สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส สรุปสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 ในประเทศฝรั่งเศส วันอังคารที่ 2 มิ.ย. 2563

02 มิ.ย. 2563 | 12:30:45
  สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส สรุปสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 ในประเทศ​ฝรั่งเศส วันอังคารที่ 2 มิ.ย. 2563   


- ยอดผู้ป่วยติดเชื้อจากการตรวจ Test PCR จำนวน 151,325 ราย 
- รักษาอยู่ที่ รพ. 14,028 ราย เป็นผู้ป่วยรายใหม่ 229 ราย โดยมีจำนวนผู้ป่วยที่รักษาอยู่ที่ รพ. ลดลงจากวันก่อนหน้า 260 ราย และรักษาหายออกจาก รพ. แล้ว 68,812 ราย (เพิ่มขึ้น 372 ราย) 
- อาการหนัก 1,253 ราย เป็นผู้ป่วยรายใหม่ 33 ราย 
- เสียชีวิตที่ รพ. 18,590 ราย (เพิ่มขึ้น 84 ราย) และเสียชีวิตที่บ้านพักคนชราและที่ศูนย์การแพทย์สังคม 10,350 ราย **รวมผู้เสียชีวิตทั้งหมด 28,940 ราย (เพิ่มขึ้น 107 ราย) ** 

การเปิดพรมแดนกับประเทศภายในและภายนอกสหภาพยุโรป 

ทางด้านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกิจการยุโรปและการต่างประเทศสาธารณรัฐฝรั่งเศส รับผิดชอบด้านการท่องเที่ยว ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านทางโทรทัศน์ช่อง C-News ว่า ขณะนี้ 3 ใน 4 ของประเทศสมาชิกอียู เห็นพ้องให้เปิดพรมแดนภายในยุโรปตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย.2563 
สำหรับการเปิดพรมแดนกับประเทศภายนอกอียู นั้น ประเทศสมาชิกอียูจะตัดสินใจเรื่องนี้ในวันที่ 15 มิ.ย. โดยในชั้นนี้มีความเห็นพ้องกันที่จะยังปิดพรมแดนกับประเทศภายนอกอียูต่อไปอีกประมาณ 2 – 4 สัปดาห์ และต้องร่วมกันกำหนดรายชื่อประเทศนอกอียูที่ยังมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 อยู่ให้ได้และกำหนดมาตรการสำหรับผู้ที่เดินทางจากประเทศดังกล่าว ทั้งนี้ คาดว่าการเดินทางระหว่างประเทศจะสามารถกระทำได้ง่ายยิ่งขึ้นตั้งแต่ช่วงกลาง ก.ค. เป็นต้นไป แต่ปัจจุบัน ประเทศเกือบ 180 ประเทศยังคงจำกัดการเดินทางของคนฝรั่งเศสอยู่ 

ขณะที่ คำแนะนำทางสาธารณสุข สำหรับการเดินทางโดยเครื่องบิน 

องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ได้เผยแพร่คำแนะนำทางสาธารณสุขสำหรับการเดินทางโดยเครื่องบิน มีเป้าหมายให้ทุกประเทศ สายการบินและสนามบินทุกแห่งมีมาตรการไปในทิศทางเดียวกัน สรุปได้ ดังนี้ 

- ให้ผู้โดยสารแสดงใบรับรองเกี่ยวกับสุขภาพของตนและรับการตรวจวัดอุณหภูมิเมื่อเดินทางถึงสนามบิน 
- สนับสนุนให้ทำการ check in แบบออนไลน์ก่อนเดินทางถึงสนามบิน และใช้ boarding pass บนโทรศัพท์มือถือ รวมทั้งการใช้เทคโนโลยีอื่น ๆ ที่หลีกเลี่ยงการสัมผัสในสนามบิน (facial recognition/iris recognition) และขอให้เดินทางด้วยสัมภาระจำนวนน้อยที่สุดเท่าที่สามารถกระทำได้ 
- จะไม่มีการแจก นสพ. และนิตยสารบนเครื่องบิน และจำกัดการขายของ duty-free บนเครื่องบิน 
- แนะนำให้มีการจำกัดผู้ที่สามารถเดินทางเข้าสนามบินได้ โดยควรอนุญาตให้เพียงผู้โดยสารและ จนท. ที่ปฏิบัติหน้าที่ที่สนามบินเดินทางเข้าได้ และอนุญาตให้ผู้ที่ต้องติดตามบุคคลที่ต้องได้รับความช่วยเหลือเดินทางเข้าได้ (อาทิ กรณีผู้พิการ) 
- แนะนำให้ต้องสวมหน้ากากบริเวณภายในสนามบินและบนเครื่องบิน โดยควรรักษาระยะห่างอย่างน้อย 1 เมตร ซึ่ง จนท. ที่สนามบินก็ต้องมีอุปกรณ์ป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสฯ เช่นกัน อาทิ หน้ากาก/แว่นตากันละอองฝอย และถุงมือ 
- ให้ผู้โดยสารสวมหน้ากากบนเครื่องบินและลุกเดินน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ระหว่างบิน โดยหลีกเลี่ยงการเข้าแถวรอเข้าห้องน้ำ และควรมีการกำหนดห้องน้ำที่สามารถใช้ได้สำหรับแต่ละกลุ่มที่นั่งที่ชัดเจน โดยไม่ให้ใช้ห้องน้ำร่วมกับกลุ่มที่นั่งอื่น 
- ถึงแม้จะไม่มีการแนะนำให้เว้นที่นั่งหนึ่งที่ระหว่างผู้โดยสารแต่ละคน แต่หากสามารถกระทำได้ ขอให้รักษาระยะห่างระหว่างผู้โดยสารแต่ละคน 
ทั้งนี้ จะมีการทบทวนคำแนะนำทางสาธารณสุขของ ICAO ตามพัฒนาการของสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสต่อไป 
Share this: