ผู้ต้องสงสัยเอี่ยวนำเข้าสาร "ไซบูทรามีน" เข้าให้ปากคำกับตำรวจ ยัน! ไม่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาลดความอ้วน

12 ก.ค. 2562 | 13:24:19
 

วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 นางสาวอังคณา ก้อนจันทร์ เข้าให้ข้อมูลกับ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา  รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) หลังจากวานนี้ (11 ก.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมเจ้าหน้าที่ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เข้าตรวจค้นบ้านหลังหนึ่งต้องสงสัยว่า ลักลอบจำหน่ายสารไซบูทรามีน และผลิตยาลดน้ำหนักผิดกฎหมายในพื้นที่ อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี และพบนางนิภาพร พวงมาลัย เจ้าของโรงงานที่รับว่า จำหน่ายสารไซบูทรามีน ให้ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมในจังหวัดสมุทรปราการ ก่อนขายส่งเป็นทอดๆ ถึงโรงงานผลิตยาลดน้ำหนักในจังหวัดกาฬสินธุ์ 

ทั้งนี้ 
นางนิภาพร พวงมาลัย ยังซัดทอดว่า สั่งซื้อสารไซบูทรามีนจาก นางสาวอังคณา ก้อนจันทร์  กิโลกรัมละ 18,000 บาท ตำรวจจึงขยายผลจากคำให้การ จนพบตัว นางสาวอังคณา ก้อนจันทร์   ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการนำเข้าสารตั้งต้นดังกล่าว รวมถึงข้อมูลผู้จำหน่ายในต่างประเทศ คาดผู้ต้องสงสัยรายนี้ เป็นรายสุดท้ายที่เชื่อมโยงการสั่งนำเข้าสารตั้งต้นที่ใช้ในการผลิตสาร ไซบูทรามีน

นางสาวอังคณา กล่าว ยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาลดความอ้วน ที่ทำให้หญิงสาวชาวอ่างทองเสียชีวิต แต่ยอมรับว่า นำสาร ไซบูทรามีน 2 กิโลกรัม มาส่งให้นางนิภาพรจริง แต่ไม่ใช่ล็อตที่ส่งไปโรงงานใน จ.กาฬสินธุ์ เพราะช่วงเวลาที่มีการซื้อขายกัน เพิ่งเกิดขึ้นไม่กี่วันก่อนหน้านี้ โดยที่ผ่านมามีหน้าที่รับออเดอร์จากลูกค้าในการหาสินค้าต่างๆ ตามที่สั่ง และไม่ได้ทำเป็นอาชีพ

พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา  รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) กล่าวว่า เบื้องต้นจะยังไม่แจ้งข้อหากับ นางสาวอังคณา เพราะยังไม่พบของกลางเชื่อมโยงไปยังเครือข่ายยาลดความอ้วนซึ่งจากข้อมูลสืบสวน พบวิธีการลักลอบนำเข้า ส่วนใหญ่ใช้วิธีการบรรจุสารตั้งต้นมาในแคปซูลสำเร็จรูป เมื่อเข้ามาได้จะเทผงที่บรรจุอยู่ภายในออกมารวมกัน ก่อนส่งไปผลิตเป็นสารไซบูทรามีน เพื่อใช้ผลิตเป็นตัวยาต่อไป โดยพบว่า ประเทศที่มีการผลิตสารตั้งต้นดังกล่าว คือ ประเทศจีน และอินเดีย  ส่วนประเทศไทยได้กำหนดไม่ให้นำเข้าสารดังกล่าว เนื่องจากพบว่า เป็นสารอันตราย หลังจากนี้จะสั่งการให้สกัดจับตามแนวชายแดนเพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้ามาต่อไป


Share this: