มทภ.1 สั่งเพิ่มกำลัง 1 กองร้อย ดูแลพื้นที่ “สนามหลวง” ติดวงจรปิด-จัดชุดจักรยานลาดตระเวน

19 พ.ค. 2560 | 17:11:13
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 พฤษภาคม 2560  ที่กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง (สนามหลวง) พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ได้ประชุมติดตามสถานการณ์ การดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบสนามหลวง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่จะเดินทางเข้ามากราบพระบรมศพ ภายหลังเกิดเหตุการณ์การลอบวางระเบิด ในบริเวณโรงละครแห่งชาติ ซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้เคียงกับพื้นที่สนามหลวง โดย พล.ต.ธรรมนูญวิถี รองแม่ทัพภาคที่ 1 พล.ต.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ รองแม่ทัพภาคที่ 1 พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รวมถึงผู้แทนจากกองบัญชาการตำรวจนครบาลและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
 
พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ให้สัมภาษณ์ว่า ทางกองอำนวยการร่วมฯ ประชุมหารือเพิ่มเติมเพื่อวางมาตรการรักษาความปลอดภัย ในพื้นที่โดยรอบสนามหลวง ซึ่งไม่ได้เป็นการวัวหายแล้วล้อมคอก เนื่องจากคอกของเรามีความเข้มแข็งอยู่แล้ว เนื่องจากการทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่ของทุกฝ่าย จึงทำให้จุดคัดกรองยังมีความเข้มแข็งอยู่
 
ในจุดคัดกรองจะเพิ่มความเข้มแข็งและมาตรการในการรักษาความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น หลังจากนี้ประชาชนอาจจะไม่ได้รับความสะดวกเนื่องจากจะมีการตรวจตรา มีการถ่ายภาพ บันทึกภาพ หลายระบบมากขึ้น และในวงไข่แดงคือบริเวณในจุดคัดกรอง จะมีการขยายไปจนถึงวงไข่ขาว คือรอบจุดที่เกิดเหตุและบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง พร้อมทั้งได้จัดกำลังเพิ่มเติมอีก 1 กองร้อย และเดิมเรามีชุดลาดตระเวนมอเตอร์ไซค์ แต่จะมีการเพิ่มชุดลาดตระเวนจักรยาน เพื่อให้กำลังพลสามารถเข้าไปในพื้นที่แคบแคบได้
 
ส่วนของ กรุงเทพมหานคร และ ตำรวจ จัดอบรมประชาชนจิตอาสาร่วมกับ กำลังฝ่ายทหารตำรวจ ช่วยกันเป็นหูเป็นตา ชี้เบาะแสสิ่งผิดสังเกต พร้อมทั้งอยากจะขอความร่วมมือประชาชน หากพบสิ่งผิดสังเกตให้แจ้งที่กองอำนวยการร่วมฯทันที ในส่วนของกล้องวงจรปิดไม่อยากให้มองว่าเป็นปัญหา หรือกล้องมีประสิทธิภาพหรือไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งกล้องวงจรปิดมีอายุการใช้งาน ซึ่งในแต่ละปีเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงไปเร็ว และกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่เมื่อ 2 ปีที่แล้วอาจจะมีความชัดเจนแค่ล้านหรือ 2 ล้านพิกเซล ซึ่งทาง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯสั่งการให้นำกล้องวงจรปิดตัวที่ดีที่สุดมาติดในพื้นที่สนามหลวง และนำไปติดตั้งในจุดที่เป็นจุดบอด “เราจะเพิ่มคน เพิ่มมาตรการเทคโนโลยีเข้ามาช่วยแต่ที่สำคัญก็คือประชาชนก็ต้องช่วยกัน ผมมั่นใจในระบบการรักษาความปลอดภัย แต่คนจ้องที่จะทำอะไรที่ไม่ดี ก็จะทำ ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่ามันเอาหัวใจอะไรที่ไม่เป็นคนไทยหรืออย่างไร ที่จะมาจ้องทำลายสัญลักษณ์ สิ่งที่คนไทยในประเทศมีความจงรักภักดี แต่มีคนจิตใจชั่วคิดอะไรเลวๆแบบนี้อยู่ ไม่รู้คิดได้อย่างไรขอให้ประชาชนที่เข้ามาร่วมถวายสักการะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่และช่วยเป็นหูเป็นตา เจ้าหน้าที่ทุกคนที่มาอยู่ในกองอำนวยการร่วมฯตั้งใจทำงานถึงแม้จะมีความคิดที่ไม่ตรงกัน แต่ท้ายที่สุดแล้วก็ต้องทำ เพื่อให้พื้นที่นี้อำนวยความสะดวกกับประชาชนให้มากที่สุด จัดระเบียบและรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน” พล.ท.อภิรัชต์ กล่าว
 
การดำเนินการต่างๆ จะเริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และในวันพรุ่งนี้ (20 พ.ค.) จะมีกำลังทหารจากกองทัพภาคที่ 1 มาตรวจสอบกล้องทั้งหมดว่าใช้งานได้หรือไม่ คือต้องมีการตรวจเช็คอย่างละเอียดว่ากล้องเปิดได้หรือไม่ภาพชัดเจนหรือไม่ ดูดำเนินการร่วมมือกับทหารในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือจากร้านค้าเอกชนบ้านเรือนที่อยู่ตามซอกซอยที่มีกล้องวงจรปิด ให้มาร่วมมือกัน โดยตำรวจในพื้นที่ ทั้งสน.พระราชวัง สน.ชนะสงคราม ขอให้ความร่วมมือส่งข้อมูลมาให้ทางบชน.เป็นอย่างดี

พล.ท.อภิรัชต์ กล่าวว่า สำหรับในวันพรุ่งนี้นอกจากจะตรวจเช็คประสิทธิภาพของกล้องวงจรปิดแล้ว ยังต้องตรวจเช็คการวางกล้ององศาเพราะที่ผ่านมาในอดีต ตั้งแต่มีการชุมนุมทางการเมืองมีการนำถุงดำไปคลุมกล้องหรือแม้แต่การเปลี่ยนทิศทางของกล้องให้หันไปทางอื่น ซึ่งมีทุกรูปแบบคนที่คิดช่วยคิดเลวก็คิดได้ทุกอย่างเช่นกัน ทั้งนี้ ขอให้กำลังใจกับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ทำงานร่วมกันทั้งในส่วน กทม. ตำรวจ จิตอาสา และองค์กรต่างๆ ที่มาช่วยหน่วยแพทย์ทุกคนทำงานอย่างเข้มแข็ง 24 ชั่วโมง

Share this: