"ชาญเทพ" สั่งตั้ง กรรมการสอบ "ส.ต.ต." จราจร สน.วิภาฯ เรียกรับสินบน หลัง "ปปท." ซ้อนแผนรวบพร้อมเงินสด ของกลาง

13 มี.ค. 2561 | 13:38:20
น. 1  ลั่น "วุฒิภาวะต่ำ เป็นพวกสีกากีกลาย" ต้องจับให้หมด สั่งตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง “ส.ต.ต.” จราจรวิภาฯ ขยายผล หากพบใครร่วม ให้ออกจากราชการไว้ก่อน 

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 13 มีนาคม 2561  ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.)  กล่าวถึงกรณีวานนี้ (12 มี.ค.) นายเกรียงไกร สืบสัมพันธ์ ผู้อำนวยการกองปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 5 (ปปท.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ร่วมกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) จับกุม ส.ต.ต.เฉลิมชัย ยอดแก้ว อายุ 27 ปี ผบ.หมู่ จร.สน.วิภาวดี ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับสินบน หลังเรียกรับเงินจาก นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี เพื่อแลกกับการไม่ดำเนินคดีขณะขี่รถจักรยานยนต์ทำผิดกฎจราจร ซึ่งผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สน.สุทธิสาร ว่า  เบื้องต้นสั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรศักดิ์ สุริวงศ์ ผู้บังคับการตำรวจจราจร (ผบก.จร.) ตั้งคณะกรรมสอบสวนวินัยร้ายแรงเพื่อให้ออกจากราชการไว้ก่อน หากพบว่ามีใครเกี่ยวข้องหรือพบว่ามีเจ้าหน้าตำรวจรายใดร่วมทำพฤติกรรมดังกล่าวอีกจะดำเนินการตรวจสอบ แล้วให้พิจารณาโทษทางวินัยสูงสุด คือ ให้ออกอย่างเดียว
 
“กรณีดังกล่าวที่เกิดขึ้นถือว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจคนดังกล่าวมีมีวุฒิภาวะต่ำ ได้รับการฝึกฝนอบรมมาค่อนข้างน้อย เหมือนกับไม่ได้เป็นตำรวจเต็มขั้น เป็นพวกสีกากีกลายที่ไม่ใช่ตำรวจหรือเหมือนไม่ได้เป็นตำรวจ เมื่อมีกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นต้องจับให้หมด เพราะลักษณะดังกล่าว ถือเป็นการกรรโชกทรัพย์ทำให้ประชาชนได้รับความเสียหาย และทำให้ภาพลักษณ์องค์กรตำรวจเสียหาย”  พล.ต.ท.ชาญเทพ กล่าว
 
ผู้สื่อข่าวรายงาน เพิ่มเติมคดีดังกล่าว เกิดขึ้นสืบเนื่องจาก เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ผ่านมา นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี ขับขี่รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า มาบริเวณห้าแยกลาดพร้าว แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร  พบ ส.ต.ต.เฉลิมชัย แต่งเครื่องแบบตำรวจครึ่งท่อน ตั้งด่านในบริเวณดังกล่าวพร้อมกับเรียก นายเอ ให้หยุดรถเพื่อทำการตรวจสอบรถจักรยานยนต์ ซึ่งต่อมาพบว่า รถจักรยานยนต์คันที่ นายเอ ขับขี่ขาดต่อภาษีประจำปี และไม่มี พ.ร.บ.  รวมถึง นายเอ ไม่สวมหมวกนิรภัย จึงเรียกเงินเพื่อแลกกับการที่ไม่ถูกดำเนินคดี โดย นายเอ แจ้งว่าไม่มีเงินสด ขณะที่ ส.ต.ต.เฉลิมชัย ได้ยึดรถคันดังกล่าวไว้ โดยให้จอดรถไว้ที่ แยกลาดพร้าว
 
หลังเกิดเหตุ นายเอ ได้นำเรื่องดังกล่าวเข้าร้องเรียนต่อ กองปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 5 (ปปท.) ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่กองปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 5 (ปปท.)  ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.)  ซ้อนแผนนำธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท จำนวน 10 ฉบับ รวมเป็นเงิน 10,000 บาท มอบให้นายเอ นำไปให้ ส.ต.ต.เฉลิมชัย ที่บริเวณป้อมตำรวจวิภาวดี บริเวณแยกสุทธิสาร จากนั้น ส.ต.ต.เฉลิมชัย ได้มารับเงินจำนวนดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม (ปปท.) และ (ปปป.) ได้จึงแสดงตัวเข้าจับกุม ก่อนคุมตัวมาที่ สน.สุทธิสาร เมื่อวันที่ 12 มีนาคม ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ นายเกรียงไกร สืบสัมพันธ์ ผู้อำนวยการกองปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 5 (ป.ป.ท.) กล่าวว่า ผู้ถูกกล่าวหาให้การปฏิเสธ ซึ่งก็เป็นสิทธิ์ตามกฎหมาย ทั้งนี้ สน.สุทธิสาร จะแจ้งข้อหาและใช้เวลา 30 วัน เพื่อสรุปสำนวนคดีนี้พร้อมขยายผลว่า มีผู้ร่วมขบวนการอีกหรือไม่ จากนั้นจะส่งให้ทาง ปปท. สรุปผลดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับสินบน กรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐ เรียกรับเงิน 10,000 บาท ในการไม่ดำเนินคดีในความผิดตาม พ.ร.บ.รถยนต์และจราจร ตามม.149 ต่อไป

Share this: