"โครงการ สาทร โมเดล" เห็นผล คจร. เห็นชอบนำแผนขยายในเส้นทางอื่น แก้ไขปัญหาจราจรแบบยั่งยืน

20 เม.ย. 2560 | 17:35:25
 

วันที่ 20 เมษายน 2560 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ร่วมแถลงข่าว "โครงการสาทรโมเดล ขยายสู่กรุงเทพมหานคร" เพื่อแก้ไขปัญหาจราจรอย่างยั่งยืน โดยมีผู้แทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, กรุงเทพมหานคร, ผู้บริหาร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และผู้แทนภาคเอกชนเข้าร่วม

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า รัฐบาลได้เร่งให้ดำเนินการก่อสร้างระบบขนส่งเพื่อบรรเทาปัญหาการจราจร ใน 10 เส้นทาง ระยะทางกว่า 469 กิโลเมตร ซึ่งคาดว่า จะเริ่มทยอยเปิดให้บริการบางส่วนได้ในปี 2561 ซึ่งช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรในพื้นที่ชั้นในและปริมณฑล ทั่งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการจัดระบบจราจรทางบก ซึ่งมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์  รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน รับทราบผลการดำเนินงานของโครงการสาทรโมเดล และมีมติให้นำแผนหลักการดังกล่าวไปขยายมาตรการในพื้นที่อื่นๆ ของกรุงเทพมหานคร อาทิ ถนนพระราม  4, สุขุมวิม และถนนพระราม 9 และให้ กระทรวงคมนาคม จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ในการจัดตั้งองค์การด้านการสัญจรอย่างยั่งยืน (Sustainable Mobility Institute:SMI) ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อเป็นหน่วยงานประสานความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วนและดำเนินการตามแนวทางการขนส่งที่ยั่งยืน

ด้าน นายนินนาท ไชยธีรภิญโญ ประธานคณะกรรมการ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ประเทศไทย จำกัด ในฐานะประธานร่วมคณะกรรมการโครงการคมนาคมอย่างยั่งยืน กล่าวถึงผลการดำเนินโครงการ "สาทรโมเดล" เพื่อบรรเทาปัญหาจราจรอย่างยั่งยืน ว่า โครงการดังกล่าว เริ่มต้นมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2557 โดยร่วมกับสภาธุรกิจโลกเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน กรุงเทพมหานคร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และภาคเอกชน ซึ่งผลการดำเนินงานตลอด 3 ปี พบว่า สภาพการจราจรบนถนนสาทรเหนือ จากสี่แยกสาทร ถึงสี่แยกวิทยุ ในชั่วโมงเร่งด่วนเช้า คล่องตัวมากขึ้น ความเร็วของรถเพิ่มขึ้นจาก 8.8 กม/ชม. เป็น 14.8 กม/ชม. โดยค่าเฉลี่ยการระบายรถเพิ่มขึ้น 422 คันต่อชั่วโมง หรือ 12% ท้ายแถวรถที่ติดสะสมจากฝั่งธนบุรีลดลงกว่าปกติ 1 กิโลเมตร

ทั้งนี้ สำหรับ "โครงการสาทรโมเดล" ที่ได้มีมาตรการในการจัดระเบียบการจราจร อาทิ
- มาตรการจอดแล้วจร เป็นการเพิ่มทางเลือกสำหรับการเดินทางของประชาชนเข้าสู่ถนนสาทร ได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนแบ่งปันพื้นที่จอดรถ รวมถึงการพัฒนาพื้นที่จอดรถขึ้นมาใหม่ในทำเลที่เชื่อมต่อสถานีรถไฟฟ้าได้อย่างสะดวก โดยปัจจุบันมีผู้สนใจเข้าร่วมโครงการฯ นี้ 504 คน จำนวนผู้ใช้จุดจอดแล้วจร กรุงธนบุรี เฉลี่ย 280 คนต่อวัน

- มาตรการรถรับส่ง เพื่อลดปริมาณการใช้รถยนต์ส่วนบุคลบริเวณถนนสาทร โดยได้พัฒนาการให้บริการรถโรงเรียนที่มีความปลอดภัยสูงในรูปแบบ สถานีถึงโรงเรียน ใน 2 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนอัสสัมชัญแผนกประถม และโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย โดยผู้ปกครอง ส่งบุตร หลาน ตามจุดจอดที่กำหนดไว้ แล้วเดินทางต่อสู่โรงเรียนด้วยรถรับส่งที่โครงการฯ จัดไว้ เป็นการช่วยบรรเทาปัญหาจราจรหน้าโรงเรียน ประหยัดเวลาในการรับ-ส่ง บุตร หลาน และโครงการใช้รถร่วมกัน ทั้งสองมาตรการมีจำนวนนักเรียนเข้าร่วมโครงการฯ ทั้งสิ้น 117 คน

- มาตรการเหลื่อมเวลาทำงาน เพื่อกระจายปริมาณรถยนต์ในช่วงเวลาเร่งด่วน ได้รับความร่วมมือจาก บริษัทเอกชน ที่มีสำนักงานในบริเวณ ถนนสีลม และถนนสาทร โดยใช้แอฟพลิเคชั่น LinkFlow Application เพื่ิอใช้ในการตัดสินใจ และเป็นแนวทางวางแผนการเดินทางการทำงาน -เลิกงานที่เหมาะสม มีพนักงานเข้าร่วมโครงการฯ กว่า 4,300 คนจาก 12 บริษัทฯ

- มาตรการบริหารจัดการจราจร มีการปรับปรุงกายภาพผิวจราจร จัดช่องจราจรพิเศษ ในช่วงเวลาเร่งด่วนเช้า โดยให้รถ ขาเข้า จากสะพานตากสิน และจากถนนเจริญราษฎร์ สามารถเข้าสู่ถนนสาทรเหนือได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งการบริหารควบคุมสัญญาณไฟจราจรที่ แยกสาทร ซึ่งผลการดำเนินงาน พบว่า สภาพการจราจรบนถนนสาทรเหนือ จากสี่แยกสาทร ถึงสี่แยกวิทยุ ในชั่วโมงเร่งด่วนเช้า คล่องตัวมากขึ้น โดยค่าเฉลี่ยการระบายรถเพิ่มขึ้น 422 คันต่อชั่วโมง หรือ 12% ความยาวรถที่ติดสะสมจากฝั่งธนบุรีลดลงกว่าปกติ 1 กิโลเมตร


Share this: