16 มี.ค.นี้ กรมทางหลวงเปิดใช้งานสะพานข้ามทางแยกต่างระดับทับช้างจาก M7 สุวรรณภูมิ มุ่งหน้า M9 บางปะอิน

15 มี.ค. 2562 | 09:57:44
กรมทางหลวงเปิดใช้งานสะพานข้ามทางแยกต่างระดับทับช้างจาก M7 สุวรรณภูมิ มุ่งหน้า M9 บางปะอิน ตั้งแต่ 16 มีนาคม 2562

กรมทางหลวง เปิดใช้งานสะพานข้ามทางแยกต่างระดับทับช้าง ตั้งแต่ 16 มีนาคม 2562 เป็นต้นไป เพื่อระบายรถในทิศทางจากทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (สนามบินสุวรรณภูมิ/ชลบุรี) มุ่งหน้าทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 (ด่านฯ ทับช้าง/บางปะอิน) สะพานมีขนาด 2 ช่องจราจรมาตรฐาน ผิวจราจรกว้างรวม 10 เมตร ความยาว 1,150 เมตร โครงสร้างรูปกล่องสำเร็จรูป (Segmental Box Girder) สามารถระบายรถได้สูงสุดถึง 3,000 คันต่อชั่วโมง พร้อมก่อสร้างขยายช่องจราจรตั้งแต่ ทางแยกต่างระดับทับช้าง ถึง สะพานข้ามคลองทับช้างบน จากเดิม 8 ช่องจราจร เป็น 12 ช่องจราจร เพื่อความคล่องตัวในการเดินทาง

โดยขอความร่วมมือให้เฉพาะรถเล็กใช้สะพานตัวใหม่เพื่อความคล่องตัวของการจราจรบริเวณทางลงสะพาน ส่วนสะพานตัวเดิมยังคงเปิดใช้งานตามปกติสามารถใช้งานได้ทั้งรถเล็กและรถใหญ่

สะพานข้ามทางแยกต่างระดับทับช้าง เป็นส่วนหนึ่งของโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการจราจรโครงข่ายทางหลวงพิเศษ ช่วงสนามบินสุวรรณภูมิ - ทางแยกต่างระดับทับช้าง - ด่านเก็บเงินค่าธรรมเนียมผ่านทางทับช้าง ซึ่งประกอบโครงการที่สำคัญ 3 โครงการ ได้แก่
1. โครงการแก้ไขปัญหาจราจรบริเวณช่วงทางออกสนามบินสุวรรณภูมิ บนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 ปัจจุบันก่อสร้างแล้วสร็จ
2. โครงการก่อสร้างเพิ่มประสิทธิภาพทางแยกต่างระดับทับช้าง เปิดให้บริการ 16 มีนาคม 2562 นี้
3. โครงการก่อสร้างแก้ไขปัญหาจราจรและปรับปรุงระบบควบคุมงานจัดเก็บบริเวณด่านเก็บเงินค่าธรรมเนียมผ่านทางทับช้าง เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรคอขวดบริเวณด่านฯ ทับช้าง 1 และก่อสร้างขยายช่องจราจรจากเดิม 8 ช่องจราจร เป็น 12 ช่องจราจร รวมถึงเพิ่มช่องเก็บเงินฯ รถบรรทุกที่ด่านฯ ทับช้าง 1 จำนวน 2 ตู้ เพื่อลดปัญหาแถวคอยรถบรรทุกกีดขวางการจราจร โดยคาดว่าแล้วเสร็จ กลางปี 2562

กรมทางหลวงมุ่งมั่นว่า เมื่อโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการจราจรโครงข่ายทางหลวงพิเศษช่วงสนามบินสุวรรณภูมิ - ทางแยกต่างระดับทับช้าง – ด่านเก็บเงินค่าธรรมเนียมผ่านทางทับช้าง ก่อสร้างแล้วเสร็จทั้งหมด จะช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรบริเวณจุดตัดทางแยกต่างระดับทับช้างได้เป็นอย่างดี พร้อมเพิ่มระดับการให้บริการและรองรับปริมาณการจราจรที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต อำนวยความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้ทาง รวมถึงลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุอีกด้วย

Share this: