ปคบ. ขอหมายจับเพิ่ม อีก 1 กรรมการฯ บ.แหลมเกตฯ ร่วมกันฉ้อโกง เหยื่อร้องทุกข์แล้ว กว่า 6 ร้อยคน แยกสำนวน สั่งจ่ายเช็คเด้ง

11 ก.ย. 2562 | 16:27:37
วันที่ 11 กันยายน 2562 พล.ต.ต.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ ผู้บังคับการ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ผบก.ปคบ.) กล่าวถึงความคืบหน้า กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปคบ. จับกุม นายอพิชาต บวรบัญชารักษ์ หรือ นายโจม พารณจุลกะ กรรมการบริษัท แหลมเกต อินฟินิท จำกัด เจ้าของร้านอาหารแหลมเกต ในข้อหา ฉ้อโกงประชาชน จากกรณีหลอกขายบัตรรับประทานอาหารบุฟเฟ่ ราคาถูก ว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ยื่นขออำนาจศาลอนุมัติหมายจับ กรรมการบริษัท แหลมเกตฯ เพิ่มเติมอีก 1 คน และอยู่ระหว่างติดตามจับกุมตัว  คาดว่า จะจับกุมตัวได้เร็วๆ นี้  

จาก การสอบสวน นายอพิชาต บวรบัญชารักษ์ หรือ นายโจม พารณจุลกะ ผู้ต้องหา  ยังคงให้การปฏิเสธ  อย่างไรก็ตามจากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ พบว่า บริษัทแหลมเกต ได้ว่าจ้าง บริษัทคอลเซ็นเตอร์ และบริษัทสื่ออนไลน์ ขายบัตรรับประทานอาหารโปรโมชั่นราคาถูก  รวม 57 โปรโมชั่น  โดยมีผู้บริโภค ผู้ซื้อบัตรดังกล่าวรวมกว่า  22,000 คน หรือกว่า  370,000 ที่นั่ง มูลค่ากว่า 50 ล้านบาท  มีผู้เสียหายที่ใช้บัตรโปรโมชั่นดังกล่าวไม่ได้ เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พนักงานสอบสวน  ปคบ. แล้วจำนวน  626  คน มีมูลค่าความเสียหาย 5 ล้านบาท  ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งสรุปสำนวนสั่งฟ้องผู้ต้องหาให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาฝากขัง  4  ผัด และหากประชาชน ผู้เสียหายรายใดยังไม่ได้แจ้งความ สามารถเข้าแจ้งร้องทุกข์กับตำรวจ ปคบ. ได้โดยพนักงานสอบสวนจะดำเนินการสอบปากคำ และสรุปสำนวนต่อท้ายสำนวนคดีเดิม

พล.ต.ต.ศิร์ธัชเขต  กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการติดตามเงิน หรือทรัพย์สิน ผู้ต้องหาในคดี เพื่อมาเยียวยาให้กับผู้เสียหายนั้น  จากการตรวจสอบบัญชีของ ผู้ต้องหา พบว่า ก่อนหน้านี้มีเงินเข้าบัญชีกว่า 30 ล้านบาท แต่ปัจจุบัน มีเงินคงเหลือติดอยู่ในบัญชี เพียง 90 บาท พนักงานสอบสวน ปคบ. ได้ประสานงานกับ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง.  เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงิน และทรัพย์สินของ นายอพิชาต บวรบัญชารักษ์ หรือ นายโจม พารณจุลกะ ผู้ต้องหา  เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย อายัดทรัพย์สินมาเฉลี่ยคืนให้กับผู้เสียหายต่อไป

เบื้องต้นพบว่า นายอพิชาต บวรบัญชารักษ์ หรือ นายโจม พารณจุลกะ ผู้ต้องหา   ถอนเงินออกจากบัญชีเพื่อไปใช้จ่าย โดยจ่ายค่าเช่าคอนโดมิเนียมส่วนตัว  เดือนละ 50,000 บาท,  ค่าบ้าน,  ค่ารถ และค่าใช้จ่ายส่วนตัว แต่ยังไม่พบเส้นทางการโอนเงินออกนอกประเทศ

ขณะที่นางชลธิชา วงศ์อารี 1 ในผู้เสียหาย กล่าวว่า หลงเชื่อซื้อบัตรรับประทานอาหารดังกล่าวเนื่องจาก เห็นชื่อร้านดูน่าเชื่อถือ มีโฆษณาในสื่อออนไลน์หลายแห่ง และมีดาราคนดังมาใช้บริการ จึงตัดสินใจซื้อบัตร จำนวนกว่า 2,500 ใบ ราคา 250,000 บาท เพื่อนำไปขายต่อ โดยลูกค้าที่ซื้อบัตรต่อไปจากตนสามารถนำไปใช้ได้จริงเพียงร้อยละ 10  เท่านั้น ส่วนที่เหลือไม่สามารถโทรจองคิวได้   ซึ่งร้านฯ อ้างว่าคิวเต็ม หรือติดต่อคอลเซ็นเตอร์ไม่ได้ และลูกค้าก็ไม่สามารถจองหน้าร้านได้ด้วย หลังจากทราบข่าวก็ได้ประสานลูกค้าขอซื้อบัตรรับประทานอาหารคืน และเข้าแจ้งความกับตำรวจ ปคบ. แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงาน นอกจากผู้เสียหายที่ซื้อบัตรรับประทานอาหารถูกหลอกแล้ว ยังพบว่า กลุ่มผู้ขายวัตถุดิบ ประเภท อาหารทะเล และภาชนะ ถูกนายอพิชาต บวรบัญชารักษ์ หรือ นายโจม พารณจุลกะ สั่งจ่ายเช็คเด้ง มูลค่าความเสียหายอีกกว่า 3 ล้านบาท  ซึ่งตำรวจ ปคบ. จะดำเนินการแยกฟ้องคดี

Share this: