ปภ. เฝ้าระวัง เตรียมพร้อม รับมือฝนตกหนักและลมกระโชกแรง วันที่ 12 - 15 ต.ค.นี้

12 ต.ค. 2562 | 12:06:58
กอปภ.ก.ประสานศูนย์ปภ.เขต และจังหวัด เฝ้าระวัง เตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนักและลมกระโชกแรง ในช่วงวันที่ 12 - 15 ต.ค. 62

กระทรวงมหาดไทยโดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)ประสานหน่วยปฏิบัติในพื้นที่เตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนัก และลมกระโชกแรงในช่วงวันที่ 12 - 15 ตุลาคม 2562 โดยให้ศูนย์ปภ.เขตในพื้นที่ร่วมกับจังหวัดติดตามสภาพอากาศปริมาณฝน และแนวโน้มสถานการณ์ภัยตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมระดมสรรพกำลังเจ้าหน้าที่เครื่องจักรกลสาธารณภัยและเครื่องมืออุปกรณ์เข้าประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันที รวมถึงแจ้งเตือนประชาชนให้ติดตามพยากรณ์อากาศและปฏิบัติตามประกาศเตือนภัยอย่างเคร่งครัด

นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ติดตามสภาพอากาศ และปัจจัยเสี่ยงเชิงพื้นที่ รวมถึงตรวจสอบสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากสาธารณรัฐประชาชนจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนทำให้มีสภาวะอากาศแปรปรวน เกิดฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง และอุณหภูมิลดลง ในช่วงวันที 12 - 15 ตุลาคม 2562 โดยจะมีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงในระยะแรกจากนั้นฝนจะลดลง ในบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิลดลง 2 – 3 องศาเซลเซียสกับมีลมแรง สำหรับลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้นทำให้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนัก คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง คลื่นสูง 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง คลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ทั้งนี้ กอปภ.ก.ได้ประสานศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตทุกเขต และทุกจังหวัด เตรียมพร้อมป้องกันและรับมือสถานการณ์ภัยโดยกำชับให้ดำเนินการตามมาตรการและแนวทางการปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยพร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน ระดับน้ำและแนวโน้มสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมงควบคู่กับการจัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็วเครื่องมืออุปกรณ์เข้าประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันทีพร้อมแจ้งเตือนประชาชนระวังอันตรายจากลมกระโชกแรง ฝนฟ้าคะนอง ฝนตกหนักโดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ลาดเชิงเขา ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก ตลอดจนขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยติดตามพยากรณ์อากาศและปฏิบัติตามประกาศเตือนภัยอย่างเคร่งครัดสำหรับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถติดต่อได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป


Share this: