‘เฉลิมเกียรติ’ แถลงจับ 7 คดี เครือข่ายยาเสพติด ต่างชาติ นายทุนใหญ่ ตั้งโรงงานสอน ผลิตน้ำมันกัญชา ย่านสมุทรปราการ

06 ธ.ค. 2561 | 15:35:02
วันที่ 6 ธันวาคม 2561 ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ถนนวิภาวดี-รังสิต พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  (รอง ผบ.ตร.), พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย  ผบ.ตร.), พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน  ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.), พล.ท.กิตติธัช บุพศิริ ผอ.ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 2 กอ.รมน., นายถาวร เนียมนำ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส., นางสาวกัญญนันท์ คงภัสนิธิโรจน์ ผู้อำนวยการสถาบันวิชาการและตรวจพิสูจน์ยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส., พร้อมเจ้าหน้าที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด แถลงผลการจับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 7 คดี ของกลาง ยาบ้า 2,908,000 เม็ด น้ำมันกัญชาน้ำหนัก ประมาณ 70.22 กิโลกรัม  ยางกัญชา 6.623 กิโลกรัม, สารเคมี 3 ถัง , กัญชาแห้ง 600.36 กิโลกรัม ไอซ์ ประมาณ 3,007.34 กรัม และยาอี จำนวน 6 เม็ด
 
พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  (รอง ผบ.ตร.)  เปิดเผยว่า หลังเปิดยุทธการภารกิจ “แมงกะพรุน” เข้าตรวจค้นโกดัง เลขที่ 559/5 หมู่ที่ 7 ถ.บางพลี-ตาหรุ ต.บางพลีใหญํ อ.บางพลี สมุทรปราการ เจ้าหน้าที่พบของกลาง ประกอบด้วย ยางกัญชา, น้ำมันกัญชา สารเคมี และอุปกรณ์ในการผลิตต่างๆ หลายรายการ และจับกุมผู้ต้องหา 4 คน ประกอบด้วย นายสุริยันต์ หรือยัน สุวรรณไชยรบ อายุ 34 ปี นายศุภกิจ หรือกิจ แก้วมะ อายุ 54 ปี นายโจเซฟ หรือ Sid ทรูเลย์ อายุ 67 ปี สัญชาติอังกฤษ และนายคูลิค เดวิด อายุ 65 ปี สัญชาติแคนาดา โดยนายคูลิค สัญชาติแคนาดา เป็น 1 ในกลุ่มนายทุน ส่วนนายโจเซฟ สัญชาติอังกฤษ เป็นผู้สอนและแนะนำ และควบคุมการผลิตน้ำมันกัญชา ก่อนจะส่งไปขายยังต่างประเทศ
 
เบื้องต้นจากการสืบสวนมีข้อมูลกระบวนการนี้มีการมาตั้งโรงงานผลิต ย่านบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ มานานกว่า 1 ปี และเคยส่งน้ำมันกัญชาน้ำหนักรวมกว่า 5 ตัน ให้กับเครือข่ายค้ายาเสพติดในประเทศเบลเยียมมาแล้ว ซุกซ่อนไปในขุยมะพร้าวอัดก้อน เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา นอกจากนี้จากการสืบสวนยังทราบว่ามีนายทุนใหญ่เป็นชาวญี่ปุ่น ซึ่งไม่แน่ชัดว่ากัญชาในการผลิตแต่ละครั้งจะถูกส่งไปยังประเทศใดบ้าง แต่การสืบสวนทราบว่าวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตส่วนหนึ่งหาได้จากกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดในประเทศไทย อีกส่วนได้จากเครือข่ายยาเสพติดจาก สปป.ลาว
 
พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า จากการสืบสวนเชื่อว่า ผู้ต้องหาสัญชาติแคนาดาเป็น 1 ในกลุ่มนายทุน ส่วนผู้ต้องหาสัญชาติอังกฤษ เป็นผู้สอน แนะนำ และควบคุมการผลิตน้ำมันกัญชา ก่อนจะส่งไปขายยังต่างประเทศ เบื้องต้น จากการสืบสวนมีข้อมูลว่ากระบวนการนี้มาตั้งโรงงานผลิตย่านบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ มานานกว่า 1 ปี และเคยส่งน้ำมันกัญชาน้ำหนักรวมกว่า 5 ตัน ให้กับเครือข่ายค้ายาเสพติดในประเทศเบลเยียมมาแล้ว โดยซุกซ่อนไปในก้อนขุยมะพร้าวอัดก้อน เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
 
และยังทราบว่า มีนายทุนใหญ่เป็นชาวญี่ปุ่น ซึ่งไม่แน่ชัดว่ากัญชาในการผลิตแต่ละครั้งจะถูกส่งไปยังประเทศใดบ้าง แต่การสืบสวนทราบว่าวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตส่วนหนึ่งหาได้จากกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดในประเทศไทย อีกส่วนได้จากเครือข่ายยาเสพติดจาก สปป. ลาว ทั้งนี้ ตำรวจอยู่ระหว่างขยายผลว่าขบวนการนี้มีความเกี่ยวข้องกับการจับกุมเครือข่ายค้าเฮโรอีนรายใหญ่ เมื่อปี 2555 หรือไม่
 
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ยังจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ จับกุมยาบ้า 1 ล้านเม็ด พร้อมผู้ต้องหาชาวไทยใหญ่ 5 คน ขณะลักลอบนำยาเสพติดใส่รถกระบะจากจังหวัดเชียงราย เพื่อไปส่งให้กับลูกค้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล แต่เมื่อมาถึงที่จังหวัดอ่างทอง ฝ่ายสืบสวนก็สามารถสกัดจับกุมได้ โดยกลุ่มผู้ต้องหาจะหลีกเลี่ยงเส้นทางหลักที่มีด่านหลักของเจ้าหน้าที่เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ
 
ส่วนอีกคดีเป็นการจับกุมยาบ้า 780,000 เม็ด พร้อมผู้ต้องหา 2 คน ที่อยู่ในเครือข่าย นายเหน่ง เครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ภาคเหนือ ขณะกำลังนำยาเสพติดไปส่งมอบให้กับผู้ซื้อในจังหวัดเชียงราย ซึ่งขณะเข้าจับกุม ผู้ต้องหาได้พยายามขับรถหนี จนทำให้ดาบตำรวจนายหนึ่งได้รับบาดเจ็บ ก่อนชุดสืบสวนจะสามารถติดตามจับกุมได้ในที่สุด
 
“โดยการจับกุมยาเสพติดทั้ง 7 คดี ได้ผู้ต้องหา  รวม 21 คน ยึดยาบ้าของกลางกว่า 2,900,000 เม็ด น้ำมันกัญชากว่า 70 กิโลกรัม ยางกัญชากว่า 6 กิโลกรัม กัญชาแห้งกว่า 600 กิโลกรัม ยาไอซ์กว่า 3 กิโลกรัม และยาอีอีกจำนวนหนึ่ง พร้อมยึดทรัพย์สินทั้งหมดกว่า 444 ล้านบาท” พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าว 

Share this: