บุกทลายแก๊งต่างชาติ หลอกลงทุนออนไลน์ กลางรีสอร์ทหรู เชียงใหม่

19 พ.ค. 2565 | 11:54:40
19 พ.ค. 65 พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฏหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปชก.ตร) แถลงผล การบุกจับกุม ทลายขบวนการหลอกลงทุนออนไลน์ Hybrid Scam จับกุมผู้กระทำผิดทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ จำนวน  24 คน กลางรีสอร์ทหรู เชียงใหม่ 

โดย พล.ต.อ.วิสนุฯ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้เร่งสืบสวนกวาดล้างขบวนการคนร้ายต่างชาติในพื้นที่ท่องเที่ยวต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อรองรับการเปิดประเทศตั้งแต่ 1 พ.ค.2565 เป็นต้นมา ได้สืบสวนหาข่าว จนพบพฤติการณ์คนไทยและคนต่างชาติมีการรวมตัวเช่าที่พักโดยมีพฤติกรรมที่เป็นพิรุธผิดปกติ จึงได้นำหมายค้นศาลจังหวัดฝาง นำทีมชุดปฏิบัติการเข้าตรวจค้น โรงแรมแห่งหนึ่ง ใน ต.แม่สูน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่  พบคนไทยและต่างชาติ จำนวน 24 คน เป็นชาย 22 คน และหญิง 2 คน โดยทั้งหมดนี้ เป็นคนสัญชาติจีน 20 คน ส่วนที่เหลือเป็นคนท้องถิ่นในพื้นที่ 4 คน พร้อมตรวจยึดของกลาง เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค 10 เครื่อง จอคอมพิวเตอร์ 10 จอ ซีพียูคอมพิวเตอร์ 10 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 224 เครื่อง ซิมการ์ด 6 อัน และแฟลชไดร์ฟ 2 อัน ใช้ผ่านสัญญาณอินเทอร์เน็ต

จากการสืบสวน พบว่ากลุ่มผู้ต้องหา มีการสร้างบัญชีผู้ใช้ปลอมในแอพลิเคชั่นหาคู่ต่างๆ และแอพลิเคชั่นไลน์ เป็นชื่อที่สมมติขึ้นมาเองและใช้ภาพโปรไฟล์หญิงสาวสวยที่หามาจากช่องทางออนไลน์ เพื่อสนทนาหลอกลวงเหยื่อ ทั้งคนไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่น  จากนั้นได้มีการสนทนาหว่านล้อม เพื่อหลอกให้เหยื่อตกหลุมรักหรือไว้วางใจ แล้วจะวางกลอุบายให้เหยื่อร่วมลงทุนโดยให้เปิดบัญชีในแอพลิเคชั่น metatrader เพื่อเข้าสู่กระบวนการหลอกเอาเงินมาลงทุน โดยมีทีมที่สร้างข้อมูลบนแพลตฟอร์มที่สร้างปลอมขึ้นมา เพื่อหลอกให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่ามีการเทรดเงินได้จริง เมื่อผู้เสียหายหลงโอนเงินลงทุน ก็ตัดขาดการติดต่อ 
 
จากการสอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพว่า จะได้ค่าตอบแทนจากการทำงานดังกล่าวจำนวน 25,000 – 35,000 บาท ต่อเดือน และได้มีการเช่าเหมาพักอาศัยในรีสอร์ทที่เกิดเหตุ โดยจะมารวมตัวกันทำงานที่อาคารออฟฟิศด้านหลังที่พักดังกล่าว ตั้งแต่เวลา 09.00 – 21.00 น. ในวันจันทร์-ศุกร์ และเวลา 12.00 – 17.00 น. ในวันเสาร์-อาทิตย์ 

จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา ว่า “สมคบกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปเป็นซ่องโจรเพื่อร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น , ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน " และแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในส่วนผู้ต้องหาชาวจีนว่า " เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือการอนุญาตสิ้นสุด”
 
พล.ต.อ.วิสนุฯ กล่าวด้วยว่า  สำหรับผู้ต้องหาชาวจีนทั้ง 20 คน  ได้สั่งการให้ตรวจสอบการเข้าออกราชอาณาจักร และการขอวีซ่าของกลุ่มผู้ต้องหาชาวจีน เพื่อตรวจสอบเส้นทางความเชื่อมโยงของผู้ต้องหาและเครือข่ายขบวนการที่เกี่ยวข้อง

 
Share this: