อธิบดี สถ. เปิดโครงการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาศักยภาพครูสู่การบูรณาการเรียนรู้ตามแนวทางของประเทศฟินแลนด์

13 มี.ค. 2561 | 16:38:37
เมื่อวันอังคารที่ 13 มีนาคม 2561 เวลา 09.00 น. นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นประธานในเปิดโครงการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาศักยภาพครู สู่การบูรณาการเรียนรู้ตามแนวทางของประเทศฟินแลนด์ ในสถานศึกษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นโครงการที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้รับความร่วมมือจากนายนพพร อัจฉริยวนิช เอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ โดยมีบุคลากรทางการศึกษาในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดจันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ตราด และระยอง เข้าร่วมโครงการ 184 คน ณ สวนนงนุช พัทยา จังหวัดชลบุรี
 
นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า ระบบการศึกษาในศตวรรษที่ 21 จะต้องมีการพัฒนาเพื่อให้สอดคล้องกับภาวะความเป็นจริงของโลก ต้องสร้างกระบวนการเรียนการสอนที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้คิดอย่างสร้างสรรค์ และสามารถนำแนวความคิดปรับเข้ากับบริบทของโลกที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างเหมาะสม ซึ่งกระแสความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วในด้านต่าง ๆ ของโลก ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และโดยเฉพาะเทคโนโลยี ที่ทำให้ทุกประเทศต้องปรับตัว เปลี่ยนแปลงตัวเองให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว การศึกษาจึงเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศชาติ ครูจึงถือได้ว่าเป็นกลไกหลักทางการศึกษาที่จะเป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ สร้างการเรียนรู้ให้ผู้เรียนมีคุณภาพเพื่อรองรับการเป็นพลเมืองแห่งศตวรรษที่ 21 ดังนั้น การพัฒนาศักยภาพครูเพื่อคุณภาพของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 จึงเป็นการเสริมสร้างสมรรถนะ สร้างมาตรฐานในความเป็นวิชาชีพครู เพื่อมุ่งสู่การสร้างคุณภาพของผู้เรียนอย่างแท้จริง
 
ประเทศฟินแลนด์เป็นประเทศต้นแบบทางการศึกษาและวิจัยที่ได้รับการยกย่องว่ามีคุณภาพที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ความสำเร็จดังกล่าวไม่เพียงปรากฏอย่างเป็นรูปธรรมในโครงการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ (PISA) และผลการสำรวจการจัดการเรียนการสอนระดับนานาชาติ (TALIS) เท่านั้น หากยังสะท้อนออกมาในรูปแบบของความสุขในการสอนของครูและการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพของผู้เรียน และจากผลการวิจัยเรื่อง “การกำหนดแนวทางการพัฒนาการศึกษาไทยกับการเตรียมความพร้อมสู่ศตวรรษที่ 21” ของสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พบว่า กระทรวงศึกษาธิการและวัฒนธรรมของประเทศฟินแลนด์ กำหนดการจัดการเรียนการสอนของฟินแลนด์แบบไม่มีความตายตัว เปิดโอกาสให้ครูเลือกใช้วิธีการที่เหมาะสมแก่กลุ่มนักเรียนในความรับผิดชอบของตนอย่างอิสระ สามารถเลือกใช้ตำราได้อย่างหลากหลาย นั่นคือ ครูสามารถเป็นผู้ออกแบบการเรียนการสอนในห้องเรียนได้อย่างแท้จริง สนับสนุนและส่งเสริมการเรียนรู้และการเจริญเติบโตที่ดีของนักเรียน ทั้งในแง่ของร่างกาย จิตใจ สังคม และสุขภาพ
 
สำหรับการประขุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการในวันนี้ จึงนับว่าเป็นสิ่งที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ทุกท่านได้มีโอกาสเข้าร่วมพัฒนาศักยภาพตนเองสู่การบูรณาการเรียนรู้ ตามแนวทางของประเทศฟินแลนด์ ซึ่งกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้จัดขึ้นสำหรับครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้ได้มีองค์ความรู้ทั้งในด้านทฤษฎี และการปฏิบัติในการจัดการเรียนการสอนของประเทศฟินแลนด์ และสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนของสถานศึกษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการปลุกปั่นลูกหลานของเราให้เติบโตอย่างมีศักยภาพต่อไปได้ และการฝึกอบรมในครั้งนี้ที่นอกเหนือจากในห้องประชุมแล้ว คุณครูจากประเทศฟินแลนด์ทั้ง 3 ท่าน จะไปสาธิตการสอนที่โรงเรียนเมืองพัทยา เพื่อให้ครูขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ไปใช้ในชีวิตจริง และทางกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจะได้รับความกรุณาจากท่านเอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ นำคณะคุณครูจากประเทศฟินแลนด์กลับมาติดตามประเมินผลในเดือนกันยายนนี้ รวมทั้งเปิดอบรมรุ่น ที่ 2 ให้ครูขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตภาคเหนือที่จังหวัดเชียงราย โดยหวังว่าการได้รับประสบการณ์จากครูประเทศฟินแลนด์จะทำให้เด็กท้องถิ่นไทยได้มีโอกาสที่ดีของชีวิตเพิ่มพูนมากขึ้นจากคุณครูที่ผ่านการฝึกอบรมในครั้งนี้และครั้งต่อๆไปด้วย
 
ในวันนี้ต้องขอขอบคุณท่านนพพร อัจฉริยวนิช เอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ และคณะครูจากประเทศฟินแลนด์ทุกท่าน ขอขอบคุณผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้อำนวยการสำนัก/กองการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษาในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน ที่ได้มาร่วมมือกันพัฒนาศักยภาพครูเพื่อคุณภาพของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 และขอฝากถึงผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้บริหารสถานศึกษาว่า ขอให้ร่วมกันพัฒนาศูนย์พัฒนาเด็กเล็กขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้มีการจัดการเรียนการสอนและกิจกรรมที่มีมาตรฐาน มีคุณภาพ มุ่งหวังให้เด็กเล็กได้รับการพัฒนาทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา มีความพร้อมที่จะเข้าศึกษาต่อในระดับการศึกษาขั้นต่อไป ให้เด็กสามารถเติบโตเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่าของประเทศชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งกรมฯ ได้ตระหนักว่า เด็กเล็กที่อายุระหว่าง 0-5 ปี เป็นช่วงที่สำคัญที่สุดของการพัฒนาชีวิต จึงผลักดันให้มีแนวทางในการเปิดรับดูแลเด็กเล็กตลอดทั้งปี ไม่มีปิดเทอม เพื่อให้เด็กได้รับการพัฒนาในทุกๆด้าน ทุกๆวัน อย่างมีประสิทธิภาพ มาร่วมกันเสริมสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ ให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง ช่วยกันพัฒนาการศึกษาของลูกหลานเราให้กว้างไกล มีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืนต่อไป

Share this: