือศูนย์เกิดแผ่นดินไหวอยู่ห่างจาก อ.เมือง จ.พังงา ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 530 กม. สำหรับสาเหตุของกลุ่มแผ่นดินไหวดังกล่าว เกิดจากพฤติกรรมการเคลื่อนตัวของแมกม่าใต้พื้นท้องทะเล บริเวณ Andaman spreading ridge จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานความเสียหาย ไม่มีการประกาศเตือนภัยสึนามิ และไม่ส่งผลกระทบกับประเทศไทย

นายสุวิทย์ กล่าวต่อว่า การเกิดกลุ่มแผ่นดินไหวลักษณะนี้จะเกิดขึ้นต่อเนื่อง 4-5 วัน อีกทั้งบริเวณใกล้เคียงศูนย์แผ่นดินไหว มีภูเขาไฟชื่อ Barren หากแมกม่าใต้พื้นท้องทะเลยังคงเคลื่อนตัวบ่อยครั้งและรุนแรงขึ้น อาจทำให้ลาวาปะทุออกจากปล่องภูเขาไฟได้ แต่ขอย้ำว่า ประชาชนไม่ต้องกังวลใจแต่อย่างใด กรมทรัพยากรธรณีจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดแล้วรายงานให้ทราบต่อไป

 
Share this: