ตัวแทนลิขสิทธิ์ ประเทศญี่ปุ่น เข้าพบ “รอง ผบ.ตร.” ยืนยัน กระทง เด็ก ไม่ใช่! ‘ริลัคคุมะ’ ขณะที่ บ. เวอริเซ็คฯ ไม่ได้เป็นตัวแทน ตามอ้าง!

08 พ.ย. 2562 | 13:16:25
วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผู้บัญชาหารตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) นำเอกสารหลักฐานมาชี้แจงต่อสื่อมวลชน หลังตัวแทนบริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว ของบริษัท ซาน-เอ็กซ์ จำกัด ประเทศญี่ปุ่น เข้าพบหารือ โดยยืนยันว่า กระทงของเด็กอายุ 15 ปี ไม่เข้าข่ายละเมิดลิขสิทธิ์ เนื่องจากตรวจสอบแล้ว กระทงดังกล่าว มีรูปทรงใบหน้า ใบหู ไม่มีความเหมือนหรือคล้ายตัวการ์ตูน ‘ริลัคคุมะ’ ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์ของบริษัท ซาน-เอ็กซ์ แต่อย่างใด อีกทั้งขั้นตอนการดำเนินการของบริษัท ที.เอ.ซี.ฯ ก่อนที่มีการจับกุมใคร หากได้รับแจ้งมีการละเมิดลิขสิทธิ์ จะตรวจสอบว่า มีการละเมิดจริงหรือไม่ หากมีจริงจะออกจดหมายเตือนก่อนถึง 2 ครั้ง ให้หยุดการกระทำผิด หากไม่มีการแก้ไข จึงจะส่งตัวแทนดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งจะไม่เหมือนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามที่ปรากฎในข่าว
 
ส่วนกรณีนายประจักษ์ โพธิผล ซึ่งอ้างเป็นตัวแทนบริษัท บริษัท เวอริเซ็ค จำกัด ที่อ้างเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์ของบริษัท ซาน-เอ็กซ์ ยืนยันว่า มีอำนาจในการปราบปรามนั้น พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า  บริษัท ซาน-เอ็กซ์ จำกัด ระบุเป็นเอกสารชี้แจงว่า บริษัทเวอริเซ็ค จำกัด ถูกยกเลิกสัญญาไปแล้ว ไม่มีอำนาจไปจับ ปรับ เรียกค่าเสียหาย ทั้งนี้จะเข้าข่ายกรรโชกทรัพย์ หรือแจ้งความเท็จหรือไม่ ยังไม่สามารถระบุได้ ต้องรอการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดก่อน และจะเรียกนายประจักษ์ รวมถึงผู้บริหารของบริษัท เวอริเซ็ค มาสอบสวน ตรวจสอบขบวนการทั้งหมดว่า นายประจักษ์ ได้แบ่งเงินค่าปรับให้ใครบ้าง ตนได้มอบหมายให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา เป็นเจ้าของสำนวนดังกล่าว
 
พล.ต.อ.วิระชัย  กล่าวว่า ทั้งนี้เมื่อตรวจสอบแล้ว เด็ก 15 ปี ไม่ได้ทำผิด การเสียค่าปรับไปก่อนหน้านี้ เมื่อการกระทำใดที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้เยาวชนต้องจ่ายเงินค่าชดใช้ในการละเมิดลิขสิทธิ์ ทั้งๆ ที่ไม่ได้ละเมิดลิขสิทธิ์ เป็นลาภมิควรได้ ที่คนได้ไปต้องเอามาคืน แต่การได้ไปหากเข้าองค์ประกอบกรรโชกทรัพย์ ก็ต้องถูกดำเนินคดีด้วย
 
“ตำรวจที่ร่วมจับกุม กรณีเด็กอายุ 15 ปี ตรวจสอบแล้วพบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการไปตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง แต่ผู้มาแจ้งความกลับแจ้งในสิ่งที่ไม่ได้ละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งหลังจากนี้ ได้ยกร่างระเบียบปฏิบัติให้ตำรวจทั่วประเทศได้ปฏิบัติเป็นแนวทางเดียวกัน เพื่อปกป้องคุ้มครองผู้ที่มีลิขสิทธิ์ และป้องกันไม่ให้ผู้ที่เป็นมิจฉาชีพแอบอ้างเรื่องนี้ไปกรรโชกทรัพย์ประชาชน โดยกำชับให้ตำรวจทุกพื้นที่ ตรวจสอบเอกสารหลักฐานตัวแทนลิขสิทธิ์ให้ถี่ถ้วนมากกว่านี้ อย่างไรก็ตามจากนี้ไปจะไม่มีตำรวจไปตีกินในลักษณะนี้อีก แต่หากใครพบเห็นให้แจ้งมาที่ตนได้” พล.ต.อ.วิระชัย กล่าว

Share this: