ปภ.รายงานสถานการณ์ไฟป่าในจังหวัดนราธิวาส รวม 7 จุด ใน 4 อำเภอ พร้อมระดมสรรพกำลังปฏิบัติการดับไฟป่าอย่างเต็มกำลัง

09 พ.ค. 2559 | 19:53:04
กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานเกิดสถานการณ์ไฟไหม้ป่าพรุ
ในจังหวัดนราธิวาส รวม 7 จุด ในพื้นที่ 4 อำเภอ 5 ตำบล 7 หมู่บ้าน พื้นที่ป่าและพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายกว่า 1,900 ไร่ ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับหน่วยทหาร จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนธิกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องมืออุปกรณ์ออกปฏิบัติการดับไฟป่าทั้งภาคพื้นดินและทางอากาศ โดยภาคพื้นดินได้ระดมฉีดน้ำควบคุมไฟอย่างต่อเนื่อง รวมถึงจัดทำแนวกันไฟป้องกันไฟป่าลุกลามขยายวงกว้าง ส่วนทางอากาศ ได้ประสานสำนักฝนหลวงและการบินเกษตรออกปฏิบัติการฝนหลวงในพื้นที่เกิดไฟป่า เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศและหน้าดิน พร้อมนำเฮลิคอปเตอร์บรรทุกน้ำเพื่อดับไฟป่าเพื่อควบคุมสถานการณ์ไฟป่ามิให้ขยายวงกว้างมากขึ้น
นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า รัฐบาลและคณะรักษา
ความสงบแห่งชาติ (คสช.) ห่วงใยสถานการณ์ไฟไหม้ป่าพรุในจังหวัดนราธิวาส จึงได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติการดับไฟป่าอย่างเต็มกำลัง ซึ่งขณะนี้ยังคงมีสถานการณ์ไฟป่า รวม 7 จุด ในพื้นที่ 4 อำเภอ 5 ตำบล 7 หมู่บ้าน ได้แก่ อำเภอสุไหงโก – ลก อำเภอสุไหงปาดี อำเภอบาเจาะ และอำเภอยี่งอ พื้นที่ป่าและพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายกว่า 1,900 ไร่ โดยอำเภอสุไหงโก – ลก เกิดไฟป่าในตำบลปาเสมัส จำนวน 2 จุด แยกเป็น บ้านซรายอ พื้นที่ป่าเสม็ดและสวนยางพาราได้รับความเสียประมาณ 800 ไร่
และบ้านลูโบ๊ะซามา พื้นที่ชายขอบป่าพรุได้รับความเสียหายประมาณ 50 ไร่ อำเภอสุไหงปาดี จำนวน 3 จุด แยกเป็น ตำบลปะลุรู จำนวน 2 จุด พื้นที่ป่าสงวนสงวนแห่งชาติบางนราแปลงที่ 2 และพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายประมาณ 650 ไร่ และตำบลสุไหงปาดี จำนวน 1 จุด พื้นที่ป่าและพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายประมาณ 150 ไร่ อำเภอบาเจาะ จำนวน 1 จุด ในตำบลบาเระใต้ พื้นที่ป่าพรุและสวนปาล์มได้รับความเสียหาย ประมาณ 100 ไร่ อำเภอยี่งอ จำนวน 1 จุด ในตำบลตะปอเยาะ พื้นที่ป่าเสม็ดและสวนยางพาราได้รับความเสียหายประมาณ 150 ไร่ ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ร่วมกับหน่วยทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนธิกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องมืออุปกรณ์ออกปฏิบัติการดับไฟป่า ทั้งภาคพื้นดินและทางอากาศ โดยภาคพื้นดินได้ระดมรถดับเพลิง รถบรรทุกน้ำ รถส่งน้ำระยะไกล รถดับไฟป่า ฉีดน้ำควบคุมไฟอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจุดที่ยังมีไฟลุกลาม พร้อมนำรถแบ็คโฮ รถตักหน้าขุดหลัง และรถแทร็กเตอร์จัดทำแนวกันไฟป้องกันไฟป่าลุกลามขยายวงกว้าง รวมถึงเปิดเส้นทาง เพื่อให้รถบรรทุกน้ำสามารถเข้าถึงจุดเกิดไฟป่า ส่วนทางอากาศ ได้ประสานสำนักฝนหลวงและการบินเกษตรออกปฏิบัติการฝนหลวงในพื้นที่เกิดไฟป่า เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศและหน้าดิน ซึ่งจะทำให้ไฟที่ลุกไหม้ใต้ดินมอดดับลง รวมถึงประสานเฮลิคอปเตอร์จากกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืชบรรทุกน้ำเพื่อดับไฟ อีกทั้งประสานสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแจกจ่ายหน้ากากอนามัยและให้คำแนะนำการปฏิบัติตนแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาหมอกควัน อย่างไรก็ตาม จากสภาพอากาศที่ร้อนและแห้งแล้ง ประกอบกับแหล่งน้ำในพื้นที่มีปริมาณจำกัด รวมถึงการเข้าถึงพื้นที่เป็นไปด้วยความยากลำบาก จึงเป็นอุปสรรคต่อการควบคุมเพลิง ทำให้ต้องใช้ระยะเวลาในดับไฟและควบคุมสถานการณ์ไฟป่า มิให้ขยายวงกว้าง 0-2243-0674 0-2243-2200
Share this: