ศาลพิพากษา จำคุก “ป้าติ้น เรวดี” แจ้งความเท็จ คดีหวย 30 ล้าน - คำให้การมีประโยชน์ลดโทษ 1 ใน 3 คงจำคุก 12 เดือน ไม่รอลงอาญา

14 ส.ค. 2562 | 14:30:08
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 14 สิงหาคม 2562 ที่ศาลอาญา ถนนถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษา คดีหมายเลขดำ อ.1802/2561 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 9 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นางเรวดี หาแก้ว หรือ ป้าติ้น อายุ 54 ปี เป็นจำเลยฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหายรู้ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น, แจ้งข้อความแก่พนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาว่าได้มีการกระทำความผิดอันเป็นการแกล้งให้บุคคลใดต้องรับโทษฯ กรณีความเท็จกล่าวหา นางจรูญ เฮก หรือ ป้าติ๋ว ยักยอกหวยรางวัลที่ 1 งวดเดือนเมษายน 2560 มูลค่า 30 ล้านบาทไป

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ 12  เมษายน 2560 ถึงวันที่ 8 พฤษภาคม 2560 จำเลย ได้บังอาจแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ เกี่ยวกับความผิดอาญแก่ ร.ต.อ.คะนอง โสมทอง ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาประจำ สภ.ดงเย็น ว่า ได้มีการกระทำความผิดอาญาเกิดขึ้นกล่าวคือ จำเลย ได้แจ้งข้อความว่า เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2560 ผู้แจ้ง ได้ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลร่วมกับนางจรูญ  เฮก ที่วัดศิริสุทโธ (คำชะโนด) อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี สลากกินแบ่งรัฐบาลหมายเลข 392785 จำนวน 5 ใบ เป็นเงิน 500 บาท โดยออกเงินกันคนละ 250 บาท ตกลงกันว่า เมื่อถูกรางวัลจะแบ่งคนละครึ่ง โดยมอบสลากกินแบ่งรัฐบาลให้ นางจรูญ เฮก เก็บรักษาไว้

ต่อมาวันที่ 1  เมษายน 2560 สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ประกาศรางวัลปรากฏว่า สลากกินแบ่งรัฐบาลหมายเลข 392785 ที่ตนและนางจรูญ ร่วมกันซื้อไว้ถูกรางวัลที่ 1 เป็นเงินทั้งสิ้น 30 ล้านบาท เมื่อตนทวงถามนางจรูญ ได้บ่ายเบี่ยงตลอดมา จึงมาแจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีกับนางจรูญ เฮก ในความผิดฐานยักยอกทรัพย์ของผู้อื่นจนกว่าคดีถึงที่สุดความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 ซึ่งการแจ้งข้อความดังกล่าวของ จำเลย นั้น เป็นความเท็จทั้งสิ้น ความจริง จำเลย รู้อยู่แล้วว่า จำเลย มิได้ร่วมกับนางจรูญ ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล หมายเลข 392785 จำเลยและนางจรูญ ผู้เสียหาย มิได้ถูกรางวัลที่ 1 ประจำงวดวันที่ 1 เมษายน 2560 และนางจรูญ ก็มิได้เป็นผู้กระทำผิดอาญาแต่ประการใด การที่จำเลยได้นำความเท็จดังกล่าวแจ้งนั้น ทำให้นางจรูญได้รับความเสียหาย โดยเป็นการเพื่อจะแกล้งให้ต้องรับโทษทางอาญา ในความผิดฐานยักยอกทรัพย์ อันเป็นการแจ้งความเท็จว่า นางจรูญ ได้กระทำความผิดอาญา เหตุเกิดที่ ต.ดงเย็น อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ขอให้ลงโทษตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137,173, 174

วันนี้ พนักงานสอบสวน สภ.ดงเย็น อ.บ้านดุง ผู้เสียหายที่ 1 และ นางจรูญ เฮก หรือ ป้าติ๋ว ผู้เสียหายที่ 2 เดินทางมาฟังคำพิพากษาพร้อมกับ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม 

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์ และ จำเลย แล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงได้ความจากพนักงานสอบสวน สภ.ดงเย็น พยานโจทก์ซึ่งให้การสอดคล้องกันว่า นางเรวดี หรือป้าติ้น จำเลยมาแจ้งความว่า ลงทุนซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลเลข 392785 จำนวน 5 คู่ เป็นเงิน 500 บาท โดยออกเงินคนละครึ่งกับผู้เสียหายที่ 2 ปรากฏว่า  ผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 1 เมษายน 2560 หมายเลข 392785 ถูกรางวัลที่ 1 เป็นเงิน 30 ล้านบาท แต่เมื่อไปทวงถามกับผู้เสียหายที่ 2 กลับไม่ได้เงินบ่ายเบี่ยง จึงต้องการแจ้งความฐานยักยอกทรัพย์ แต่ภายหลังรับแจ้งความพนักงานสอบสวนได้ไปตรวจสอบการรับรางวัลของผู้ถูกสลากงวดดังกล่าว พบว่า หมายเลขชุด ทั้งหมด 5 ชุด ที่จำเลยอ้างว่า ซื้อไว้นั้นมีผู้มาขึ้นรับรางวัล โดยหมายเลขชุดดังกล่าวที่ จำเลย อ้าง ไม่ได้รวมอยู่ในชุดเดียวกันตามที่จำเลยอ้าง อีกทั้งลายมือชื่อที่จำเลยอ้างว่า ลงไว้หลังสลากนั้น เมื่อตรวจสอบแล้วไม่พบการแก้ไขหรือร่องรอยการขูดลบลายชื่อแต่อย่างใด เชื่อว่า พยานไม่เคยรู้จักกับ จำเลย และผู้เสียหายที่ 2 มาก่อน เชื่อว่า เบิกความไปตามความจริง 

พยานหลักฐานของ จำเลย มีน้ำหนักน้อย ไม่อาจหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ได้อีกทั้งผู้เสียหายที่ 2 ไม่ได้ซื้อเลขรางวัลที่ 1 ไม่ได้รับรางวัล 30 ล้าน ตามที่จำเลยไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวน ผู้เสียหายที่ 1 แต่อย่างใด การกระทำของ จำเลย เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง ต่อมาพนักงานสอบสวน สภ.ดงเย็น มีคำสั่งไม่สมควรฟ้อง ผู้เสียหายที่ 2 พิพากษาว่า จำเลย มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137,173 ประกอบมาตรา 174 วรรคสอง เป็นการกระทำความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานแจ้ง ข้อความแก่พนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาว่า  ได้มีการกระทำความผิด เพื่อจะแกล้งให้บุคคลใดต้องรับโทษหรือรับโทษหนักขึ้น ลงโทษจำคุกเป็นเวลา 1 ปี 6 เดือน คำให้การของ จำเลย มีประโยชน์อยู่บ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 คง จำคุกเป็นเวลา 12 เดือน

Share this: