นักธุรกิจ เตาเผา ร้องกองปราบ ถูกกลุ่มชาย อ้างอดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยฯ เรียกเงินเเลกทำโครงการพัฒนาเเหลมฉบัง

14 ส.ค. 2563 | 13:30:00
วันที่ 14 สิงหาคม 2563 นายบี (นามสมมุติ) นักธุรกิจเตาเผา เข้าแจ้งความกับ พนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อดำเนินคดีกับ ชาย ซึ่งอ้างตัวเป็นอดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยกระทรวงคมนาคม  พร้อมพวกรวม 6 คน หลังถูกกลุ่มบุคคลดังกล่าวแอบอ้าง และเรียกรับเงินเพื่อแลกกับสิทธิในดำเนินการพัฒนาที่ดิน 55 ไร่ ในพื้นที่ท่าเรือเเหลมฉบัง จ.ชลบุรี
 
นายบี (นามสมมุติ) นักธุรกิจเตาเผา เปิดเผยว่า  ช่วงเดือนมีนาคม 2563 ที่ผ่านมา กลุ่มบุคคลดังกล่าวติดต่อมาเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับธุรกิจเตาเผาที่ตนเองดำเนินการอยู่ ก่อนจะเริ่มเชิญชวนให้ตนเข้าทำโครงการการพัฒนาที่ดิน 55 ไร่ ภายในท่าเรือ แหลมฉบัง จ.ชลบุรี โดยอ้างว่ารู้จักกับผู้ใหญ่ที่สามารถช่วยให้รับงานดังกล่าวได้
 
กลุ่มบุคคลดังกล่าว พาไปพบกับ ชายซึ่งอ้างตัวเป็นอดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยกระทรวงคมนาคม  พร้อมให้ดูแบบและพูดคุยในรายละเอียดว่า สามารถช่วยให้เข้าพบกับรัฐมนตรีช่วยฯ เเต่ต้องแลกกับการจ่ายค่าดำเนินการจำนวน 2 ล้านบาท  พร้อมค่าที่ปรึกษาเดือนละ 2 เเสนบาทให้กับบุคคลที่อ้างตัวเป็น  “ดร.”  และอีก 1 ส่วน คือ เดือนละ 1 เเสนบาทที่ต้องให้กับ ชาย ที่อ้างตัวเป็น “สจ.”  ซึ่งเป็นทีมงาน พร้อมรถยนต์ 1 คัน โดยรายเดือนดังกล่าวถือเป็นค่าที่ปรึกษาที่ต้องจ่ายจนกว่าตนเองจะได้รับงาน
 
นักธุรกิจเตาเผา  กล่าวว่า หลังจากนั้น ตนได้นัดหมายพูดคุยรายละเอียดที่สถานที่เเห่งหนึ่งย่านพุทธมณฑล จากนั้นได้นัดกันที่ครั้งที่กระทรวงคมนาคม  ซึ่งวัดดังกล่าว ตนเอง ต้องนำเงินสดจำนวน 2 ล้านบาทไปมอบให้กับคนที่อ้างตัวเป็น “ดร.”  ก่อนจะได้ขึ้นไปพบกับรัฐมนตรีช่วยฯ  ขณะเข้าพบตนเองไม่ได้พูดอะไรกับรัฐมนตรีช่วยฯ เลย มีเพียงชายที่อ้างตัวเป็น “ดร.” พูดคุยกับรัฐมนตรีช่วยฯ โดยใจความสำคัญ คือ รัฐมนตรีช่วยฯ จะช่วยดำเนินการเเก้ไขข้อกำหนดของผู้ว่าจ้างเกี่ยวกับโครงการฯ  เพื่อตนเองจะเข้าไปดำเนินการในโครงการการพัฒนาที่ดิน 55 ไร่ ภายในท่าเรือ แหลมฉบัง จ.ชลบุรี แทน โดยหลังพูดคุยเสร็จ ตนเองได้โอนเงินให้ “สจ.” ทันที 1 เเสนบาท เเละเย็นวันเดียวกันได้โอนเงิน อีกจำนวน  2  แสนบาท ให้ชายที่อ้างตัวเป็น “ดร.”
 
ต่อมา กลุ่มบุคคลดังกล่าว เเจ้งว่าจะใช้เวลา 1-2 เดือนในการทำเอกสารของโครงการฯ ก่อนจะมีผลให้เริ่มดำเนินการ เเต่ระหว่างนั้นมีการร้องขอรถยนต์  ซึ่งหุ้นส่วนของตนได้นำรถยนต์  BMW ซีรีส์5 ไปให้ใช้ก่อน พร้อมพูดคุยตกลงกันว่า หากได้รับงานจะซื้อคันใหม่ให้  
 
“หลังจากนั้นตนเริ่มเอะใจว่าจะถูกโกง เนื่องจากบางครั้งแอบเห็นชื่อในบัตรประจำตัวประชาชนของชาย ที่อ้างตัวเป็น “ดร.” ไม่ตรงตามชื่อที่กล่าวอ้าง  จึงทวงถามหารถยนต์ที่นำไปให้และขอรถคืน  ประกอบกับเมื่อทวงถามถึงโครงการฯ กลับถูกบ่ายเบี่ยงเเละไม่ความคืบหน้าใดๆ  กระทั่งเมื่อทวงถามขอเงินคืนก็ไม่สามารถติดต่อโทรศัพท์ และแอพพลิเคชั่นไลน์ อย่างที่เคยทำได้ ส่วนตัวขอยืนยันว่าที่มาแจ้งความวันนี้ เพื่อต้องการเอาผิดบุคคลที่อ้างตัวเป็น “ดร.” เเละทีมงานเท่านั้น เพราะเชื่อว่า เป็นกลุ่มมิจฉาชีพเเละตนเองไม่ได้ต้องการโจมตีใคร วันนี้นำหลักฐานเป็นสลิปการโอนเงิน รูปถ่ายบุคคลในขบวนการ และข้อมูลที่ตนเองพอมีในการระบุตัวมามอบให้ตำรวจกองปราบเพื่อตรวจสอบ และดำเนินคดีตามกฎหมาย” นักธุรกิจเตาเผา กล่าว

Share this: