รวบอีก กว่า 20 ราย แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ พร้อมของกลางมูลค่ากว่า 120 ล้านบาท

07 ธ.ค. 2560 | 14:17:46
 

วันที่ 7 ธันวาคม 2560 ผู้สื่อข่าวรายงาน จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เจ้าหน้าที่ตำรวจจับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้เพิ่มอีก กว่า 20 ราย ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ พร้อมของกลางมูลค่ากว่า 120 ล้านบาท โทรศัพท์สำนักงาน โทรศัพท์มือถือ สมุดบัญชีธนาคาร หนังสือเดินทาง คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค เป็นของกลางที่ตำรวจสามารถยึดได้จากผู้ต้องหา 18 คนที่เป็นเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ในข้อหาฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นร่วมกันใช้หรือมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่น โดยมีนายอภิชาติ กัณวิสิฐ เป็นหัวหน้าในระดับผู้สั่งการ และมีนายบุญส่ง คำตัน และ นายแสงเมือง ลุงออ เป็นคนดูแลคอลเซ็นเตอร์ ส่วนอีก 15 รายเป็นพนักงานคอลเซ็นเตอร์

นอกจากนี้ ยังมีการจับชาวต่างชาติที่เข้าร่วมขบวนการได้อีก 3 ราย ในข้อหามีไว้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ 2 ราย คือนายซู โป ชู กับ นายทังเกียวยู สัญชาติใต้หวัน ส่วนในข้อหาอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด อีก 1 ราย คือ นายลิน จีนาเว่ย สัญชาติใต้หวัน

พล.ต.ท.
ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ รักษาราชการแทน ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า เครือข่ายและแผนประทุษกรรมแก๊ง call center มีพฤติการณ์โดยหัวหน้าใหญ่ได้ประสานให้หน่วยคอลเซ็นเตอร์ที่ประจำการอยู่ในประเทศต่างๆ หลอกลวงผู้เสียหายอีกประเทศหนึ่งโดยใช้แผนประทุษกรรมอ้างตัวเป็นเจ้าพนักงานรัฐว่ามีข้อมูลทางการเงินพัวพันกับองค์กรอาชญากรรมจะต้องถูกดำเนินคดีอายัดทรัพย์ เมื่อเหยื่อหลงเชื่อก็จะให้โอนเงินผ่านบัญชีผู้รับจ้างเปิดบัญชี ก่อนจะมีคนที่ทำหน้าที่กดเงินรวบรวบฟอกเงินและกระจายเงินไปผ่านระบบbitcoin บริษัททัวร์ โพยก็วน แล้วเงินก็จะถูกนำไปรวบรวมที่กลุ่มผู้ดำเนินการระดับบริหารทั้งไทยและจีน ก่อนเงินจะกลับไปสิ่นสุดที่หัวหน้าใหญ่ที่สั่งการ

สำหรับการดำเนินการครั้งนี้เป็นการจับกุม ครั้งที่ 4 โดยสามารถขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการได้ 146 หมายจับ ดำเนินจับกุมได้ 98 หมายจับ ผู้ต้องหาอยู่ต่างประเทศ 7 หมายจับ และอยู่ระหว่างการสืบสวนติดตามจับกุม 41 หมายจับ ทั้งนี้มีผู้ต้องหาที่หลบหนีอยู่ในต่างประเทศอีกด้วยซึ่งตำรวจก็กำลังเร่งติดตามให้เร็วที่สุด ส่วนข้อมูลขณะนี้เชื่อว่ายังมีกลุ่มผู้ร่วมขบวนการที่มากกว่าเดิมอีก

"ในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ครั้งนี้ ทางตำรวจไทยยังได้รับความร่วมมือจากต่างประเทศอีกด้วย โดยเฉพาะประเทศเขมร ที่วันนี้ล่าสุดทราบว่าจะมีการส่งผู้ต้องหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์คนไทยที่อยู่ในเขมร เข้าสู่ประเทศไทยด้วย" 
พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ กล่าว


Share this: