สารคดีวิทยุ : สืบสานพระราชดำริ สร้างสุขปวงประชา ตอน อ่างเก็บน้ำคลองท่างิ้ว แหล่งน้ำสร้างชีวิตราษฎรอำเภอห้วยยอด

12 มิ.ย. 2562 | 14:25:05

 
ตอนที่ 29  อ่างเก็บน้ำคลองท่างิ้ว แหล่งน้ำสร้างชีวิตราษฎรอำเภอห้วยยอด  

          น้ำ เป็นปัจจัยที่สำคัญและจำเป็นต่อทุกชีวิต โดยเฉพาะในการอุปโภค บริโภค เกษตรกรรม อุตสาหกรรม การคมนาคม “ขาดน้ำก็เหมือนขาดใจ” คำพูดนี้ไม่เกินจริงเลย โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ ตําบลคลองท่างิ้ว อําเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง ที่ประสบกับปัญหาภัยแล้งมาอย่างยาวนาน มีเพียงน้ำบริเวณหุบเขาควนหินแก้ว เหนือน้ำตกหลาด่าน สําหรับเป็นแหล่งน้ำต้นทุนไว้ทําการเกษตรกรรมหรือในช่วงที่ฝนทิ้งช่วง “ฟ้าหลังฝนย่อมสดใสเสมอ” เมื่อความทุกข์ยากของราษฎรได้ถูกปัดเป่าลง เมื่อความทราบถึงพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับโครงการอ่างเก็บน้ำคลองท่างิ้วไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เมื่อปี 2533 ตามที่ราษฎรขอพระราชทานความช่วยเหลือ

          ณ วันนี้ โครงการอ่างเก็บน้ำคลองท่างิ้วอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้ทำหน้าที่หล่อเลี้ยงชีวิตของชาวบ้านครอบคลุมพื้นที่ 5 ตำบลของอำเภอห้วยยอดและบริเวณใกล้เคียงได้อย่างสมบูรณ์เต็มประสิทธิภาพ และจากพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว “เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอดและครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุข แห่งอาณาราษฎรตลอดไป” นำมาซึ่งความปลื้มปีติของราษฎรที่อยู่ในพื้นที่แห่งนี้ นางเปรมรินทร์  อักษร ราษฎรตำบลท่างิ้ว อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง ได้กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงและพระมหากรุณาธิคุณที่ได้รับครั้งนี้ว่า “เมื่อก่อนทำแต่สวนยางอย่างเดียวเพราะใช้น้ำน้อย พอมีโครงการอ่างเก็บน้ำท่างิ้วเข้ามาก็สามารถทำการเพาะปลูกได้หลากหลายชนิด ทำการเกษตรแบบผสมผสาน เลี้ยงปลา ทำอะไรก็ดีไปหมดถ้ามีน้ำ อยู่อย่างเพียงพอตามหลักคำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9 พระองค์ท่านทรงเป็นแบบอย่างที่ดีของปวงชนชาวไทย” ปัจจุบันมีพื้นที่ที่ได้รับประโยชน์จากโครงการฯ สำหรับการเพาะปลูก 12,700 ไร่ และยังสามารถส่งน้ำดิบให้แก่การประปาส่วนภูมิภาคสาขาห้วยยอด วันละ 9,000 ลูกบาศก์เมตร เพื่อจ่ายให้กับราษฎร 5,191 ครัวเรือน รวมถึงส่งน้ำเพื่อการประปาหมู่บ้านวันละ 1,440 ลูกบาศก์เมตร สามารถช่วยเหลือราษฎร 1,964 ครัวเรือน นอกจากนี้ยังสามารถส่งน้ำให้กับเกษตรกรที่ทำฟาร์มไก่เนื้อ การเลี้ยงปลาในกระชัง ทำให้เกษตรกรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นโดยเฉพาะการทำการเกษตรแบบผสมผสาน ที่สามารถทำรายได้ถึง 1,500-2,000 บาทต่อวัน รวมถึงส่งเสริมการท่องเที่ยวการพายเรือช่วงหน้าแล้งให้กับถ้ำเลเขากอบและราษฎรในพื้นที่อีกด้วย

Share this: