รอง ผบช.ทท. ‘สุรเชษฐ์’ เตรียมลงพื้นที่ ลุยสอบธุรกิจทัวร์ ในพื้นที่ ภูเก็ต เพิ่มเติม

12 ก.ค. 2561 | 12:57:53
วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (รอง ผบช.ทท. กล่าวถึงความคืบหน้าการปราบปรามบริษัททัวร์ไม่ได้มาตรฐาน ว่าจ้างคนไทยเป็นนอมินี ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ที่ทำให้เกิดเหตุเรือล่มกลางทะเล เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา ว่า หลังจาก 14 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ ตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐานกระทำผิด โดยผลปฏิบัติการเข้าตรวจค้น 11 จุด ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจทัวร์นำเที่ยวไม่ได้มาตรฐาน สามารถตรวจยึดเอกสารที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจ 33 ชุด, เครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและโน๊ตบุ๊ก 12 เครื่อง, สินค้าเลี่ยงภาษีกว่า 1,000 ชิ้น, เสื้อชูชีพไม่ได้มาตรฐาน 21 ตัว และวิทยุสำหรับบอกพิกัดเรือ 1 เครื่อง นอกจากนี้ยังจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 คน คือ นายอิทธิโรจน์ ชวาลพิพัฒน์พงศ์ หรือช้าง ผู้จัดการเก่า บริษัท ทรานส์ลี่ ทราเวิล จำกัด และเป็นเจ้าของที่พักและบาร์ในจุดตรวจค้นที่ 4 ซึ่งเข้าข่ายความผิดฐาน บุกรุกป่าสงวน และรุกล้ำป่าชายเลน และนางสาววรลักษณ์ ฤกษ์ชัยกาล หรือ ยุ้ย เจ้าของเรือยอร์ช บริษัท ทีซี บลู ดรีม จำกัด ในความผิดฐานซื้อหรือรับไว้ของที่ไม่ผ่านศุลกากร
 
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ผลการตรวจสอบดังกล่าว พบความผิดที่ชัดเจนกว่าร้อยละ 80 ซึ่งหลักฐานที่อายัดได้ต้องมีการขยายผลตรวจสอบต่อ เช่น บริษัท เลซี่แคท ทราเวล จำกัด ผู้ให้บริการเรือโดยสารเซเรนาตาร์ และบริษัท ทีซี บลูดรีม จำกัด ผู้ให้บริการเรือโดยสาร ฟินิกซ์ ไดร์ฟวิ่ง จะต้องไล่ตรวจสอบตั้งแต่เอกสารการจดทะเบียน, เส้นทางการเงิน, ผู้ถืออำนาจที่แท้จริง, หลักฐานการโอนเงินให้กับชาวต่างชาติ นอกจากนี้ยังต้องตรวจสอบไปถึงผู้ต้องหาที่พักอาศัยอยู่ในที่ดินบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน บริเวณหาดนุ้ย อำเภอเมืองภูเก็ต
 
ส่วนเรือโดยสารฟินิกซ์ ไดร์ฟวิ่ง มีคำให้การที่ชัดเจนจากนายช่างที่ประกอบเรือว่ามีการประกอบไม่ได้มาตรฐานเนื่องจากมีการใช้วัตถุดิบที่เสี่ยงต่อการเกิดอันตรายมาใช้ในการต่อเรือ เช่น เครื่องยนต์จากรถบรรทุก 10 ล้อ, กระจกพลาสติก PVC,กำแพงประกอบจากไม้อัด และระบบระบายน้ำขังที่มีเครื่องมือระบายน้ำ ขนาดเล็กกว่ามาตรฐานเกือบเท่าตัว ซึ่งหลังจากนี้จะดำเนินคดีบุคคลที่เกี่ยวข้อง ทั้งผู้ที่กระทำผิดโดยตรง และเจ้าหน้าที่รัฐที่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่
 
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ในวันที่ 14 กรกฎาคมนี้ จะลงพื้นที่ไปตรวจดูผลการกู้ซากเรือฟินิกซ์ ไดร์ฟวิ่ง และจะให้ผู้เชี่ยวชาญทำการชี้จุดที่คาดว่า จะเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดเหตุเรือล่ม ว่าเป็นไปตามข้อสันนิษฐานจากคำให้การของนายช่างที่รับผิดชอบต่อเรือหรือไม่ นอกจากนี้จะเชิญผู้ประกอบการธุรกิจทัวร์ท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต เข้าให้ข้อมูลเบาะแสทัวร์ที่อยู่ในข่ายต้องสงสัยเพิ่มเติม และเพื่อให้เกิดความมั่นใจเรื่องการปราบปรามทัวร์ที่มีการว่าจ้างนอมินีเป็นคนไทย
 
“ส่วนเรื่องการดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีนี้ทั้ง บริษัท ทีซี บลูดรีม จำกัด ผู้ที่นำเรือฟินิกซ์ ไดร์ฟวิ่ง มาให้บริการ และบริษัทเลซี่แคท ทราเวล จำกัด ที่เช่าเรือเซเรนาตาร์ มาให้บริการ เบื้องต้นมีการดำเนินคดีไปแล้ว 5 ราย ส่วนหน่วยงานราชการที่อาจเข้าข่ายปล่อยปละละเลย ได้ส่งรายชื่อให้ ปปช. พิจารณาตรวจสอบแล้ว 4-5 หน่วยงาน แต่ขอไม่เปิดเผยรายละเอียด และสำหรับเรื่องการดำเนินคดีกับนายช้าง หรือนายอิทธิโรจน์ ชวาลพิพัฒน์พงศ์ เบื้องต้นพบความผิดชัดเจน หลังรับว่าเป็นผู้ดำเนินการสร้างเส้นทาง บ้านพัก และบาร์ริมทะเล รวมถึงยังเตรียมสร้างเป็นท่าเทียบเรือให้บริการนักท่องเที่ยวด้วย”
 
สำหรับมาตรการแก้ไขปัญหาในระยะยาว จะให้กรมเจ้าท่า จัดคนรับผิดชอบในการดูแลการปล่อยเรือ ซึ่งต้องมีการรายงานผลทุกๆ 1 สัปดาห์ หากพบว่าเรือลำใดชำรุด หรือไม่ได้มาตรฐาน ต้องระงับการปล่อยเรือ แต่หากปล่อยเรือไปแล้วพบว่าไปประสบอุบัติเหตุจากสภาพเรือที่เป็นปัญหา ก็จะพิจารณาดำเนินคดีผู้รับผิดชอบต่อไป

Share this: