​อธิบดี สถ. เร่งทำความเข้าใจ การรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและคนพิการ ไม่ได้บังคับให้เปิดบัญชี

15 พ.ย. 2560 | 11:59:06
นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทยได้ออกระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2552 และระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยความพิการให้คนพิการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2553 ซึ่งกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้แจ้งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประชาสัมพันธ์รายชื่อธนาคารที่ให้บริการเปิดบัญชีเงินฝากธนาคารศูนย์บาทสำหรับการจ่ายเงินสวัสดิการสังคมและเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้มีสิทธิรับเงินสวัสดิการสังคม โดยยกเว้นเงินขั้นต่ำสำหรับการเปิดบัญชี แต่ปรากฏว่า มีประชาชนบางส่วนเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในการรับเงินเบี้ยยังชีพ ว่าสามารถรับเบี้ยดังกล่าวได้ผ่านทางธนาคารเท่านั้น ซึ่งในสภาพความเป็นจริงนั้น ประชาชนบางพื้นที่ไม่สะดวกในการเดินทางไปรับเงินที่ธนาคาร เนื่องจากต้องเดินทางไกล ค่าใช้จ่ายในการเดินทางสูง และยังมีความประสงค์จะขอรับเป็นเงินสด เพราะทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถให้บริการด้านต่างๆ แก่ผู้รับเบี้ยยังชีพ เช่น การดูแลสุขภาพ การให้ข้อมูลข่าวสาร อีกทั้งผู้สูงอายุและผู้พิการได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน กรมฯ จึงขอแจ้งว่า การเปิดบัญชีธนาคารศูนย์บาทนั้น เป็นเพียงการแจ้งประชาสัมพันธ์รายชื่อธนาคารที่ให้บริการเปิดบัญชีเงินฝากธนาคารศูนย์บาท ซึ่งเป็นข้อเสนอที่กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง กำหนดขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกต่อผู้รับเงินสวัสดิการและเงินอื่นๆ ตามนโยบาย e-payment และเพื่อให้นโยบาย e payment ของรัฐบาลสัมฤทธิ์ผล รวมทั้งเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้มีสิทธิรับเงินสวัสดิการสังคมในการยกเว้นเงินขั้นต่ำสำหรับการเปิดบัญชีเท่านั้น ไม่ได้เป็นการบังคับว่าผู้รับเบี้ยยังชีพต้องเปิดบัญชีเงินฝากธนาคารเพื่อรับเบี้ยยังชีพแต่อย่างใด

อธิบดี กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการรับเบี้ยยังชีพตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2552 ข้อ 13 และระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยความพิการให้คนพิการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2553 ข้อ 13 นั้น ได้กำหนดว่าการจ่ายเบี้ยยังชีพตามระเบียบฯ สามารถจ่ายได้ 3 วิธี คือ 1. รับเป็นเงินสดที่ อบต.หรือเทศบาล ตามเดิม 2. โอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากในนามผู้มีสิทธิ และ 3. มอบอำนาจให้บุคคลอื่นรับแทนได้เป็นเงินสด หรือโอนเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้รับมอบอำนาจได้ และจากข้อมูล ณ วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 พบว่ามีผู้ที่มีสิทธิรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและผู้พิการมีจำนวน 9,699,169 คน โดยผู้ที่ประสงค์จะรับเบี้ยยังชีพเป็นเงินสด มีจำนวน 6,178,649 คน และผู้ที่ประสงค์จะรับเบี้ยยังชีพผ่านบัญชีธนาคาร มีจำนวน 3,520,520 คน ซึ่งกรมฯ จะกำชับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้เร่งทำความเข้าใจในแนวทางและวิธีการรับเงินสวัสดิการให้แก่ประชาชนต่อไป

ณ วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560
Share this: