พิพากษา ประหารชีวิต “อาเธอร์ เซการา พรินเซพ” ฆ่าหั่นศพ แยกชิ้นส่วน เพื่อนหนุ่มสเปน ทิ้ง “เจ้าพระยา” พฤษภาคม 59

21 เม.ย. 2560 | 15:07:57
ศาลอาญา พิพากษา ประหารชีวิต “อาเธอร์ เซการา พรินเซพ” ฆ่าหั่นศพ แยกชิ้นส่วน เพื่อนหนุ่มสเปน ทิ้ง “เจ้าพระยา” พฤษภาคม 59 เชื่อแรงจูงใจ เงินในบัญชี ผู้ตาย
 
เมื่อเวลา 11.20 น. วันที่ 21 เมษายน 2560 ที่ห้องพิจารณา 713 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านพิพากษาคดีฆ่าหั่นศพชาวสเปน ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายอาเธอร์ เซการา พรินเซพ หรือ อาร์ตู (Mr.Segarra Princep Artur ) อายุ 38 ปี สัญชาติสเปน เป็นจำเลย ฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน , ลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการตาย, หน่วงเหนี่ยวกักขังฯ, ลักทรัพย์ และข้อหาอื่นๆ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(4) , 199 , 310

จากกรณีเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2559 พบชิ้นส่วนของนายเดวิด เบอเนต โมราด ชาวสเปน ลอยมาในแม่น้ำเจ้าพระยา ติดบริเวณอู่ต่อเรือเอกชนแห่งหนึ่งใกล้วัดคฤหบดี แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด และอีกหลายชิ้นลอยมาในแม่น้ำเจ้าพระยา ในเขตรับผิดชอบ สภ.เมืองนนทบุรี, สภ.ปากเกร็ด และ สภ.เมืองจังหวัดปทุมธานี โดยการสืบสวนสอบสวน พบว่า จำเลยพาผู้เสียชีวิตเข้าไปในห้องพัก พี จี คอนโดมิเนียม พระราม 9 อสมท. แขวงและเขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร จากนั้นได้ฆ่าผู้เสียชีวิตก่อนหั่นศพ และนำชิ้นส่วนทิ้งลงในแม่น้ำเจ้าพระยาตามจุดต่างๆ ก่อนหลบหนีไปพร้อมเงินของผู้ตาย จำนวน 734,940 บาท ไปอยู่ที่ ตลาดการค้าชายแดนบ้านหาดเล็ก ต.หาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด

ศาลเบิกตัว นายอาเธอร์ เซการา พรินเซพ หรือ อาร์ตู (Mr.Segarra Princep Artur ) อายุ 38 ปี สัญชาติสเปน จำเลย มาจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อฟังคำพิพากษา นายอาเธอร์ ถูกคุมขังมานาน 1 ปี 2 เดือน นับตั้งแต่ถูกจับกุม และฝากขังเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2559 ชั้นพิจารณา จำเลย แถลงให้การปฏิเสธทุกกล่าวข้อหา โดยระบุว่า ได้อาศัยอยู่ใน พี จี คอนโดมิเนียม แต่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับผู้เสียชีวิต

ซึ่งศาลได้อธิบายกระบวนการพิจารณา และขั้นตอนของศาลไทยให้ นายอาเธอร์ เซการา พรินเซพ หรือ อาร์ตู (Mr.Segarra Princep Artur ) อายุ 38 ปี สัญชาติสเปน ฟัง ซึ่งนายอาเธอร์ แม้จะฟังและพูดภาษาไทย และภาษาอังกฤษได้ แต่ได้เรียกร้องล่ามสเปนด้วย
 
ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว เห็นว่า แม้คดีนี้ โจทก์ ไม่มีประจักษ์พยานรู้เห็นขณะ จำเลย กระทำความผิด แต่เมื่อพิจารณาจากพยานแวดล้อม ประกอบคำเบิกความจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่คอนโด และพื้นที่ใกล้เคียงพบภาพ นายอาเธอร์ พานายเดวิด ผู้เสียชีวิตเข้าไป แต่ไม่ปรากฏภาพว่า นายเดวิด ออกมาจากคอนโดดังกล่าว และยังพบภาพจากกล้องวงจรปิด และพยานเบิกความว่า นายอาเธอร์ ขี่รถจักรยานยนต์บรรทุกถุงดำออกจากคอนโด จนมีผู้พบชิ้นส่วนศพในภายหลัง และยังพบหลักฐานว่า นายอาเธอร์ ซื้อตู้แช่แข็ง เครื่องเจียลูกหมู และใบเลื่อยขนาดต่างๆในช่วงก่อนเกิดเหตุ
 
ตำรวจพิสูจน์หลักฐานยัง ตรวจสอบห้องพักในคอนโด พบคราบเลือดที่ผนังห้องน้ำ มี ดี เอ็น เอ ตรงกับนายเดวิด รวมถึงพบ ดี เอ็น เอ ในเครื่องเจียลูกหมู ซึ่งเป็นพยานหลักฐานสำคัญ ทางนิติวิทยาศาสตร์ มีความถูกต้อง แม่นยำ เชื่อถือได้
 
พยานเป็นเจ้าหน้าที่รัฐไม่รู้จักกับ นายอาเธอร์ จำเลย ไม่มีเหตุโกรธเคืองกันมาก่อน ส่วนที่ทนายจำเลยอ้างว่า  ห้องพักในคอนโดข้างห้องของนายอาเธอร์ มีบุคคลอื่นอาศัย หากใช้เครื่องเจียจะมีเสียงดัง และที่คอนโดมีกล้องวงจรปิด ไม่มีหลักฐานว่า นายเดวิด เข้าไปในห้องพักของ นายอาเธอร์ นั้น ก็มีตำรวจเบิกความว่า ได้ใช้เครื่องเจียลูกหมูทดลองตัดหมูแช่แข็ง พบว่า เสียงของเครื่องเจีย ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมภายในห้องพัก และมีแม่บ้านของคอนโด เบิกความว่า กล้องวงจรปิดในคอนโด เสียทุกชั้น ใช้งานได้เพียงทางเข้าบริเวณป้อมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเท่านั้น และห้องทั้งด้านข้าง และฝั่งตรงข้ามของ นายอาเธอร์ ไม่มีคนพักอาศัยอยู่
 
ส่วนมูลเหตุจูงใจมีเจ้าหน้าที่ธนาคารฯ เบิกความเชื่อมโยงกันว่า พบการโอนเงินจากบัญชีของ นายเดวิด ผู้เสียชีวิต จากประเทศสิงคโปร์ เข้าบัญชีของ นายอาเธอร์ จำเลย และยังมีแฟนสาวของจำเลย เบิกความว่า นายอาเธอร์ จำเลยให้บัตร เอ ที เอ็ม ไปกดเงิน  และจากหลักฐานแสดงว่า นายเดวิด มีเงินฝากหลายสิบล้านบาท เชื่อว่าเป็นเหตุจูงใจฆ่าเพื่อเอาเงินของนายเดวิด ผู้เสียชีวิต โดยนำตัวมากักขัง บังคับเอาข้อมูลส่วนตัว  รหัสธนาคารฯ ก่อนฆ่าโดยนำศพแช่แข็ง แล้วใช้เครื่องเจียลูกหมู และเลื่อยหั่นศพ โดยนำชิ้นส่วนไปทิ้งยังที่ต่างๆ
 
จึงพิพากษา ประหารชีวิต นายอาเธอร์ ฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ฐานนำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นไปใช้ จำคุก 5 ปี ฐานนำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ จำคุก 10 ปี ฐานปลอมแปลงข้อมูลอีเมล์ จำคุก 4 ปี และฐานทำลาย ซ่อนเร้น อำพรางศพ จำคุก 2 ปี แต่เมื่อศาลลงโทษประหารชีวิตแล้วจึงไม่อาจรวมโทษจำคุกในข้อหาอื่นได้ พร้อมให้คืนเงินกว่า 7 แสนบาท กับญาติผู้เสียชีวิต
 
ขณะที่บรรยากาศในห้องพิจารณาคดีมีเจ้าหน้าที่จากกงสุลสเปน ผู้สื่อข่าวต่างประเทศเข้าร่วมฟังการพิจารณาคดี รวมถึงญาติของ นายอาเธอร์ จำเลย ซึ่งภายหลังศาลพิพากษา ญาติ ได้ร้องให้และเข้าสวมกอด นายอาเธอร์ แต่นายอาเธอร์ กลับมีสีหน้าที่เรียบเฉย และยิ้มแย้ม
 
ด้าน นายวรสิทธิ์ พิริยะพิบูรณ์ ทนาย นายอาเธอร์ เซการา พรินเซพ หรือ อาร์ตู (Mr.Segarra Princep Artur ) อายุ 38 ปี สัญชาติสเปน จำเลย  กล่าวว่า หลังจากนี้จะยื่นอุทธรณ์คดี ภายใน 30 วัน โดยจะขอต่อสู้ในประเด็น ฐานเจตนาฆ่าคนตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพราะ จำเลย ยังยืนยันว่า ไม่ได้ฆ่าผู้เสียชีวิตตามที่ถูกกล่าวหา

Share this: