24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 5 กรกฎาคม 2565

06 ก.ค. 2565 | 05:41:50
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 5 กรกฎาคม 2565 


>> JSL แจงปม เงินชดเชยพนักงาน ติดภาวะการขาดกระแสเงินสด ยันไม่ทิ้งพนักงาน 

08.29 น. JSL Global Media เจ เอส แอล โกลบอล มีเดีย ได้ชี้แจง กรณี เรื่องเงินชดเชยของพนักงาน ทางบริษัทไม่ได้นิ่งนอนใจและยังมีความตั้งใจที่จะจ่ายให้ครบจำนวนตามที่กฏหมายกำหนดไว้ แต่เนื่องด้วยภาวะการขาดกระแสเงินสดฉับพลันและยังไม่สามารถหาเงินมาให้ทันกับค่าชดเชยที่ต้องจ่ายเมื่อปวันที่ 30 มิถุนายน ทางบริษัทจึงจำเป็นต้องแจ้งพนักงานทุกคนตามความเป็นจริงเรื่องจำนวน % ที่บริษัทสามารถจ่ายให้ได้ ณ วันนั้น อย่างไรก็ดี บริษัทไม่ได้นิ่งนอนใจเรื่องเงินชดเชยที่ขาด และได้พยายามหลายวิธีการเพื่อหาเงินมาจ่ายให้ได้มากที่สุดและเร็วที่สุด เพราะทราบความเดือดร้อนของพนักงานทุกคน ตามกระบวนการที่ควรจะเป็นคือบริษัทและพนักงานต้องมีการคุยเจรจากันก่อนที่จะไปถึงกระบวนการของสำนักงานแรงงาน แต่ด้วยข้อจำกัดที่บริษัทมีขณะนั้น เราจึงไม่สามารถชี้แจงรายละเอียดการจ่ายชดเชยที่เหลือได้ ทางบริษัทต้องขออภัยในความล่าช้าและทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนจนเกิดเหตุการณ์ตามข่าว ทางบริษัทขอชี้แจงกระบวนการการจัดสรรงบประมาณในการจ่ายชดเชยที่จะมีการดำเนินการต่อไปดังนี้ 

จากเงินชดเชยทั้งหมด 32 ล้านบาท เราได้แจ้งพนักงานไปแล้วว่าในวันที่บริษัทปิดกิจการลง เราสามารถจ่ายชดเชยให้ได้ในจำนวน 16% ของยอดทั้งหมดซึ่งเป็นยอดกว่า 5 ล้านบาท เราจึงขอให้พนักงานมารับงวดแรก 16% นี้ไปก่อนเพื่อบรรเทาความลำบากของทุกคน และในสิ้นเดือนก.ค. นี้ ทางบริษัทจะหาเงินมาเพิ่มให้อีก 9% รวมของเดิมจะเป็น 25% ของยอดชดเชยทั้งหมด หลังจากนั้น ทุกๆสิ้นเดือน บริษัทก็จะพยายามหาเงินมาจ่ายชดเชยให้ต่อไปอีกตามกำลังที่มี 

ทางบริษัทยินดีพูดคุยเพื่อหาข้อสรุปให้เหมาะสมที่สุดที่เป็นไปตามกระบวนการของกฏหมายแรงงานทุกประการ จึงขอความร่วมมือจากพนักงานทุกคนในการเข้ามาร่วมเจรจาหาข้อสรุปร่วมกันเพื่อพวกเราทุกคนจะได้เดินหน้าต่อและไม่มีความบาดหมางใจต่อกัน บริษัทไม่เคยมีเจตนาที่จะละทิ้งความรับผิดชอบต่อพนักงานทุกคน แต่ด้วยสถานการณ์ที่ยากลำบากที่ไม่สามารถเดินต่อได้ จึงทำให้เกิดเหตุการณ์เหล่านี้ที่ทำให้ทุกคนต้องเสียขวัญและกำลังใจ บริษัทหวังว่า ด้วยความจริงใจที่มีต่อพนักงาน และความร่วมมือระหว่างกัน เราจะสามารถช่วยกันแก้ไขปัญหายากลำบากนี้ให้ลุล่วงไปด้วยกันได้ 


>> ศูนย์ฯภัยพิบัติ เฝ้าระวังดินถล่ม - น้ำป่าไหลหลาก เนื่องจากมีฝนตกหนักต่อเนื่องหลายจังหวัด 

09.00 น. ศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัย กรมทรัพยากรธรณี ได้ออกประกาศขอให้อาสาสมัครเครือข่ายกรมทรัพยากรธรณีและประชาชนทั่วไปเฝ้าระวังภัยดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากในระยะนี้ ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ตราด ชุมพร ระนอง พังงา กระบี่ และตรัง โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยดินถล่มบริเวณอำเภอเมืองโป่งน้ำร้อน ขลุง มะขาม เขาคิชฌกูฎ จังหวัดจันทบุรี อำเภอบ่อไร่ เขาสมิง เกาะช้าง จังหวัดตราด อำเภอกระบุรี ละอุ่น กะเปอร์ สุขสำราญ จังหวัดระนอง อำเภอคุระบุรี ตะกั่วป่า ตะกั่วทุ่ง กะปง ท้ายเหมือง จังหวัดพังงา เนื่องจากมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง โดยบางพื้นที่วัดปริมาณน้ำฝนได้มากกว่า 100 มิลลิเมตร และเริ่มมีน้ำหลากในบางพื้นที่แล้ว อาจส่งผลให้เกิดดินถล่มได้ 
ทั้งนี้ ขอให้เตรียมความพร้อมเฝ้าระวังภัยและวัดปริมาณน้ำฝนอย่างต่อเนื่อง หากเกิดเหตุให้แจ้งเตือนสถานการณ์ดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากให้ประชาชนในหมู่บ้านได้รับทราบ พร้อมแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมปฏิบัติตามแผนเฝ้าระวังด้วย 


>> กรมศุลกากร ร่วมกับหน่วยงานสกัดกั้นยาเสพติด ยึดเคตามีน 50 กิโลกรัม 

10.00 น. นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมศุลกากร พร้อมด้วย ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ผู้แทนกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ผู้แทนศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย ผู้แทนการท่าเรือแห่งประเทศไทย ร่วมแถลงข่าวตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (เคตามีน) น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มประมาณ 50 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 15 ล้านบาท ณ ศูนย์แถลงข่าว ชั้น 2 อาคาร 1 กรมศุลกากร 

สืบเนื่องจาก กองสืบสวนและปราบปรามกรมศุลกากร ได้ตรวจสินค้าที่มีลักษณะตรงตามความเสี่ยงในการกระทำความผิดเกี่ยวกับการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ไปยังต่างประเทศ ชนิดสินค้าเป็นเครื่องซีลสูญญากาศ โดยจะส่งออกทางท่าเรือกรุงเทพฯ ไปยังประเทศไต้หวัน จึงได้ประสานข้อมูลร่วมกับหน่วยงานตามโครงการสกัดกั้นยาเสพติดพื้นที่ท่าเรือ (Seaport Interdiction Task Force: SITF) ร่วมกันตรวจสอบสินค้าดังกล่าว เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2565 จากภาพเอกซเรย์พบความผิดปกติอยู่ภายในเครื่องซีลสูญญากาศ จึงได้ตรวจสอบโดยละเอียด พบวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (เคตามีน) น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มประมาณ 50 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 15 ล้านบาท หากส่งออกไปยังประเทศไต้หวันจะมีมูลค่าในราคาขายส่ง ประมาณ 87.5 ล้านบาท และมีมูลค่าในราคาขายปลีกประมาณ 175 ล้านบาท จึงได้ร่วมกันตรวจยึดพร้อมทั้งขยายผลหาผู้เกี่ยวข้องต่อไป 


>> ปฏิบัติการพิเศษสยบไพรี บช.ปส. บุกบ้าน ‘โจ้โจ้ มีนบุรี’ พ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่คลองสามวา 

11.00 น. ชุดปฏิบัติการพิเศษสยบไพรี กองบัญชาตำรวจปราบปรามยาเพสติด นำกำลังเปิดปฎิบัติการ ยุทธการสยบไพรี 65/14 โดยได้นำกำลังเข้าตรวจค้น บ้านเลขหลังหนึ่ง ในพื้นที่ซอยหทัยราษฎร์ 16 แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา ซึ่งเป็นบ้านของ นายธนกฤต หรือ "โจโจ้ มีนบุรี" ผู้ต้องหาตามหมายจับ ซึ่งเป็นพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ ในพื้นที่ภาคกลาง ที่ถูกจับกุมไปเมื่อวันที่ 14 มิ.ย. ที่ผ่านมา 

จากการตรวจค้น พบญาติพี่น้องของนายธนกฤต อาศัยอยู่แต่ไม่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดของนายธนกฤต ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดอายัดทรัพย์สินไว้ เนื่องจากพบว่ามีความเชื่อมโยง ในการใช้เป็นแหล่งพักยาเสพติด และเป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากการค้ายาเสพติด 

พล.ต.ต. พรพิทักษ์ รู้ยืนยง ผู้บังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 1 เปิดเผยว่า การปฏิบัติการในวันนี้ตำรวจใช้เวลาในการขยายผลนานกว่า 5 ปี สืบเนื่องจาก ตำรวจกองปราบปราม สามารถจับกุมลูกน้องนายธนกฤตได้เมื่อปี 2560 พร้อมยาบ้า 2,000 เม็ด และให้การซัดทอดว่า นายธนกฤตได้ลักลอบขนยาเสพติด มาจากภาคเหนือและนำกระจายในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล และพบว่าเครือข่ายนี้มีทรัพย์สินประมาณ 50 ล้านบาท 

ตำรวจจึงได้เฝ้าติดตามจนพบว่า นายธนกฤต ได้ขนยาบ้ามาซุกซ่อนไว้ในบ้านหลังดังกล่าวก่อนกระจายไปให้ผู้ค้ารายย่อย และมีพฤติการณ์ในลักษณะนี้หลายครั้ง จนเมื่อเดือนมิถุนายน ได้นำกำลังเข้าจับกุมนายธนกฤตพร้อมภรรยา 

จากการสอบสวนให้การรับสารภาพ และยอมรับว่าทรัพย์สิน บ้านพร้อมที่ดินในซอยหทัยราษฎร์ 16 รวมถึงอพาร์ตเมนต์ ในอำเภอแปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นเงินที่ได้จากยาเสพติด ซึ่งเป็นการนำไปฟอกเงิน และจากการสืบสวนพบว่านายธนกฤตมีอาชีพรับจ้างทั่วไป และไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่งที่ได้มาซึ่งรายได้ ไม่มีการเสียภาษี แต่มีทรัพย์สิน มีบ้าน มีรถหลายคัน จึงได้ทำการตรวจสอบและยึดอายัดทรัพย์ไว้ หลังจากนี้จะมีการขยายผลเพิ่มเติม เพื่อยึดและอายัดทรัพย์ของขบวนการนี้ต่อไป 


>> ยอดผู้ติดเชื้อโควิด ประจำวัน 

12.30 น. ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ประจำวัน ว่า เบื้องต้นมีผู้ป่วยใหม่ 1,917 ราย ผู้ป่วยในประเทศ 1,914 ราย ผู้ป่วยมาจากต่างประเทศ 3 ราย และมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 18 ราย 


>> ครม. อนุมัติงบให้ผู้สูงอายุ 8.3 พันล้าน จ่ายเดือนละ 100-250 บาท ตามระดับอายุ 

13.30 น. วันที่ 5 กรกฎาคม 2565 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ประเทศไทยยังมีปัญหาหลายอย่างที่จำเป็นต้องร่วมมือแก้ไข ตนในฐานะรัฐบาลพยายามอย่างเต็มที่ เพื่อดูแลช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ ที่มาจากวิกฤตพลังงานของโลก ครม. เข้าใจถึงความลำบากของประชาชน ขอให้ทุกคนมั่นใจว่า ประเทศไทยมีแผนยุทธศาสตร์เพื่อรองรับสถานการณ์ ทั้งระยะสั้น 3 เดือน ระยะกลาง 6 เดือน และระยะยาว 1 ปี เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยจะไม่เกิดการขาดแคลนทั้งด้านพลังงานและอาหาร โดยตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อบริหารสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ เพื่อเร่งรัดจัดทำมาตรการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมมากที่สุด 

อีกทั้ง เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบาง วันนี้ ครม. มีการอนุมัติจัดสรรงบประมาณปี 2565 ที่เคยเห็นชอบหลักการไปแล้ว เพื่อจ่ายเงินพิเศษช่วยเหลือประชาชนผู้สูงอายุ 10.9 ล้านคน ตามระดับของอายุ อาจไม่มากนักในรายบุคคล รวมเป็นวงเงิน 8,300 ล้านบาท โดยผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป จะได้รับการช่วยเหลือเดือนละ 100-250 บาท ภายในเดือน ก.ค.นี้ จะเริ่มจ่ายผู้สูงอายุครั้งแรกรวมเป็นเวลา 4 เดือน จากนั้นจะจ่ายในเดือน ส.ค.และ ก.ย. แม้จะไม่มาก แต่เชื่อว่าจะมีส่วนช่วยผู้สูงอายุได้ ในยามนี้เราต้องหาทางช่วยกัน รัฐบาลทำเท่าที่ทำได้ ซึ่งไม่มีผลต่องบประมาณโดยรวมมากนัก 


>> ตร.เพชรบุรี ไล่ล่าไอ้โหด บุกบ้านฆ่าชิงทรัพย์หญิงชราคาบ้านพัก จ.เพชรบุรี

13.30 น. ร.ต.ท.หญิง ธนพร มัตสยะวนิชกูล ร้อยเวร สภ. ชะอำ รับแจ้งเหตุบุคคลถูกทำร้ายเสียชีวิตภายในบ้านในเขตเทศบาลเมืองชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี 

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียว เลขที่ 1365/287 ถ.จิมพล ต.ชะอำ อ.ชะอำ ตั้งอยู่บริเวณสุดซอยด้านข้างและด้านหลังบ้านเป็นป่าละเมาะ ที่บริเวณห้องรับแขกใกล้ประตูทางเข้าตัวบ้าน พบร่างของผู้เสียชีวิต ชื่อ นางสุธาสินี พันธุ์สวัสดิ์ อายุ 75 ปี เจ้าของบ้านนอนจมกองเลือดเสียชีวิต ห่างจากศพประมาณ 2 เมตรเป็นระเบียงพักผ่อน ที่บริเวณโต๊ะนั่งเล่นกลางระเบียงพบร่องรอยการต่อสู้เก้าอี้ล้ม มีเศษแว่นตาผู้เสียชีวิตรองเท้าตกอยู่ ที่พื้นพบกองเลือดขนาดใหญ่ ที่ผนังมีรอยเลือดกระเซ็นเปรอะเปื้อนไปทั่ว นอกจากนั้นยังพบรอยเลือดลากศพเข้ามาในห้องรับแขก ซึ่งอยู่ติดกัน 

นอกจากนี้ที่บริเวณขอบกำแพงบ้านฝั่งติดป่าละเมาะ ยังพบรอยคราบเลือดที่ขอบกำแพงด้านใน คาดว่าเปื้อนขณะคนร้ายปีนหลบหนี แพทย์ชันสูตรพลิกศพพบบาดแผลถูกแทงด้วยของมีคมบริเวณหน้าอก ท้อง แขนซ้ายและกลางหลัง รวมกว่า20 แผล และมีบาดแผลฉกรรจ์ขนาดใหญ่ ที่บริเวณกลางหน้าอก 1 แผล ตรวจสอบเบื้องต้นพบทรัพย์สินผู้ตายหายไปจำนวนหนึ่ง 

เบื้องต้นตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในบ้านพบผู้ต้องสงสัยเป็นชายลักษณะผอมสูง ใส่หมวกคลุมหัวปิดบังใบหน้า สวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว เดินเข้ามาในบ้านจากนั้นคาดว่าจะไปก่อเหตุ ซึ่งมุมภาพไม่สามารถบันทึกได้ จากนั้นเห็นภาพขณะรีบหลบหนีไป โดยใช้รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สกูปปี้ไอ สีชมพู ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เป็นยานพาหนะในการหลบหนี ทั้งนี้ พ.ต.อ.กานต์ ธรรมเกษม รอง ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี ได้สั่งการให้ระดมเจ้าที่ตำรวจ สภ.ชะอำและ ตำรวจชุดสืบสวนจังหวัดเพชรบุรี ปูพรมค้นหาผู้ต้องสงสัยแล้ว คาดว่าจะเป็นบุคคลที่อยู่ภายในพื้นที่ 


>> เจ้าท่ากระบี่ ห้ามเรือโดยสารประจำทาง หยุดวิ่งชั่วคราว ป้องอุบัติเหตุจากคลื่นลมแรง เตรียมกู้เรือสินค้าล่ม 

14.26 น. นายมานะ นวลหวาน ผอ.เจ้าท่าภูมิภาค สาขากระบี่ เข้าตรวจสอบเรือโดยสาร วิ่งระหว่างกระบี่-เกาะพีพี ทั้งขนาดกลางและเล็กตามท่าเรือต่างๆ พร้อมกับสั่งห้ามให้หยุดวิ่งชั่วคราว เนื่องจากคลื่นลมกำลังแรง ยกเว้นเรือโดยสารประจำทางขนาดใหญ่ พร้อมทั้งตรวจสอบใบอนุญาตใช้เรือ ทะเบียนเรือ ใบอนุญาตนายท้ายช่างเครื่องยนต์เรือ อุปกรณ์ช่วยชีวิต นักท่องเที่ยวต้องสวมเสื้อชูชีพขณะอยู่บนเรือ ห้ามบรรทุกเกินอย่างเด็ดขาด ก่อนนำเรือออกฝั่ง เพื่อความปลอดภัย ป้องกันอุบัติเหตุทางน้ำเนื่องจากขณะนี้ทะเลมีคลื่นลมแรง 

นายสุรศักดิ์ยังให้ข้อมูลด้วยว่า ในส่วนของเรือบรรทุกสินค้าเรืออันดามันสมูตตี้ เป็นเรือประมงดัดแปลง บรรทุกสินค้าจากท่าเรือขนส่งยูนิตี้ ปากน้ำกระบี่ ต.ไสไทย อ.เมืองกระบี่ ไปยังเกาะพีพี ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ จมบริเวณปากร่องน้ำกระบี่ เบื้องต้นได้นำทุ่นไปลอยไว้บริเวณจุดเรือจมเพื่อป้องกันเรือลำอื่นชน และในวันนี้จะเชิญตัวกัปตันมาสอบสวนและเตรียมทำการกู้เรือต่อไป แต่ทั้งนี้ ต้องดูด้วยว่าสภาพอากาศเป็นใจหรือไม่ เพราะตอนนี้คลื่นลมกำลังแรงเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย 


>> ผู้ว่าฯ กทม. เตรียมทบทวนมาตรการถอดหน้ากาก หลัง ปลัดสธ. มีหนังสือให้ทุกจังหวัดเฝ้าระวัง 

15.40 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่า กำลังดำเนินดารตรวจสอบตัวเลขผู้ติดเชื้อ เพราะมีเพิ่มขึ้น ตนเข้าใจว่าตอนนี้มีตัวเลขผู้ป่วยเพิ่มขึ้นส่งผลให้เตียงเริ่มแน่น ส่วนมาตรการต่างๆ ตนได้มอบหมายให้รองผู้ว่าฯกทม ดูแลในประเด็นนี้แล้ว 

นายชัชชาติยังกล่าวอีกว่า ส่วนสถานการณ์ดังกล่าวจะกระทบกับมาตรการถอดหน้ากากอนามัยของ กทม. หรือไม่นั้น ตนคิดว่าอาจต้องทบทวนทุกอย่าง ต้องดูตามข้อเท็จจริง แต่ก็ต้องมีขั้นตอนที่ต้องปรับตัวไป และต้องดูความรุนแรงด้วยว่าถ้ามีการแพร่ระบาดเยอะ แล้ว ความรุนแรง มีมากน้อยแค่ไหน ซึ่งมาตรการต่างๆ ขอให้เป็นไปตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ถึงแม้ว่าจะประกาศไปแล้ว แต่ถ้าต้องมีการทบทวนใหม่ก็ไม่เป็นไร ว่าไปตามข้อเท็จจริง 
ผู้สื่อข่าวถามเพิ่มเติมถึงกรณีที่มีโรงเรียนในหลายจังหวัดเกิดการแพร่ระบาดจนมีคลัสเตอร์เด็กเล็กเกิดขึ้น นายชัชชาติกล่าวว่า เมื่อเช้าตนได้สอบถามเรื่องนี้กับโรงเรียนแถวสวนลุมพินี ก็พบว่ามีเด็กติดเชื้อบ้างแล้วเหมือนกัน ก็ต้องจับตาเพราะเด็กถือเป็นกลุ่มที่เปราะบาง 


>> คปภ. เผย พบเอกสารเบิกประกัน "เจอจ่ายจบ" ปลอม จ่ายเงินไปแล้ว 500 ล้านบาท 

16.00 น. นายอานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย เปิดเผยว่า เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลทำให้มีผู้ทำประกันภัยโควิด-19 แบบ "เจอจ่ายจบ" เป็นจำนวนมาก จึงต้องเร่งดำเนินการจ่ายค่าสินไหมทดแทนดังกล่าว ทำให้การตรวจสอบเอกสารต่างๆ อาจทำได้ไม่ถี่ถ้วน 
ซึ่งจากการตรวจสอบ พบการทำ "เอกสารปลอม" ในการขอรับค่าสินไหมทดแทนโควิด "เจอจ่ายจบ" และจ่ายเงินไปแล้วกว่า 500 ล้านบาท มีทั้งการเอาหมายเลขประจำตัวผู้ป่วยผู้ที่ติดเชื้อโควิดรายอื่น มาใช้เป็นของตน , ทำเอกสารใบรับรองผลตรวจโควิดปลอม ซึ่งการกระทำในดังกล่าว จัดว่าเป็นการฉ้อฉลประกันภัย และผู้ที่มีพฤติกรรมฉ้อฉลประกันภัย จะต้องรับโทษตามกฎหมาย ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ ประกันภัยถือเป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงที่ให้ความคุ้มครองเฉพาะผู้เอาประกันภัยที่สุจริตเท่านั้น โดยยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด 


>> "นายชวน" สั่งปิดประชุมสภา หลังสมาชิกขาดโหวตกว่า 100 คน 

18.00 น. ที่ประชุมร่วมรัฐสภา ได้พิจารณามาตรา 6/3 เกี่ยวบัตรเลือกตั้งสองใบ คนละเบอร์ โดยสมาชิกที่สงวนคำแปรญัติได้ขึ้นอภิปรายเห็นว่า บัตรเลือกตั้ง ส.ส.เขต และบัตรเลือกตั้ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ มีความเห็นว่าควรจะใช้เบอร์เดียวกันทั้งประเทศ เพื่อสะดวกต่อการจดจำของประชาชน และเป็นประโยชน์ต่อการหาเสียงและนำเสนอนโยบายของพรรคการเมืองต่างๆ รวมทั้งง่ายต่อการจัดการเลือกตั้งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 
ขณะที่ กมธ. ยืนยันว่า ต้องใช้บัตรสองใบคนละเบอร์ เพราะหากใช้เบอร์เดียวกันจะเกิดการซื้อเสียงได้ง่ายขึ้น อย่างการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และผู้สมัคร สก.ประชาชนก็กาถูก สุดท้ายอย่าคิดว่าบัตรเบอร์เดียวกันมีแต่ด้านบวก แต่มีด้านลบด้วย เพราะครั้งต่อไปอาจจะมีบัตรเลือกตั้งลงแข่งขันกว่า 50 พรรค ทำให้ในบางเขตจะมีบัตรเลือกตั้งยาวและจะมีช่องโหว่ 

โดยหลังจากอภิปรายเสร็จสิ้น นายชวน ได้เรียกสมาชิกให้มาลงมติ ใช้เวลานานร่วม 10 นาที แต่สมาชิกในห้องประชุมยังบางตา กระทั่งนายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ได้เสนอว่า ขณะนี้เวลาล่วงเลยมานานแล้ว ขอให้ปิดการประชุม และพิจารณาต่อในวันที่ 6 ก.ค. นายชวน จึงแจ้งว่า ยังขาดอีก 100 กว่าคนเท่านั้นเอง และเมื่อสมาชิกปรารถนาให้ปิดประชุม ก็ปิดประชุม โดยปิดประชุมในเวลา 19.22 น. 


>> เพลิงไหม้รถแทรคเตอร์ เสียหายวอดหมดคัน 

20.08 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้รถแทรคเตอร์ สถานที่เกิดเหตุ ซอยอ่อนนุช 86 ถนนอ่อนนุช แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร 
ลักษณะเป็นรถแทรคเตอร์ ชนิดกลาง ยี่ห้อแคท สีเหลือง ไม่มีหมายเลขทะเบียน รถใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิง เพลิงลุกไหม้ห้องเครื่องและล้อทั้งสี่ล้อ สาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรภายในห้องเครื่อง รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยประเวศ 


>> แผ่นดินไหว ที่เมียนมา 

23.29 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 4.1 แมกนิจูด ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 328 กม. ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย  


>> สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก วันที่ 6 กรกฎาคม 2565 เวลา 05.00 น. 

ยอดผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลกจำนวน 555,955,722 ราย รักษาอาการดีขึ้น 530,423,604 ราย เเละเสียชีวิตสะสม 6,363,325 ราย 

1. ประเทศ สหรัฐอเมริกา ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 89,613,066 ราย เสียชีวิต 1,043,518 คน (เพิ่มขึ้น 93 คน) 
2. ประเทศ อินเดีย ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 43,546,263 ราย เสียชีวิต 525,242 คน (เพิ่ม ขึ้น 19 คน) 
3. ประเทศ บราซิล ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 32,536,302 ราย เสียชีวิต 672,101 คน (เพิ่มขึ้น 84 คน) 
4. ประเทศ ฝรั่งเศส ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 31,658,727 ราย เสียชีวิต 149,801 คน (เพิ่มขึ้น 75 คน) 
5. ประเทศ เยอรมนี ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 28,542,484 ราย เสียชีวิต 141,397 คน (เพิ่มขึ้น 105 คน) 

ประเทศไทยอยู่อันดับ 26 ของโลก ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 4,534,017 ราย (เพิ่มขึ้น 1,917 ราย) เสียชีวิต 30,739 คน (เพิ่มขึ้น 18 คน) 

Share this: