พิศวงไทยทอง หรือ พิศวงตานกฮูก พรรณไม้เกียรติประวัติไทย พบเฉพาะดอยหัวหมด ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง จ.ตาก

14 ต.ค. 2564 | 05:16:48

"พิศวงไทยทอง" พรรณไม้ชนิดใหม่ของโลก ถูกพบครั้งแรกโดย ดร.กนกอร สีม่วง นักวิจัยมหาวิทยาลัยพะเยา ซึ่งร่วมกับ นายสุชาติ จันทร์หอมหวล ช่างภาพอิสระ ต่อมารองศาสตราจารย์ ดร.สหัช จันทนาอรพินท์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ ดร.สมราน สุดดี นักวิจัยกลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกันตีพิมพ์เป็นพันธุ์ไม้ชนิดใหม่ของโลก ลงในวารสาร Phytotaxa เล่มที่ 333 (2) หน้า 287

สำหรับคำระบุชนิด "thaithonggiana" ตั้งเพื่อเป็นเกียรติแก่นัก รองศาสตราจารย์ ดร.อบฉันท์ ไทยทอง อดีตอาจารย์ประจำภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งปูชนียบุคคลของวงการพรรณไม้ของไทยตัวอย่างพรรณไม้ต้นแบบ เก็บจากดอยหัวหมด จังหวัดตาก เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2557





ทั้งนี้ ดร.กนกอร ศรีม่วง นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยพะเยา ผู้ค้นพบ ได้ให้ข้อมูลไว้เมื่อตอนค้นพบว่า ตอนแรกยังไม่ทราบว่าเป็นพืชชนิดใด จึงเก็บตัวอย่างและบันทึกภาพ ส่งให้ รศ.ดร.สหัช จันทนาอรพินท์ ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ตรวจสอบ จนกระทั่งทราบว่าเป็นพืชชนิดใหม่ของไทย “พิศวงตานกฮูก” ที่มีชื่อสามัญเรียกว่า “พิศวงไทยทอง” และชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Thismia thaithongiana ซึ่งพิศวงไทยทองนี้เป็นพืชล้มลุกขนาดเล็กเท่าหัวไม้ขีด ที่จะออกดอกในช่วงปลายฝนเท่านั้น


พืชชนิดนี้เป็นพืชที่มีความสัมพันธ์กับเชื้อราในดิน และมีระบบนิเวศหรือการดำรงชีวิตอย่างสลับซับซ้อนกับพืชชนิดอื่นๆ ซึ่งแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ หรือความสมดุลของป่าแห่งนี้ ซึ่งในอนาคตจะได้มีศึกษานิเวศวิทยาของพืชชนิดนี้ว่ามีความเกี่ยวข้องหรือมีความสัมพันธ์กับสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นๆ อย่างไร รวมไปถึงพิศวงตัวอื่นๆ ในสกุลนี้ด้วย ซึ่งความสัมพันธ์กับพืชชนิดอื่นอาจจะซ่อนอยู่ในพืชชนิดนี้ ที่ยังคงทำให้เราแปลกใจ ประหลาดใจ และเป็นปริศนาสมดังชื่อประจำสกุล “พิศวง”





สำหรับพิศวงไทยทอง หรือพิศวงตานกฮูก เป็นพันธุ์ไม้ถิ่นเดียวของไทย พบเฉพาะที่ดอยหัวหมด ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง จังหวัดตาก ขึ้นในป่าเต็งรังบนเขาหินปูนมีสถานภาพเป็นพันธุ์ไม้ที่ใกล้สูญพันธุ์ เป็นพืชล้มลุกอาศัยรา ลำต้นตั้งตรง สูงน้อยกว่า 2 มม.เรียกได้ว่ามีขนาดเล็กเท่าหัวไม้ขีดเพียงเท่านั้น



ที่มา : สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช

ภาพ : นายสุชาติ จันทร์หอมหวล ช่างภาพอิสระ

Share this: