พล.อ.ประวิตร รองนายกฯ เป็นประธานการประชุมกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ย้ำสร้างการรับรู้และเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันแก่ประชาชน

14 ก.พ. 2563 | 14:55:23
 

กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ร่วมประชุมครั้งที่ 1/2563 ย้ำสร้างการรับรู้และเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันแก่ประชาชน

เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ชั้น 4 อาคารจุฑามาศ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เป็นประธานการประชุมกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2563

ในการนี้ นายปริญญา ยมะสมิต ผู้ว่าการการประปานครหลวง (กปน.) และคณะผู้บริหาร กปน. เข้าร่วมประชุม และรายงานการดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง โดยมี ประเด็นที่สำคัญ อาทิ การจัดทำสรุปการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำทั้งระบบ และแนวทางการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง นโยบายการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้ง โดยนายกรัฐมนตรี (พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา) "การแก้ปัญหาด้านน้ำและภัยแล้ง จำเป็นต้องสร้างการรับรู้และติดตามให้การปฏิบัติมีผลสัมฤทธิ์ ปัจจุบันได้ยกระดับโดยตั้ง กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ เพื่ออำนวยการ บริหารจัดการ แก้ไขปัญหาภัยแล้ง มาตรการเยียวยา ชดเชยความเสียหาย ให้กับพี่น้องประชาชน ตามความจำเป็น ขณะเดียวกัน ทุกหน่วยงานต้องเร่งจัดหาน้ำ จูงน้ำและกักเก็บน้ำในฤดูฝนนี้ เพื่อใช้ในฤดูแล้งถัดไปด้วย" ผลการประชุมคณะทำงานภายใต้กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ อาทิ กำหนดเกณฑ์การคาดการณ์สถานการณ์ ติดตามผลการเพาะปลูกและอายุพืช การจัดทำแอปพลิเคชัน Thai Water Plan การสร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง เป็นต้น การผันน้ำเพื่อนำน้ำจากลุ่มน้ำแม่กลองมาลุ่มน้ำเจ้าพระยาอีก 500 ลบ.ม. ผ่านคลองต่าง ๆ รวมถึงคลองประปา รวม 60 ลบ.ม. ต่อวินาที

นายปริญญา ได้กล่าวรายงานการสนับสนุนภารกิจการดำเนินการแก้ไขสถานการณ์ภัยแล้ง ของ กปน. ได้แก่ การเพิ่มอัตราการระบายในคลองประปาเป็น 12 ลบ.ม. ต่อวินาที พร้อมทั้งมีแผนเพิ่มอีก 6 ลบ.ม. ต่อวินาที โดยได้มีการประสานงาน กทม. ในการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำ ร่วมมือกับกรมชลประทานนำน้ำประปาฝั่งตะวันออกรับน้ำที่สำแลมาลงที่คลองรังสิต ผันน้ำไปช่วย อำเภอธัญบุรี ปทุมธานี และจังหวัดฉะเชิงเทรา

พลเอก ประวิตร ได้ขอบคุณทุกหน่วยงานที่ได้ร่วมกันหาแนวทางช่วยเหลือประชาชน ขอให้ทุกหน่วยงานโดยเฉพาะ 4 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงกลาโหม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงมหาดไทย รวมทั้งบูรณาการร่วมกันกับกรมการปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคเอกชน เร่งแก้ปัญหา บรรเทาสถานการณ์ภัยแล้งไม่ให้ทวีความรุนแรงขึ้น

นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ สทนช. ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงการทำงาน และสถานการณ์ในปัจจุบัน พร้อมให้ประชาชนช่วยร่วมกันประหยัดน้ำ


Share this: