รอง ผบ.ตร. "เฉลิมเกียรติ" แถลง ตร.บช.ปส จับกุมขบวนการค้ายาเสพติด 7 คดี ยึดของกลาง "เฮโรอีน" - "ไอซ์" - "ยาบ้า" และ "ยาอี" จำนวนมาก

13 มี.ค. 2561 | 15:11:07
 

จับ ขบวนการยาเสพติด ยึดของกลาง “ไอซ์” – “เฮโรอีน” – “ยาบ้า” และ “ยาอี” รวบผู้ต้องหา 13 คน
 

วันที่ 13 มีนาคม 2561 ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง แถลงผลการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญ จำนวน 7 คดี ผู้ต้องหา 13 คน พร้อมยึดของกลางยาเสพติดประเภท ไอซ์ 447 กิโลกรัม เฮโรอีน 304 กิโลกรัมยาบ้า 526,450 เม็ด และยาอี 5,731 เม็ด โดยมีคดีน่าสนใจ ที่ตำรวจกองบังคับการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารกองทัพภาคที่ 4 และทหารจังหวัดสงขลาได้ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหา 2 ราย คือ นายส้อปิอี จิราวรรณ์ ชาวจังหวัดนราธิวาส และนายอรุณ ชูชื่น ชาวจังหวัดสงขลา มีพฤติการณ์ลักลอบลำเลียงยาเสพติดให้กับกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่จังหวัดสงขลา โดยเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งข้อมูลจากสายลับว่ามีการใช้รถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า เป็นพาหนะในการลำเลียงยาเสพติด โดยจะนำเก็บพักไว้ที่บ้านพัก อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการจึงกระจายกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ กระทั่งพบรถยนต์คันดังกล่าว จอดอยู่หน้าบ้านพักคนงานไม่มีเลขที่ในตำบลอู่ตะเภาอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จึงแสดงตัวเข้าจับกุม พบของกลางยาเสพติดซุกซ่อนในห้องโดยสาร โดยใช้ผ้าคลุมปิดบังไว้ พร้อมยึดของกลางยาไอซ์ จำนวน 432 กิโลกรัม รถยนต์กระบะและโทรศัพท์มือถือจำนวน 2 เครื่อง ก่อนส่งพนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดดำเนินคดีและขยายผลต่อไป

 

ส่วนคดีที่ 2  เจ้าหน้าที่ บช.ปส. สามารถตรวจยึดเฮโรอีน น้ำหนัก 304 กิโลกรัม พร้อมจับกุมผู้ต้องหาชาวปัตตานี ได้ 3 ราย พร้อมกันนี้ยึดรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า 1 คัน อาวุธปืนพกสั้น 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืน และโทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ที่ด่านตรวจบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส และร้านอาหารในอำเภอหาดใหญ่  ่จังหวัดสงขลา
 
ทั้งนี้ ผู้ต้องหากลุ่มดังกล่าว ทำการลำเลียงยาเสพติด เพื่อส่งมอบให้กับลูกค้า ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้เป็นประจำ โดยมักจะใช้รถบรรทุกสิบล้อเป็นยานพาหนะ เส้นทางสงขลาปัตตานี นราธิวาส จนกระทั่งเจ้าหน้าที่สามารถสกัดจับได้ที่บริเวณด่านดังกล่าว
 
นอกจากนี้ ยังมีการจับกุมผู้ต้องหา  นายสุไลมาน ดือราแม อายุ 29 ปี พร้อมยาบ้า 406,000 เม็ด โดยเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการฝ่ายทหารกองทัพภาคที่ 4 พร้อม ทหารเรือ และศุลกากรภาคที่ 4 ร่วมกันจับกุมได้ จากการรับแจ้งจากสายลับ ว่าจะมีการ ส่งมอบยาเสพติด ในเส้นทางถนนสายลพบุรีราเมศวร์ ตำบลท่าช้าง จังหวัดสงขลา กระทั่งพบกลุ่มเป้าหมาย บริเวณ ลานกองหิน ใกล้ปั๊มแก๊สร้าง จึงเข้าแสดงตัวตรวจค้น ซึ่งจากการตรวจค้นพบยาบ้า 216,000 เม็ด วางอยู่เบาะหลังคนขับ และยาบ้าอีก 190,000 เม็ด อยู่ภายในห้องน้ำชั้นล่าง บ้านพักใกล้เคียงจุดที่เกิดเหตุ
 
จากการสอบสวน นายสุไลมาน ให้การว่า มีชายไม่ทราบ ชื่อและนามสกุลโทรศัพท์ติดต่อ ให้ตนเองเดินทางมาที่จังหวัดนราธิวาส แล้วขับรถกระบะ ที่ชายดังกล่าวเป็นผู้จัดเตรียม มาจอดไว้บริเวณแยกบ้านบางลำภู และชายดังกล่าวได้แจ้งจุดที่วางยาบ้าเพื่อให้ตนเอง นำใส่รถกระบะ แล้วนำมาเก็บไว้ ในบ้านพัก ที่อำเภอหาดใหญ ่จังหวัดสงขลา โดยจะให้ค่าจ้างจำนวนหนึ่ง อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาร่วมกัน มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย พร้อมนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี และดำเนินการยึดทรัพย์บุคคลที่เกี่ยวข้อง


ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ บช.ปส. ยังได้จับกุมผู้ต้องหา คนไทย 3 ราย พร้อมยึดยาอี จำนวน 5,731 เม็ด โดยเจ้าหน้าที่ สามารถจับกุมผู้ต้องหากลุ่มนี้ได้ บริเวณ หน้าร้านสวัสดิการสโมสร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายลับ ว่า จะมีการลักลอบนำยาเสพติดประเภทยาอี เดินทางเข้ามาในประเทศไทย โดยต้นทางมาจากประเทศเนเธอร์แลนด์ จึงมีการตรวจสอบกลุ่มผู้ต้องสงสัย จนกระทั่งพบเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หนึ่งในผู้ต้องหาเดินทางกลับมาจากประเทศเนเธอร์แลนด์ผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พร้อมนำยาอีซุกซ่อนภายในกระเป๋าเดินทาง โดยมีผู้ต้องหาอีก 2 คนที่เหลือ รอรับกระเป๋าที่สายพานลำเลียง 

ระหว่าง ที่ผู้ต้องหากำลังหลบหนีขึ้นรถแท็กซี่ เจ้าหน้าที่สังเกตพบพฤติกรรมน่าสงสัย จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้นพบ ยาอี ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทางจำนวนหนึ่ง จึงควบคุมตัว สอบสวนทราบว่า ผู้ต้องหา มีการนำยาเสพติดดังกล่าวกระจายให้กับลูกค้าที่เป็นนักเที่ยวอยู่ในสถานบริการต่างๆ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหานำเข้ายาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาอี) เข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตและร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาอี) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตก่อนจะนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


Share this: