สืบฯ นครบาล แถลงรวบ “สาว” ปลอมโปรไฟล์ “น้องขวัญ” หลอกเหยื่อโอนเงิน อ้างภาระเลี้ยงลูก

06 ธ.ค. 2561 | 17:24:36
วันที่ 6 ธันวาคม 2561 ที่ กองกำกับการวิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตํารวจนครบาล  พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ผบก.สส.บช.น.) พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.วิเคราะห์ข่าวฯ ร่วมกันจับกุมตัว นางนันท์นลิล ภควัตสุวรรณ หรือ ผึ้ง อายุ 32 ปี บ้านเลขที่ 17/53 หมู่ที่ 2 แขวงบางขุนเทียน เขตจอมทอง กรุงเทพฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงดุสิต ข้อหา ฉ้อโกง โดยจับกุมได้ที่บริเวณลานจอดรถหน้าอาคาร 6 การเคหะร่มเกล้า ซอยการเคหะร่มเกล้า แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร
 
พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ผบก.สส.บช.น.)  เปิดเผยว่า จากกรณีมีผู้เสียหายได้รับความเสียหายจากการถูกคนร้ายหลอกให้โอนเงิน และได้ทรัพย์สินไปเป็นจำนวนมาก ได้มีการประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนภัย และติดตามหาคนร้ายรายนี้ โดยได้มีการขอความช่วยเหลือไปยังสื่อสังคมออนไลน์ รวมทั้งขอความช่วยเหลือไปยังผู้สื่อข่าวหลายสำนัก กองกำกับการวิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. ได้เร่งรัดจับกุมผู้ต้องหารายนี้ เพื่อเป็นการยับยั้งไม่ให้ก่อเหตุ และบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้เสียหาย ต่อมา กก.วิเคราะห์ข่าวฯ ได้สืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้               สำหรับคนร้ายรายนี้ ได้สมัครแอปพลิเคชัน JAUMO ซึ่งเป็นแอปที่สร้างโปรไฟล์เพื่อทำการหาคู่ในสื่อสังคมออนไลน์ เมื่อผู้เสียหายเห็นรูปโปรไฟล์ที่ทางคนร้ายได้นำภาพของบุคคลอื่นมาตั้งเป็นรูปของตนเอง หลงเชื่อ จากนั้นได้มีการติดต่อเพื่อสนทนากันผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ต่อมาทางคนร้ายได้หลอกผู้เสียหายให้โอนเงินไปให้ โดยอ้างเหตุผลต่างๆ นานา จนผู้เสียหายหลงเชื่อ โอนเงินไปหลายครั้ง เป็นเงินรวม 89,330 บาท จากนั้นคนร้ายได้ปิดช่องทางการติดต่อสื่อสารกับทางผู้เสียหาย เมื่อทางผู้เสียหายรู้ตัวว่าถูกหลอก จึงเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองจันทบุรี เพื่อดำเนินคดีกับคนร้ายรายนี้ ต่อมามีผู้เสียหายอีกรายที่ถูกคนร้ายนำรูปของตนเองมาใช้ทำให้ชื่อเสียงได้รับความเสียหาย ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก การกระทำดังกล่าวของคนร้ายทำให้มีผู้ได้รับความเดือดร้อน ทั้งที่ได้แจ้งความแล้ว และยังไม่แจ้งความ ทาง บก.สส.บช.น. จึงได้ทำการรวบรวมข้อมูลของคนร้าย และสืบสวนติดตามจับกุมจนสามารถจับกุมคนร้ายรายนี้ได้
 
จากการสอบถามผู้ต้องหาให้การว่า ทำลักษณะนี้มา 6 - 7 ครั้ง เวลา 3 ปี โดยจะสมัครแอปพลิเคชันหาเพื่อน เพื่อทำความรู้จัก เมื่อทำความรู้จักและสนิทก็จะแลกไอดีไลน์ จากนั้นมีการส่งรูปและพูดคุยเพื่อยืมเงิน อ้างขอเงินเติมน้ำมันรถ ซื้อน้ำหอม เดือดร้อนทางการเงิน โดยใช้ภาพของบุคคลอื่นที่ได้ตามโซเชียลมาใช้หลอกลวง ผู้เสียหายหลายรายหลงเชื่อโอนเงินมาให้ จากนั้นก็จะเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์และไม่สามารถติดต่อได้ มูลค่าความเสียหายหลายแสนบาท
 
นางนันท์นลิล ภควัตสุวรรณ ผู้ต้องหา รับทั้งน้ำตาว่า สาเหตุที่ก่อเหตุเพราะไม่มีเงิน และต้องเลี้ยงลูก 2 คน ก่อนหน้านี้เคยเล่นมาแล้วหลายแอป แต่ไม่สำเร็จ จนมาเจอแอปนี้ และก่อเหตุมา 6 - 7 ครั้ง ในระยะเวลา 3 ปี ซึ่งคนที่เสียเงินมากที่สุดคือ 1 แสนบาท แต่ผู้เสียหายยังไม่ได้แจ้งความ และอยากขอโทษผู้เสียหายทั้ง 2 ราย ทำให้เดือดร้อน ส่วนภาพที่เลือกนั้นเพราะเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊กกับผู้เสียหาย
 
พล.ต.ต.อิทธิพล กล่าวว่า ในโลกสังคมปัจจุบัน การติดต่อสื่อสารกับบุคคลอื่นนั้นเป็นเรื่องที่ง่าย และมีความสะดวก รวดเร็ว เป็นอย่างมาก จึงควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ขนาดคำกล่าวที่ว่า “รู้หน้า ไม่รู้ใจ” ยังว่าดูยากแล้ว แต่ สำหรับเคสนี้ “รู้หน้าก็ยังไม่รู้ว่าเป็นใคร” นั้นดูยากยิ่งกว่า เพราะพี่น้องประชาชนอาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพที่แฝงตัวมาเพื่อประสงค์ต่อชีวิตและทรัพย์สินของท่าน เหมือนอย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ในส่วนของผู้ที่ได้รับความเสียหาย หากผู้เสียหายรายใดยังไม่แจ้งความร้องทุกข์ ขอให้ไปแจ้งความร้องทุกข์ในท้องที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหาในคดีนี้ เพื่อจะได้อายัดตัวผู้ต้องหานี้ตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ หากมีเบาะแสหรือมีข้อสงสัยว่าจะถูกหลอกลวง สามารถให้เบาะแสหรือขอคำปรึกษาได้ที่ เฟซบุ๊ก “วิเคราะห์ข่าวฯ นครบาล” ซึ่งเป็นเฟซบุ๊กของกองกำกับการวิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อจะได้ให้ความช่วยเหลือและคำปรึกษาต่อไป
 
นายสรฉัตร ผลวัฒนา หรือ เจ้าของฉายา “นัท โอนไว” และ นางสาวอริยพัช มีแก้ว อายุ 37 ปี หญิงสาวผู้เสียหายอีกรายที่อยู่ในรูปโปรไฟล์ของน้องขวัญ ที่ถูกนำภาพตัวเองไปใช้หลอกลวงผู้เสียหายรายอื่น เข้ามาร่วมฟังการแถลงข่าวในครั้งนี้ด้วย โดยนางนันท์นลิล ผู้ต้องหา ได้ยกมือไหว้ขอโทษผู้เสียหายทั้งสองราย พร้อมทั้งร้องไห้ก่อนเจ้าหน้าที่จะพาตัวเข้าไปสอบปากคำต่อ
 
นายสรฉัตร เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจมากที่ตำรวจจับคนร้ายได้ ส่วนตัวได้ไปไหว้พระ 9 วัดที่ภาคอีสาน เพราะไม่อยากให้คนร้ายไปก่อเหตุลักษณะนี้กับใครอีก และหลังจากที่เกิดเหตุก็มีผู้หญิงทักมาให้โอนเงินให้ เช่น เติมเงินโทรศัพท์ แต่ก็ไม่ได้โอนให้ใคร ซึ่งจะโอนให้เฉพาะคนที่สนิทเพียงเท่านั้น หลังจากที่คนร้ายยกมือไหว้ขอโทษ ก็ยกโทษและอภัยให้ ซึ่งไม่อยากให้ไปทำแบบนี้กับใครอีก ส่วนเงินที่โอนไปให้ ก็ทำใจไว้แล้วว่าอาจจะไม่ได้คืน
 
ขณะที่ นางสาวอริยพัช มีแก้ว อายุ 37 ปี อาชีพแม่ค้าขายของออนไลน์ และเป็นผู้ที่ถูกคนร้ายใช้รูปไปหลอกลวงผู้อื่น เปิดเผยว่า อยากให้คนร้ายกลับตัวกลับใจ ตนก็ไม่อยากเดือดร้อน ที่ต้องมาเกี่ยวข้องกับคดี ซึ่งเมื่อคนร้ายขอโทษ ตนก็พร้อมยกโทษให้ ซึ่งหลังจากนี้ก็จะขายของออนไลน์ต่อไป
 
พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผกก.กองวิเคราะห์ข่าว เปิดเผยว่า การจับกุมในครั้งนี้เป็นการจับตามหมายของ สน.พระราชวัง ซึ่งก่อเหตุในลักษณะเดียวกัน โดยคนร้ายรับว่า เอาเงินไปใช้ส่วนตัว โดยก่อนหน้านี้เคยใช้บัญชีธนาคารของตนเอง แต่กลัวตำรวจจับได้ จึงเปลี่ยนเลขบัญชีเป็นของมารดา ซึ่งตำรวจต้องเอาไปตรวจสอบ ว่ามีส่วนรู้เห็นหรือไม่ และต้องประสานธนาคารเพื่อตรวจสอบบัญชี หลังจากนี้ตำรวจจะนำตัวส่ง สน.พระราชวัง และหากมีผู้เสียหายเพิ่มเติมก็จะอายัดตัวเพื่อดำเนินคดีต่อไป

Share this: