สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พลเอก ธีรชัย นาควานิช องคมนตรี ติดตาม เร่งรัดขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริให้บังเกิดความยั่งยืนและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ราษฎร พร้อมกับเชิญถุงพระราชทานไปมอบให้กับราษฎร และเจ้าหน

12 ก.พ. 2561 | 21:42:22

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พลเอก ธีรชัย นาควานิช องคมนตรี ติดตาม เร่งรัดขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริให้บังเกิดความยั่งยืนและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ราษฎร พร้อมกับเชิญถุงพระราชทานไปมอบให้กับราษฎร และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน

 

วันจันทร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 พลเอก ธีรชัย นาควานิช องคมนตรี ในฐานะประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริพื้นที่ภาคใต้ พร้อมคณะอนุกรรมการฯ ได้เดินทางไปยังจังหวัดยะลา เพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการระบบระบายน้ำตำบลท่าสาป ตำบล พร่อน ตำบลยุโป อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา ตามที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระราชทานไว้ และโครงการเพื่อชุมชนเข้มแข็งและร่มเย็นบ้านสันติ 2 ตามพระราชดำริสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ตำบลแม่หวาด อำเภอธารโต จังหวัดยะลา พร้อมกับเชิญถุงพระราชทานไปมอบให้กับราษฎร และผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทั้งนี้เพื่อสนองพระราชกระแสของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงห่วงใยความเป็นอยู่ของราษฎรและพระราชปณิธานในการสืบสาน รักษา ต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ให้บังเกิดความยั่งยืนและเกิดประโยชน์สูงสุดกับราษฎรอย่างทั่วถึงต่อไป

โครงการระบบระบายน้ำตำบลท่าสาป ตำบลพร่อน ตำบลยุโป อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา เป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระราชทานพระราชดำริ เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2552 สรุปความว่า ให้พิจารณาแนวทางในการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในเขตจังหวัดชายแดนภาคใต้ (จังหวัดสงขลาและจังหวัดยะลา) โดยเฉพาะบริเวณที่มีถนนเป็นคันกั้นน้ำ สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) จึงร่วมกับกรมชลประทาน ตรวจสอบสภาพพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมบริเวณหมู่ที่ 4 บ้านสาคอ ตำบลท่าสาป อำเภอเมือง จังหวัดยะลา และได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในปี 2553-2554 โดยขุดลอกขยายคลองลำดา คลองตาสา และคลองสาคอ รวมความยาวทั้งสิ้น 14.300 กิโลเมตร ปรับปรุงอาคารท่อระบายน้ำ จำนวน 3 แห่ง ประกอบด้วยบ้านสาคอ บ้านบราแง 1 และบ้านพร่อน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำ นอกจากนี้ยังได้จัดทำโครงการแก้มลิงตำบลพร่อน เชื่อมต่อกับโครงการระบบระบายน้ำตำบลท่าสาป เพื่อช่วยบรรเทาอุทกภัยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมทั้งเพิ่มแหล่งเก็บกักน้ำในช่วงฤดูแล้งเพื่อให้ราษฎรได้มีน้ำใช้ตลอดปี โดยดำเนินการงานขุดลอกแก้มลิง จำนวน 1 แห่ง ขนาดพื้นที่ 90 ไร่ มีปริมาณความจุน้ำ 0.50 ล้านลูกบาศก์เมตร และงานอาคารบังคับน้ำ ขนาด 3.0 . X 3.0 . จำนวน 4 ช่อง ปริมาณการระบายน้ำสูงสุด 90 ลูกบาศก์เมตร/วินาที จำนวน 1 แห่ง เสร็จเรียบร้อยแล้ว คงเหลืองานก่อสร้างคันกั้นน้ำ ความยาว 3.600 กิโลเมตร ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2562 

 

ปัจจุบันราษฎรในพื้นที่โครงการฯ มีแหล่งเก็บกักน้ำเพื่อประโยชน์ในด้านการเกษตรช่วงฤดูแล้ง ตลอดจนใช้ในกิจกรรมต่างๆ ของชุมชน และสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วมขังให้แก่ราษฎรในพื้นที่บ้านสาคอ หมู่ที่ 4 และบ้านท่าสาป หมู่ที่ 2 ตำบลท่าสาป บ้านตาสา บ้านจาหนัน บ้านควน และบ้านท่าวัง ตำบลพร่อน และบ้านยุโป หมู่ที่ 2 และบ้านบราแง หมู่ที่ 2 ตำบลยุโป รวมทั้งสิ้น 585 ครัวเรือน 2,490 คน ช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรได้ถึง 870 ไร่ พร้อมกันนี้องคมนตรี ได้ปลูกต้นพวงคราม พร้อมกับร่วมปล่อยปลาลงในแหล่งน้ำเพื่อแพร่ขยายพันธุ์เป็นแหล่งอาหารโปรตีนให้กับราษฎร ต่อไป

 

จากนั้นเวลาประมาณ 14.00 องคมนตรี พร้อมคณะฯ ได้เดินทางไปยังโครงการเพื่อชุมชนเข้มแข็งและร่มเย็นบ้านสันติ 2 ตามพระราชดำริสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ตำบลแม่หวาด อำเภอธารโต จังหวัดยะลา เพื่อเชิญถุงพระราชทานจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มอบให้กับราษฎรที่ได้รับประโยชน์จากโครงการฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจพลร่ม ครูโรงเรียนบ้านเยาะ และครูจากศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านภักดี และติดตามผลการดำเนินงานเยี่ยมชมกิจกรรมการส่งเสริมอาชีพ พร้อมกับปลูกต้นศรียะลาเพื่อเป็นการอนุรักษ์ ต่อไป

โครงการเพื่อชุมชุมชนเข้มแข็งและร่มเย็นบ้านสันติ 2 เป็นโครงการที่เกิดขึ้นจากพระมหากรุณาธิคุณและความห่วงใยของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งเสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมราษฎรเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2550 ขณะที่ดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สรุปความว่า ให้แก้ไขปัญหาและช่วยเหลือราษฎรที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบเรียบร้อยใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต่อมาเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2550 และวันที่ 27 สิงหาคม 2550 เสด็จฯ เยี่ยมราษฎร พร้อมกับพระราชทานแนวทางการช่วยเหลือราษฎรและพระราชทานชื่อโครงการเพื่อชุมชนเข้มแข็งและร่มเย็นบ้านสันติ 2 ตามพระราชดำริสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมารโดยพระราชทานวัตถุประสงค์หลักของโครงการฯ รวม 4 ประการ คือ 1) ให้มีความปลอดภัยและมั่นคงในชีวิต 2) เพื่อให้ครอบครัวอบอุ่น มีคุณภาพชีวิตที่สดใสและสมบูรณ์ 3) เพื่อให้มีที่ทำกินที่ดี มีกิจกรรมเสริมอาชีพที่เหมาะสม และ 4) เพื่อให้ได้รับการดูแลเรื่องสุขภาพอนามัย และการศึกษาของเยาวชนและลูกหลานที่เหมาะสม พร้อมกันนี้ยังได้พระราชทานแนวทางการจัดทำแผนงานแบ่งออกเป็น 2 แผน 7 กิจกรรม แผนที่1 เสริมสร้างและพัฒนาพื้นที่ตั้งรับที่ปลอดภัยและสถาปนาขอบเขตของพื้นที่โครงการ โดยพัฒนาตามแง่คิดทางทหารวิเคราะห์พื้นที่ กำหนด Key Terrain แบ่งประเภทพื้นที่ วางการระวังป้องกันให้เหมาะสม แผนที่ 2 คือ จัดตั้งชุมชนเข้มแข็งร่วมกับ กพ. (หน่วยทหาร/ตำรวจ) และจังหวัด จัดทำร่างคณะกรรมการของราษฎร และคัดเลือกราษฎรที่มีทัศนคติที่ดี ช่วยเหลือเรื่องการทำกินและปรับปรุงพื้นที่ทำกิน แบ่งมอบจัดตั้งระบบที่พักอาศัย ต่อมาเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2550 ได้เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมราษฎรและทรงประกอบพิธีเปิดป้ายหมู่บ้านโครงการเพื่อชุมชนเข้มแข็งและร่มเย็นบ้านสันติ 2 พร้อมกับพระราชทานพระราชดำริ ความว่าให้มีการกำหนดแผนพัฒนาในด้านต่าง เพื่อให้ราษฎรที่อยู่ในพ้นที่ในโครงการและรอบโครงการได้รับประโยชน์อย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน

 

จังหวัดยะลา กองทัพภาคที่ 4 และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงร่วมกันดำเนินงานสนองพระราชดำริ โดยใช้พื้นที่บริเวณบ้านสันติ 2 หมู่ที่ 6 ตำบลแม่หวาด อำเภอธารโต จำนวน 45 ไร่ จัดตั้งชุมชนเข้มแข็งก่อสร้างบ้านพักและคัดเลือกราษฎรเข้าอยู่อาศัยในระยะแรกจำนวน 15 ครอบครัว รวม 49 คน  และในปี 2552 ได้นำราษฎรที่ได้รับผลกระทบดังกล่าวฯ จำนวน 25 ครอบครัว รวม 81 คน เข้ามาอาศัย และได้ดำเนินการพัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพที่เหมาะสมให้กับราษฎรอาทิ การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร การผลิตปลาส้ม การเลี้ยงไก่ไข่ ปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ให้ถูกสุขลักษณะ รวมทั้งจัดทำแผนการรักษาความปลอดภัยร่วมกันระหว่างตำรวจตระเวนชายแดน ทหารพราน และกำลังประชาชน นอกจากนี้ยังได้ดำเนินการพัฒนางานด้านสถานศึกษาศาสนา ปรับปรุงมัสยิด และสำนักสงฆ์ในชุมชน เพื่อให้ราษฎรไทยพุทธและไทยมุสลิมมีสถานที่ประกอบศาสนกิจทั้ง 2 ฝ่าย พร้อมกับปรับปรุงอาคารเรียนโรงเรียนบ้านเยาะและขยายโอกาสทางการศึกษาทำการสอนตั้งแต่อนุบาลถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 ปัจจุบันมีราษฎรจำนวนคงเหลือ 33 ครัวเรือน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำสวนยางพารา สวนผลไม้ เช่น ทุเรียน ลองกอง ในที่ดินเดิม ราษฎรมีการรวมกลุ่มผลิตปลาส้ม โดยรับซื้อปลาจากชุมชนในกิโลกรัมละ 55 บาท และจำหน่ายกิโลกรัมละ 120 บาท สามารถสร้างรายได้เสริมให้กับราษฎรได้ประมาณ 2,000-3,000 บาท/คน/ปี

 

จากแนวพระราชดำริในการพัฒนาแก้ไขปัญหาที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานไว้นั้น ทำให้ราษฎรที่ได้รับผลกระทบฯ ในพื้นที่อำเภอธารโตและอำเภอบันนังสตา มีความมั่นคงปลอดภัยในชีวิต มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นทั้งอาชีพ สุขภาพอนามัย การศึกษาของเยาวชนและลูกหลาน และถือได้ว่าโครงการเพื่อชุมชนเข้มแข็งและร่มเย็นบ้านสันติ 2 เป็นหมู่บ้านต้นแบบแห่งแรกของประเทศไทยในการจัดการแก้ไขปัญหาความมั่นคง ปลอดภัย ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิต ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถนำไปขยายผลการดำเนินการ ในพื้นที่อื่นๆ ได้ต่อไป นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่ได้พระราชทานแนวทางการช่วยเหลือให้แก่ราษฎรในพื้นที่ยังผลให้ราษฎรมีความสงบสุข ร่มเย็น ใต้ร่มพระบารมี

 


Share this: