ศาลปกครอง มีคำสั่ง กทม. รื้อ 5 ตลาด รอบหมู่บ้านเสรีวิลล่า สวนหลวง ร.9 – ชดใช้ค่าเสียหาย 4 ผู้ฟ้องร้อง พร้อมดอกเบี้ย

16 พ.ค. 2561 | 14:27:26
วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 ที่ศาลปกครอง ถ.แจ้งวัฒนะ องค์คณะแผนกคดีสิ่งแวดล้อม เจ้าของสำนวนคดีตลาดหมู่บ้านเสรีวิลล่านัดอ่านคำพิพากษา ในคดีหมายเลขดำ ส.1/2555 ที่  นางสาวบุญศรี แสงหยกตระการ ผู้ที่พักอาศัยในหมู่บ้านเสรีวิลล่า ย่านสวนหลวง ร. 9 และผู้ที่อาศัยในหมู่บ้านด้วยรวม 4 คน ได้ยื่นฟ้อง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร , ผอ.เขตประเวศ , สำนักงานเขตประเวศ และกรุงเทพมหานคร เป็นผู้ถูกฟ้องที่ 1-4 ข้อพิพาทเรื่องหน่วยงานทางปกครอง หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ และกระทำละเมิดจากการละเลยต่อหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติอย่างล่าช้า กรณีให้มีการก่อสร้างอาคารและตลาด 5 แห่งโดยผิดกฎหมายเป็นเหตุให้พื้นที่ซึ่งเคยเป็นที่อยู่อาศัยกลายเป็นที่จอดรถและเป็นกรณีที่ผิดวัตถุประสงค์ของหมู่บ้านเสรีวิลล่า บริเวณสวนหลวง ร.9 ซึ่งได้จดทะเบียนจัดสรรเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย ก่อให้เกิดมลพิษทางเสียงและก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้ฟ้องคดี


 
โดยคดีมี  ผู้ประกอบการตลาดสวนหลวง , ตลาดรุ่งวานิชย์ , ตลาดเปิ้ลมาร์เก็ต และตลาดยิ่งนรา ที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับข้อพิพาทนั้น ได้เข้ามาเป็นผู้ร้องสอดที่ร่วมนำเอกสารหลักฐานแสดงให้ศาลร่วมพิจารณา ขณะที่คดีกลุ่มผู้ฟ้องขอให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างตลาด และให้หน่วยงานทางปกครอง-เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ควบคุมการประกอบกิจการตลาดในหมู่บ้านผู้ฟ้อง
 
องค์คณะคดีสิ่งแวดล้อม ศาลปกครองกลาง พิจารณาข้อเท็จจริงที่ได้จากการไต่สวน ประกอบข้อกฎหมายแล้ว เห็นว่า การยื่นขอก่อสร้างอาคารและตลาด 5 แห่งบริเวณข้างบ้านผู้ฟ้องทั้งสี่ในหมู่บ้านเสรีวิลล่า และการอนุญาตให้สร้างนั้นผิดวัตถุประสงค์การจัดสรรที่ดินในโครงการที่ให้ก่อสร้างเพื่อที่พักอาศัยเท่านั้นไม่ใช่เพื่อการพาณิชย์
 
ศาลมีคำพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งการอนุญาตใช้พื้นที่ก่อสร้าง และ กทม. ผู้ถูกฟ้องที่ 4 ต้องชดใช้ค่าเสียหายให้กับผู้ฟ้อง 4 รายๆ ละ 368,400 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีนับตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย. 2556 ที่มีการแก้คำฟ้อง จนกว่าจะชำระเสร็จ โดยให้ชดใช้หลังจากคดีนี้มีคำพิพากษาถึงที่สุด และให้ผู้ถูกฟ้องที่ 1-3 ใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ให้จัดการอาคารตลาดทั้ง 5 แห่งภายใน 30 วันนับแต่คดีที่สุด และ ให้ดำเนินการตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535
 
พร้อมกับกวดขันไม่ให้มีหาบเร่แผงลอยบนทางเท้าในหมู่บ้านด้วย และให้คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวมีผลบังคับอยู่ต่อไปจนกว่าคดีจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด ภายหลังฟังคำพิพากษา น.ส.บุญศรี กล่าวด้วยน้ำตาคลอว่า ขอบคุณศาลที่ให้ความเมตตา ซึ่งตนพอใจกับคำพิพากษา ในส่วนค่าเสียหายไม่ยื่นอุทธรณ์ต่อ อยากให้ ฝ่าย กทม.พิจารณาเหมาะสมหรือไม่ที่จะอุทธรณ์คดีเนื่องจากความเดือดร้อนที่ได้รับยาวนานมาตลอด 4 ปี เป็นความทุกข์ที่แสนสาหัส หลังจากนี้จะนำคำพิพากษาพร้อมคำสั่งคุ้มครองในวันนี้ไปติดที่หน้าบ้าน ส่วนคดีอาญาทุบรถก็จะนำคำพิพากษาในส่วนนี้ไปยื่นร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการประกอบการพิจารณาสั่งคดี

Share this: