นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงานนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติประจำปี 2561ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

10 ส.ค. 2561 | 12:56:32
 

วันศุกร์ที่ 10 สิงหาคม 2561 เวลา 09.30 น. นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงานนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติประจำปี 2561 ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมกับมอบรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดแต่งกลอน และเยี่ยมชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ นิทรรศการจากหน่วยงานต่าง ๆ โอกาสนี้ได้พบปะกลุ่มเกษตรกร และปลูกต้นรวงผึ้ง ต้นไม้ประจำพระองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมกับปล่อยพันธุ์ปลานิลและปลายี่สกเทศ จำนวน 86,000 ตัว ณ บริเวณอ่างเก็บน้ำโครงการพัฒนาส่วนพระองค์เขาหินซ้อน เพื่อแพร่ขยายพันธุ์ต่อไป

การจัดงานนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติประจำปี 2561 เป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และหน่วยงานต่างๆ ร่วมจัดงานนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา 12 สิงหาคม 2561 รวมทั้งเพื่อสนองพระราชปณิธานสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงสืบสาน รักษา ต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของสมเด็จพระบรมชนกนาถ และสมเด็จพระราชชนนี ให้มีความมั่นคงครบถ้วนสมบูรณ์เพื่อสร้างประโยชน์สุขให้แก่ราษฎรต่อไป นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 - 12 สิงหาคม 2561 ประกอบด้วย การจัดแสดงนิทรรศการ ผลสำเร็จของศูนย์ฯ กิจกรรมปั่นเพื่อแม่ชมสวนพ่อ กิจกรรมฝึกอบรมอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ อาทิ การทำเตาหุงข้าวชีวะมวล การแปรรูปอาหาร การผลิตเห็ด การผลิตกบ และการเสียบยอดมะนาว กิจกรรมการประกวดของนักเรียนในระดับประถมศึกษาและมัธยม ประกอบด้วย การประกวดเขียนเรียงความ การประกวดขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์ การประกวดวาดภาพ การประดิษฐ์ของใช้จากเศษวัสดุ นอกจากนี้ยังมีแปลงสาธิตเกษตรทฤษฎีใหม่ การสาธิตทำน้ำหมักชีวภาพ การทำปุ๋ยหมัก รวมถึงการจำหน่ายสินค้าทางการเกษตร พันธุ์ไม้ต่างๆ และผลิตภัณฑ์ OTOP

ตลอดระยะเวลา 39 ปี ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนฯ ได้ยึดแนวพระะราชดำริพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เป็นแนวทางในการดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหาทั้งด้านดิน น้ำ ป่าไม้ และกิจกรรมการพัฒนาด้านต่างๆ มีผลสำเร็จเป็นรูปธรรม โดยมีผลงานวิจัยจำนวน 129 เรื่อง และคัดเลือกจัดทำเป็นหลักสูตรฝึกอบรมจำนวน 13 เรื่อง นอกจากนี้ยังได้ขยายผลสู่เกษตรกรพื้นที่รอบศูนย์ให้สามารถพัฒนาการประกอบอาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความหลากหลาย สามารถยกระดับเป็นศูนย์เรียนรู้ได้ถึงจำนวน 15 ศูนย์เรียนรู้ จัดตั้งกลุ่มอาชีพได้ถึง 18 กลุ่ม อาทิ กลุ่มข้าว กลุ่มผัก กลุ่มเกษตรปสมผสาน กลุ่มสมุนไพร กลุ่มแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ส่งผลให้เกษตรกรในพื้นที่หมู่บ้านรอบศูนย์ฯ มีคุณภาพชีวิตดีขึ้นมีรายได้เฉลี่ย 60,000 บาทต่อคนต่อปี โดยระหว่างเดือนตุลาคม 2560 ถึงกรกฎาคม 2561 มีหน่วยงานภาครัฐ เอกชน เกษตรกร ชาวต่างประเทศ รวมถึงประชาชนทั่วไปให้ความสนใจเข้ามาเยี่ยมชมศูนย์ฯ ทั้งสิ้นจำนวน 142,241 คน และมีเยาวชนเข้ารับการฝึกอบหลักสูตรปลูกฝังจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติจำนวน 302 ราย และหลักสูตรฝึกอบรมขยายผลสำเร็จของศูนย์ฯ จำนวน 198 ราย นอกจากนี้ยังให้การสนับสนุนการดำเนินโครงการอาหารกลางวันแก่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว และจังหวัดฉะเชิงเทรา รวม 14 โรงเรียน ซึ่งช่วยให้โรงเรียนมีวัตถุดิบเพื่อประกอบอาหารให้กับนักเรียนต่อไป


นายสบัน ทะนวนรัมย์ อายุ 37 ปี เล่าว่า ตนเริ่มต้นชีวิตทำงานกับฟาร์มวัวนม ที่จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นระยะเวลากว่า 1 ปี ​จากนั้นย้ายมาทำฟาร์มสุกรที่จังหวัดชลบุรี เป็นเวลา 6 เดือน ก่อนจะไปทำงานฟาร์ม​ซึ่งเป็นฟาร์มแพะ ที่พัทยา จังหวัดชลบุรี ชื่อฟาร์ม "​ลูลูแอนดืเดซี่" เป็นระยะเวลา 8 ปี ก่อนจะเก็บเงินออมและกลับมาสร้างฟาร์มแพะของตนเอง โดยทำฟาร์มแพะรีดนมจำหน่าย แรกเริ่มนั้นเลี้ยงแค่เพียง 4 ตัว และซื้อเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ จนปัจจุบันมีแพะจำนวนทั้งสิ้น 68 ตัว ซึ่งในช่วงแรกตนประสบปัญหาหลายอย่าง รวมถึงด้านตลาดในการจำหน่าย หลังจากนั้นคิดทางออกให้กับน้ำนมแพะที่รีดจำหน่าย ด้วยการแปรรูปในรูปแบบพาสเจอไรซ์ และผลิตชีสนมแพะออกจำหน่าย โดยได้ศึกษาวิธีทำและข้อมูลต่างๆจากฟาร์มที่พัทยา

ส่วนการทำเกษตรผสมผสานได้เข้ามาเรียนรู้ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทำให้มีแนวคิดว่าหากทำที่บ้านเราให้เป็นเกษตรผสมผสาน และเป็นแบบอย่างในการใช้ชีวิตแบบพอเพียง ก็จะสามารถอยู่ได้อย่างมีความสุข จึงมาจัดสรรพื้นที่ในบ้านให้ทำการปลูกผักหลายๆอย่างสลับกันไปเพื่อให้มีรายได้เป็นรายวันมีการปลูกพืชอาหารสัตว์ เพื่อลดต้นทุนการเลี้ยงสัตว์ เลี้ยงไก่ไว้บริโภค​ไข่ เลี้ยงแพะแปรรูปน้ำนมแพะ เป็นผลิตภัณฑ์ของใช้ในครัวเรือน อาทิ สบู่นมแพะ โลชั่นนมแพะ และครีมบำรุงผิวนมแพะ จำหน่ายในราคาที่ไม่แพงเพื่อช่วยให้คนที่มีรายได้น้อยได้ใช้ของดีสายราคาถูก ทำให้สามารถพึ่งพาตนเองได้มาจนทุกวันนี้ นอกจากนี้มีการใช้ประโยชน์จากมูลแพะ ในการปลูกพืชผักไม้ผลต่างๆ สามารถลดต้นทุนการผลิตรวมถึงการนำมูลแพะมาทำปุ๋ยหมักแห้งบรรจุกระสอบจำหน่ายทำให้มีรายได้เพิ่มอีกทางหนึ่ง โดยรายได้ต่อปี และต้นทุนการผลิตคิดเป็นกำไร มากกว่า 500,000 บาท


นายอภิรมย์​ ผาวันดี อายุ 37 ปี เกษตรกรผสมผสาน เล่าว่าเดิมที ตนทำงานที่โรงงาน แต่รายได้ไม่เพียงพอต่อการใช้จ่าย จึงหันมาทำอาชีพเกษตรกรเนื่องจากพ่อแม่มีที่ดินอยู่ โดยเริ่มแรกของอาชีพเกษตรกร ปลูกไผ่ตง มะเขือ และบวบ ด้วยการใช้ปุ๋ยและสารเคมี ใช้เวลาอยู่ประมาณ 4 ปี จนรู้สึกว่าร่างกายสู้ไม่ไหว จึงหันมาทำการเกษตรแบบผสมผสาน ค่อยๆลองผิดลองถูกจนถึง​ทุกวันนี้ตนไม่ใช้ปุ๋ยเคมี​มาเป็นระยะเวลากว่า 9 ปีแล้ว ซึ่งตนปลูกกล้วย ไผ่ ปลูกผลไม้และพืชผักสวนครัว สลับกันไป ยอมรับว่าระยะแรกค่อนข้างลำบากเพราะว่าขายแทบไม่ได้ จนรู้สึกท้อ จนถึงระยะเวลาหนึ่ง มีการปลูกพืชหลากหลายมากขึ้น ทำให้มีรายได้เพิ่มยิ่งขึ้น อีกทั้ง ตลไม่ต้องจ้างแรงงานที่ไหน และไม่มีหนี้สิน จึงทำให้ ทุกวันนี้ มีพออยู่พอกิน


ยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วยการเริ่มต้นเล็กๆน้อยๆ ตอนแรกตนไม่คิดว่าจะสามารถอยู่ได้ แต่เมื่อลองปฏิบัติตามพระองค์ กลับทำให้พบว่า สามารถ​ทำรายได้มากกว่าการทำเกษตร​เคมีแบบเดิมด้วยซ้ำ "ยิ่งกว่าคำว่า โชคดี คือเราต้องทำตาม ไม่ใช่แค่ฟังจากคนอื่นเล่าในสิ่งที่พระองค์​ท่าน​ทรง​ทำ แต่เมื่อไหร่ที่เราได้ลงมือทำ ตามพระองค์​ท่าน​ ไม่เพียงแค่ฟัง เราจะรู้ว่าสิ่งที่พระองค์​ท่านให้ตัวเราทำ มันเกิดประโยชน์​แก่ตัวเราโดยตรง" นายอภิรมย์ กล่าว

 


Share this: