อัยการ สั่งฟ้อง 3 มือบึ้ม! ป่วน กรุงฯ 11 ข้อหาหนัก ก่อการร้าย–อั้งยี่ ซ่องโจร นัดตรวจหลักฐาน 16 ธ.ค.นี้ เร่งรัด ตร. ตามจับ อีก 18 ผู้ต้องหา ที่ยังหลบหนี

08 พ.ย. 2562 | 14:15:29
วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 นายพรชัย ชลวาณิชกุล” รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา เปิดเผยถึงความคืบหน้าการพิจารณาสั่งคดีระเบิดป่วนเมือง ว่า นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์  อัยการสูงสุด พิจารณาสำนวนแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 20 คดีที่การกระทำความผิดเกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร อัยการสูงสุดต้องเป็นผู้สั่งคดี มีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาทุกข้อหา โดยให้อัยการสำนักงานคดีอาญา 6 รับผิดชอบการร่างคำฟ้องคดี และได้ยื่นฟ้อง ผู้ต้องหา 3 คน เป็นจำเลยต่อศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษ ไปเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา
 
สำหรับคดีดังกล่าว พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายลูไอ แซแง อายุ 22 ปี, นายวิลดัน มาหะ อายุ 27 ปี และนายมูฮัมมัดอิลฮัม สะอิ อายุ 27 ปี ทั้ง 3 มีภูมิลำเนา จ.นราธิวาส ในความผิดรวม 11 ข้อหา ฐานร่วมกันก่อการร้ายโดยใช้กำลังประทุษร้ายฯ โดยมีความมุ่งหมายสร้างความปั่นป่วนโดยให้เกิดความหวาดกลัวในหมู่ประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 135/1, อั้งยี่ ตามมาตรา 209, ซ่องโจร มาตา 210, ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตามมาตรา 288, 289 (4), ร่วมกันพยายามกระทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์ของผู้อื่น และร่วมกันกระทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์ของผู้อื่น ตามมาตรา 221, 222 , ร่วมกระทำให้เกิดระเบิดเป็นเหตุให้บุคคลอื่นรับอันตรายสาหัส ตามมาตรา 224 วรรคสอง, ร่วมกันกระทำให้เกิดระเบิดจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ทรัพย์ของผู้อื่นและโรงเรือนอันเป็นที่เก็บสินค้า ตามมาตรา 221, 222 ประกอบมาตรา 217, 218 , พาอาวุธ (ระเบิด) ไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันสมควร ตามมาตรา 371, ร่วมกันทำ ใช้ มีไว้ซึ่งวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนฯ มาตรา 4, 38, 55, 78 และ มียุทธภัณฑ์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต  พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ.2530 มาตรา 4, 5, 15, 42
 
โดย อัยการ ระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม 2562 – 1 สิงหาคม 2562  จำเลย ทั้ง 3 คน กับพวกอีก 18 คนที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ได้สมคบกันเป็นอั้งยี่-ซ่องโจร เข้าเป็นสมาชิกคณะบุคคลที่ปกปิดวิธีดำเนินการเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง โดยสมคบร่วมกันใช้กำลังประทุษร้าย พยายามฆ่าหรือฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เหตุเกิดที่ประเทศมาเลเซีย, อ.ตากใบ จ.นราธิวาส และแขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ เกี่ยวพันกัน
 
ต่อมาระหว่างวันที่ 1-2 สิงหาคม 2562 เวลากลางวัน จำเลย ทั้ง 3 คน กับพวกร่วมกันก่อการร้าย โดยใช้กำลังประทุษร้าย ทำให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตและอันตรายอย่างร้ายแรงต่อร่างกายเสรีภาพของผู้อื่น โดย จำเลย กับพวกร่วมกันทำและมีวัตถุระเบิดแสวงเครื่อง ระเบิดเพลิงแสวงเครื่อง 7 ลูกที่ประกอบระบบไฟฟ้า ใช้วงจรเวลาจุดระเบิด ประกอบวัตถุระเบิดชนิด PETN ใส่ในกระป๋องมันฝรั่งและกล่องน้ำผลไม้ มีโลหะลูกปรายหรือลูกเหล็กกลมเป็นสะเก็ดระเบิด รัศมีอันตราย 10-15 เมตรจากจุดระเบิด แล้วแยกย้ายแบ่งหน้าที่กันทำนำวัตถุระเบิดไปวางตามสถานที่ราชการ ทางสาธารณะที่มีผู้สัญจรไปมา รวมทั้งอาคารห้างสรรพสินค้าในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร และจังหวัดนนทบุรี โดยวันที่ 1 สิงหาคม 2562 พวก จำเลย นำระเบิด 2 ลูก ไปที่ ถนนพระรามที่ 1 หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร แต่ไม่บรรลุผลการระเบิด เนื่องจากมีบุคคลพบเห็นแจ้งให้เจ้าพนักงานเก็บกู้ได้ทัน
 
ขณะเดียวกันระหว่างวันที่ 1-2 สิงหาคม 2562 เวลากลางวัน จำเลย กับพวก นำระเบิดไปวางไว้ที่หน้าป้ายชื่อสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ถนนศรีสมาน อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จนทำให้เกิดระเบิดขึ้นเป็นเหตุให้ป้ายชื่อสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม  ได้รับความเสียหาย และช่วงวันดังกล่าว ยังนำระเบิด 4 ลูกไปที่ ถนนศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ อาคาร B รัฐประศาสนภักดี และด้านหน้ารั้ว อาคารกองบัญชาการกองทัพไทย ถนนแจ้งวัฒนะ ซอย 7 แขวงทุ่งสอง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นการนำอาวุธไปในเมืองฯ โดยไม่มีเหตุสมควร
 
นอกจากนี้ จำเลย ทั้ง 3 คน กับพวก ยังได้ทำการก่อการร้ายแบบนี้ทั้งหมด 47 ครั้ง เหตุเกิดที่ แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ, แขวงทุ่งสองห้อง เขตแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร, ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจยึดของกลางได้ ระหว่างวันที่ 2-10 สิงหาคม 2562 และติดตามจับกุมจำเลยทั้ง 3 คน ได้ช่วงวันที่ 13 สิงหาคม 2562, 2 กันยายน 2562 ชั้นสอบสวนทั้ง 3 คน ให้การปฏิเสธ
 
ทั้งนี้ ศาลอาญา ประทับรับฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อ.2913/2562 และวันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา ได้เบิกตัว จำเลย ทั้ง 3 คน จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมา สอบคำให้การ โดยทั้ง 3 คน ให้การปฏิเสธ ศาล จึงนัดตรวจพยานหลักฐานวันที่ 16 ธันวาคม 2562 นี้ เวลา 09.00 น.
 
ผู้สื่อข่าวรายงาน คดีนี้ พนักงานสอบสวนได้สรุปสำนวนเห็นควรสั่งฟ้อง ผู้ต้องหา รวม 21 คน จับกุมผู้ต้องหาได้ 3 คนส่งสำนวนให้อัยการพิจารณา โดยยังไม่ได้ตัวมาส่งให้อัยการ อีก  18 คน ที่หลบหนีออกนอกประเทศ โดยพนักงานสอบสวนได้ขอศาลอาญาออกหมายจับไว้แล้วตั้งแต่วันที่ 17-18 กันยายน 2562 โดยคดีมีอายุความ 20 ปี
 
สำหรับ ผู้ต้องหา 18 ราย ที่ยังหลบหนี ประกอบด้วย (1.) นายอุสมัน ลาเตะ, (2.) นายฮาซัน อาแว, (3.) นายนัสรู มะประสิทธิ์, (4.) นายฮาแซ แบเล๊าะ, (5.) นายมะยูโซะ หะยีสามะ,  (6.) นายฮากีม ปุนยัง, (7.) นายอัสมี อาบูวะ, (8.) นายอุสมาน เปาะลอ, (9.) นายอัมรี มะมิง, (10.) นายศรัทธา อาแว, (11.) นายอุสมาน เจ๊ะเต๊ะ, (12.) นายสุกรี ดือรามัน, (13.) นายมะยากี มะลาชิง, (14.) นายมะนูเด็น สามะ, (15.) นายมูฮำมัดอาดีลัน สาและ, (16.) นายอารีฟ มะเซ็ง, (17.) นายซุลกิฟลี มะสาแมง  และ (18.) นายรอแปะอิง อุเซ็ง

Share this: