ตร.ปส. แถลงจับผู้ต้องหาคดี ยาเสพติด 6 คดี ยึดยาบ้า กว่า 2.1 ล้านเม็ด ไอซ์ 56 กก. – วิสามัญ 2 คนร้าย ย่านบางบ่อ สมุทรปราการ

17 ก.ค. 2560 | 13:04:26
เมื่อเวลา 09.30 วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ  ศรีวรขาน  รองผู้บัญชาการตำรวแห่งชาติ (รอง  ผบ.ตร.),  พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) พร้อมเจ้าหน้าที่ แถลงผลการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติด  รายสำคัญ   6  คดี ผู้ต้องหา  22 คน  ของกลางยาเสพติด ยาบ้า 2,155,403 เม็ด ไอซ์ น้ำหนัก 56.62 กิโลกรัม  
 
พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ  ศรีวรขาน  รองผู้บัญชาการตำรวแห่งชาติ (รอง  ผบ.ตร.) เปิดเผยว่า ตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 41/57 ลงวันที่  31 พฤษภาคม 2557 เรื่องการปราบปรามและหยุดยั้งการแพร่ระบาดของยาเสพติด โดยให้ทุกหน่วยเร่งปราบปรามและหยุดยั้งการแพร่ระบาดของยาเสพติด เพื่อลดผลกระทบที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนและสังคมโดยรวม  สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ร่วมกันอำนวยการสืบสวนเพื่อปฏิบัติการสืบสวนปราบปรามยาเสพติด  ตามนโยบายของรัฐบาล
 
โดย คดีที่ 1 เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2560 เวลา 19.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1บก.ปส.4 บช.ปส. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร กอง 12 ศรภ.กองบัญชาการกองทัพไทย ได้ร่วมกันจับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญ  ผู้ต้องหา  3  คน  (1.) นายจีรยุ หรือมด รักจิตร์ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 56/2  หมู่ 16   ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จังหวัดปทุมธานี, (2.) นางสาว.แก้วตา หรือแก้ว พิศมัย อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2/4  หมู่ 15 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จังหวัดปทุมธานี (3.) นายจักรินทร์ หรือฟิวส์ สุดคิด อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 56/1 หมู่ 16 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จังหวัดปทุมธานี พร้อมของกลาง ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ลักษณะเม็ดกลมแบน จำนวน 100,000 เม็ด, รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า จำนวน 2 คัน โทรศัพท์มือถือ จำนวน 4 เครื่อง
 
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จับกุม นายจีรยุ หรือมด รักจิตร์ อายุ 25 ปี ได้ภายในห้องเก็บสินค้า ห้างสรรพสินค้า เทสโกโลตัส สาขาคลองหลวง ถนนคลองหลวง                        ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จังหวัดปทุมธานี  จับกุม นางสาว.แก้วตา หรือแก้ว พิศมัย อายุ 24 ปี  และ นายจักรินทร์ หรือฟิวส์ สุดคิด อายุ 18 ปี  บริเวณลานจอดรถด้านหน้าห้างสรรพสินค้า เทสโก้ โลตัส สาขาคลองหลวง ถนนคลองหลวง
 
พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนหาข่าวกลุ่มเครือข่ายยาเสพติด กระทั่งทราบว่า นายจีรยุ หรือมด รักจิตร์ มีพฤติการณ์จำหน่ายยาบ้าในพื้นที่ จังหวัดปทุมธานี และพื้นที่ใกล้เคียง กระทั่งสืบทราบว่า วันที่ 11 กรกฎาคม  2560  จะมีการส่งมอบยาบ้าที่ห้างสรรพสินค้า เทสโก โลตัส สาขาคลองหลวง ถนนคลองหลวง ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้วางแผนจับกุมและเฝ้าสังเกตการณ์บริเวณดังกล่าว พบ               นายจักรินทร์ หรือฟิวส์  สุดคิด ขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า และมีนางสาวแก้วตา หรือแก้ว พิสมัย  แฟนสาวนายจีรยุ นั่งซ้อนท้าย เข้ามาบริเวณลานจอดรถห้างฯ และพบนายจีรยุ ที่บริเวณด้านนอกห้างฯ
 
เจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวเข้าทำการจับกุมผู้ต้องทั้ง 3 คน และตามไปตรวจยึด ยาบ้า จำนวน 50  มัด  100,000  เม็ด ซึ่งบรรจุอยู่ภายในกระเป๋าสะพาย สีน้ำเงิน ได้ที่บริเวณข้างป้ายปะยางจุดกลับรถริมถนนกาญจนาภิเษก ต.คลองสี่ อ.คลองหลวง จังหวัดปทุมธานี  
 
แจ้งข้อกล่าวหา  “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต”
 
ขณะที่ คดีที่ 2 เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2560 ระหว่างเวลา 16.00 – 18.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปส. 4  บช.ปส. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหารกอง 12 ศรภ.กองบัญชาการกองทัพไทย ร่วมกันจับกุมและขยายผลตรวจยึดสิ่งของผิดกฎหมาย ผู้ต้องหา 2 คน คือ (1.) นายสุเชษฐ์ หรืออ้วนเซียงตึ้ง สุวรรณวงศ์ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 231/28 ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา, (2.) นายทวีศักดิ์ หรือแอ๊ด พิจิตรบรรจง อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 93 ซ.2 ต.หากใหญ่ อ.หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พร้อมของกลาง ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) ลักษณะเป็นเกร็ดสีขาว น้ำหนักประมาณ 485.9 กรัม,  ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ลักษณะเม็ดสีส้ม และสีแดง จำนวน 203 เม็ด,  ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ลักษณะเป็นผง น้ำหนักประมาณ 4.6 กรัม,  อาวุธปืนลูกซองยาว เบอร์ 12 ยี่ห้อเรมิงตัน อาร์มี่ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน จำนวน 1 กระบอก,  อาวุธปืนยาว ขนาด .22 GSG522 เลขทะเบียน กท.5452993 จำนวน 1 กระบอก พร้อมซองกระสุน 1 ซอง, อาวุธปืนยาว ขนาด .30 MI พร้องซองบรรจุกระสุน ซองสั้น 2 ซอง ซองยาว 3 ซอง, อาวุธปืน ยี่ห้อ บาเร็ตต้า สีดำ จำนวน 1 กระบอก, วัตถุคล้ายระเบิดไม่ทราบชนิด จำนวน 3 ลูก และกระสุนปืนขนาดต่างๆ จำนวน 578 นัด
 
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนติดตามกลุ่มเครือข่ายของ  นายสุเชษฐ์ หรือ อ้วนเซียงตึ้ง สุวรรณวงศ์ ซึ่งมีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายยาเสพติดและอาวุธสงคราม โดยจะลำเลียงยาเสพติดจากภาคเหนือเข้าสู่ กรุงเทพมหานคร และเก็บไว้ในพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อรอลำเลียงลงสู่ภาคใต้ ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสามารถจับกุม นายสุเชษฐ์ฯ ได้ที่สวนหย่อมชั้นล่างอาคาร B ดิไอริส คอนโด ถนนศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร และจับกุมนายทวีศักดิ์ หรือแอ๊ด พิจิตรบรรจงรุ่นน้องที่มีความสนิทสนมกับนายสุเชษฐ์ฯ ได้ที่ชั้น 8 อาคาร E ดิไอริส คอนโด
 
จากการสืบสวนขยายผลทราบว่า กลุ่มเครือข่าย นายสุเชษฐ์ฯ นำยาเสพติดและอาวุธปืนไปเก็บไว้ที่ห้องพัก ชั้น 23 อาคาร 2 อาคารชุดซิตี้โฮมรัตนาธิเบศร์             ถนนรัตนาธิเบศร์ ต.บางกระสอ อ.เมือง จังหวัดนนทบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำหมายค้นศาลจังหวัดนนทบุรี เข้าทำการตรวจค้นห้องพักดังกล่าว เมื่อไปถึงปรากฏว่าไม่พบบุคคลใดอยู่ภายในห้องดังกล่าว  จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่นิติบุคคลอาคารชุด ซิตี้โฮม             รัตนาภิเบศร์ เพื่อร่วมเป็นพยานในการตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบยาเสพติดและสิ่งของผิดกฎหมายตามรายการข้างต้นจึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาและตรวจยึดของกลางส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.4 ดำเนินคดี
 
คดีที่ 3 เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2560 เวลาประมาณ  10.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจด่านตรวจยานพาหนะชุมพร กก.2บก.ปส.4 บช.ปส. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตชด.414 , สภ.ท่าแซะ , สภ.มาบอำมฤต , สภ.ปะทิว , สภ.สลุยจว.ชุมพร , กก.ปพ. บก.สส.ภ.8 และ นปพ.ชุมพร ได้ร่วมกันจับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญผู้ต้องหา 2 คน นายตะวัน ลาเตะ อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 173 ม.11 ต.กะลุวอเหนือ อ.เมือง จังหวัดนราธิวาส และ นายอัคนันต์  อูมา อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 24/2 ม.4 ต.กะลุวอเหนือ อ.เมือง จังหวัดนราธิวาส ของกลาง
 ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ลักษณะกลมแบนสีส้มและสีเขียวปะปน จำนวน 658,000 เม็ด,  รถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุจำนวน 1 คัน, โทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า)ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต”
 
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจด่านตรวจยานพาหนะชุมพรได้สืบสวนหาข่าวกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด กระทั่งทราบว่าช่วงประมาณวันที่ 12 ก.ค.60 จะมีการลักลอบขนยาเสพติดจากพื้นที่ทางภาคกลางไปพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยใช้รถยนต์กระบะบรรทุกข้าวสารอำพราง เจ้าหน้าที่ด่านตรวจยานพาหนะชุมพรจึงได้สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในพื้นที่ ตั้งจุดตรวจบริเวณริมถนนเพชรเกษม (กรุงเทพฯ-ชุมพร) หน้าที่ทำการด่านตรวจยานพาหนะชุมพร โดยมุ่งเป้าไปที่รถยนต์กระบะที่บรรทุกข้าวสารและผู้ขับขี่เป็นบุคคลทางสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขณะเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมปฏิบัติหน้าที่พบรถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีบอรน ทะเบียน ก ฒภ 2064 กรุงเทพมหานคร ลักษณะตรงตามที่ได้รับแจ้งขับผ่านมาตามถนนเพชรเกษมมุ่งหน้าจว.ชุมพรเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเรียกให้หยุดเพื่อทำการตรวจค้น พบ นายตะวัน ลาเตะ เป็นผู้ขับขี่มี นายอัคนันต์ อุมา)นั่งโดยสารมาด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอตรวจค้นรถยนต์ ผลการตรวจค้นพบยาบ้า จำนวน 329 มัด (658,000 เม็ด) ซุกซ่อนอยู่บริเวณกระบะท้ายของรถยนต์กระบะคันดังกล่าว โดยมีกระสอบข้าวสารเสาไห้ยี่ห้อปลาทูปิดทับอำพราง จึงควบคุมตัวผู้ถูกจับทั้ง 3 คน
 
คดีที่ 4 เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2560 เวลาประมาณ 13.40 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปส.1 นำโดย พ.ต.อ.รุ่งโรจน์  อำมาย์โยธิน ผกก.1 บก.ปส.1 , พ.ต.ท.อานันท์จักร์กนกนพวัขร์ รอง ผกก.1 บก.ปส.1 , พ.ต.ต.บดินทร์             ร้อยกรอง , พ.ต.ต.โชติธนินท์  โชติสุรีย์ชัย สว.กก.1 บก.ปส.1 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปส.1 ได้ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหาจำนวน 2 ราย นายภัทรพงษ์ หรือท็อป  สุดาดวง  อายุ 21 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 1877/7 ซ.พหลโยธิน 34 แขวงเสนานิคม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ และนายณัฐพล หรือปอนด์ ระวัง อายุ 21ปี อยู่บ้านเลขที่ 99/113 ซ.ลาดพร้าว 18 แขวงจอมพลเขตจตุจักร  กรุงเทพฯ
 
โดยเจ้าหน้าที่จับกุมได้บริเวณหน้าธนาคารกสิการไทย สาขาสี่แยกวังหิน ถนนลาดปลาเค้า แขวง/เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ ต่อเนื่องห้องงเลขที่ 318/77 ตึก D และห้องเลขที่ 320/43 ตึก E บ้านพระยาภิรมย์ รัชดา แขวงจันทรเกษม                  เขตจตุจักร กรุงเทพฯ โดย  เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากสายลับว่านายภัทรพงษ์หรือท็อป สุดาดวง ผู้ต้องหาที่ 1 มีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายยาเสพติดให้กับลูกค้าในเขตพื้นที่ลาดพร้าว-วังหินและบริเวณใกล้เคียง โดยสายลับสามารถติดต่อล่อซื้อยาเสพติดจากผู้ต้องหาได้ จึงได้วางแผนให้สายลับติดต่อสั่งซื้อยาเสพติดยาบ้า จำนวน 1 มัด (2,000 เม็ด) ในราคา 40,000 บาท และนัดส่งมอบยาเสพติดบริเวณที่เกิดเหตุ ตามวันเวลาเกิดเหตุพบนายภัทรพงษ์ฯ ผู้ต้องหาที่ 1 ขับขี่รถจักรยานยนต์ของกลางเข้ามาที่บริเวณนัดหมายและสายลับชี้ยืนยันว่าเป็นนายภัทรพงษ์ฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวขอตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบยาเสพติดของกลางยาบ้าจำนวนประมาณ 2,000 เม็ด และรับว่ายาเสพติดดังกล่าวรับมาจากนายปอนด์ฯ ไม่ทราบชื่อสกุลจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวนายภัทรพงษ์ฯ ไปขยายผลตรวจค้นที่ห้องพักที่เกิดเหตุ ผลการตรวจค้นพบนายณัฐพล หรือปอนด์ ระวัง อยู่ภายในห้องพักและรับว่าเป็นคนนำยาบ้าไปให้นายภัทรพงษ์ฯ    ไปจำหน่ายจริง และนายณัฐพลฯ ได้พาไปตรวจค้นห้องพักอีกห้องหนึ่งพบยาเสพติดของกลางยาบ้าจำนวน 244,000 เม็ด และไอซ์จำนวน 5 ถุง น้ำหนักประมาณ 500 กรัม จึงได้ทำการตรวจยึดและควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
 
ขณะที่ คดีที่ 5  เมื่อวันที่  15 กรกฎาคม 2560 เวลาประมาณ 21.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสกัดกั้นการลำเลียง ยาเสพติด ร่วมกับบก.ปส.3,บก.ขส.  และตำรวจภูธรภาค 5, ตำรวจภูธรภาค 6, กองทัพภาคที่ 3 ได้ร่วมกันจับกุมคดี               ยาเสพติดรายสำคัญ ผู้ต้องหา จำนวน 5 คน  (1.) นายภานุวิทย์อรุณวิชญ์หิรัญอายุ 21ปี ที่อยู่35/1 หมู่ที่ 12 ต.ตับเต่า อ.เทิง จว.เชียงราย ผู้ต้องหาที่ 1 (2.) นายเจ้ง แซ่ย่างอายุ 21 ปี ที่อยู่96 หมู่ที่ 12 ต.ตับเต่า อ.เทิง จว.เชียงราย (3.) นายมีบุญ แซ่ท่ออายุ 24ปี ที่อยู่113 หมู่ที่ 12 ต.ตับเต่า อ.เทิง จว.เชียงราย (4.) นายวสันต์ แซ่เล่าอายุ 18ปี ที่อยู่192 หมู่ที่ 3 ต.ปอ อ.เวียงแก่น จว.เชียงราย  (5.) นายอานันท์ แซ่ย่างอายุ 20ปี ที่อยู่17 หมู่ที่ 15 ต.ตับเต่า อ.เทิงจว.เชียงราย  พร้อมของกลาง  ไอซ์ จำนวนประมาณ 55 กิโลกรัม,  ยาบ้า จำนวนประมาณ 400,000 เม็ด, รถยนต์กระบะยี่ห้อ โตโยต้า สีน้ำตาล จำนวน 1 คัน  (ใช้ในการนำทาง/สำรวจเส้นทาง),  รถยนต์กระบะยี่ห้อ อีซูซุ สีดำ จำนวน 1 คัน (ใช้ในการลำเลียงยาเสพติดในครั้งนี้),  โทรศัพท์มือถือ จำนวน 6 เครื่อง
 
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจของ บช.ปส. ได้รับการประสานงานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่พริก จว.ลำปาง ว่าตรวจพบรถนำ/สำรวจเส้นทางของกลุ่มผู้ต้องหา ใช้เส้นทางหลบด่านแม่พริก โดยใช้เส้นทางรองซึ่งคู่ขนานกับเส้นทางหลวงหมายเลข 1 และเชื่อว่ามีรถลำเลียงยาเสพติดหลบหนีผ่านเข้าสู่ตอนในของประเทศไปแล้ว จึงได้รายงานให้ พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข  ผบช.ปส. ทราบ และ พล.ต.ท.สมหมายฯ ได้สั่งการให้จัดชุดปฏิบัติการ ร่วมกับ ภ.จว.ตาก ออกติดตามหากลุ่มผู้ลำเลียงยาเสพติดดังกล่าว และจากการติดตามตรวจสอบพบว่ากลุ่มผู้ลำเลียงยาเสพติดได้ซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ป่าเขาของ อ.สามเงา จว.ตาก และได้เริ่มเคลื่อนตัวออกมาใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 เมื่อเวลาประมาณ 19.30 น.ของวันเดียวกัน ทิศทางผ่าน อ.เมือง จว.ตาก เข้าสู่ จว.กำแพงเพชร  และเมื่อรถนำทางมาถึงด่านตรวจ สภ.ทรงธรรม จว.กำแพงเพชร จึงได้ทำการจับกุมตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุข้างต้นจึงได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 5 คน  พร้อมด้วยของกลาง  ส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส.ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
 
และ คดีที่ 6 เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2560 เวลาประมาณ 19.15 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปส.3 นำโดย พล.ต.ต.วุฒิพงศ์               เพ็ชรกำเหนิด ผบก.ปส.3 , พ.ต.อ.โกวิทย์ศุกรเสพย์ , พ.ต.อ.อดิศ  เจริญสวัสดิ์ , พ.ต.อ.ทินกร  รังมาตย์ , พ.ต.อ.ณัทณพงศ์  หลิ่มวิรัตน์ รอง ผบก.ปส.3 , พ.ต.อ.อิทธิพล  จันทร์ศรีบุตร ผกก.2 บก.ปส.3 ได้ร่วมกันทำการจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 8 คน (1.) นายสง่า วารักดี อายุ 50ปี  ที่อยู่ 45 ม.2 ต.คลองเกตุ อ.โคกสำโรง จว.ลพบุรี (2.) นางนิยม วารักดี อายุ 50ปี  ที่อยู่ 45 ม.2 ต.คลองเกตุ อ.โคกสำโรง จว.ลพบุรี (3.) นายกันตภณ นุกุลพงษ์ อายุ 47ปี  ที่อยู่ 25 ม.4 ต.หนองบัวน้อย อ.สีคิ้ว จว.นครราชสีมา (4.) น.ส.น้ำตาล เตียวเจริญ อายุ 24 ปี ที่อยู่ 45 ม.11 ต.วังท่าช้าง อ.กบินทร์บุรี จว.ปราจีนบุรี (5.) น.ส.ลดาวัลย์ตรวจมรรคา อายุ 41ปี ที่อยู่ 761/11 แขวง/เขตหนองแขม กทม. (6.) นายศิระ เฟื่องชูนุช อายุ 45 ปี ที่อยู่ 847/18 แขวง/เขตบางบอน กทม. (7.) นายเจตน์จันทระ อายุ 46 ปี (เสียชีวิต) อยู่ 58/1 ม.6 ต.เสม็ดเหนือ อ.บางคล้า จว.ฉะเชิงเทรา (8.) นายเกษม วงศ์เจริญ อายุ 26 ปี (เสียชีวิต) ของกลาง  ยาบ้าประมาณ จำนวน 751,200 เม็ด,  ไอซ์ น้ำหนักประมาณ 663 กรัม, รถยนต์ จำนวน 5 คัน,โทรศัพท์มือถือ จำนวน 12 เครื่อง,  อาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุนปืน จำนวน 2 กระบอก
 
เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปส.3 ได้ร่วมกันทำการสืบสวน ติดตามพฤติการณ์การค้า           ยาเสพติด ของกลุ่มนายสง่า วารักดี กับพวก กระทั่งตามวันเวลาเกิดเหตุ ขณะติดตามมีพฤติการณ์ อยู่บ้านเช่า หมู่บ้านพฤกษา อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา พบกลุ่มผู้ต้องหา กับพวก ใช้รถยนต์หลายคัน เป็นพาหนะ เข้าออกบ้านดังกล่าว เชื่อว่าพากันนำยาเสพติด แยกย้ายออกจากบ้านพัก เพื่อส่งให้ลูกค้า ตามข้อมูลที่ได้สืบสวนมา จึงทำการตรวจค้น จับกุมตัว  ผู้ต้องหา ที่ 1-6 พร้อมยาบ้า ของกลาง 
 
ต่อมาทำการขยายผล ไปจับกุม นายเจตน์จันทระ (ผู้ต้องหาที่ 7) กับชายไทย ไม่ทราบชื่อ (ผู้ต้องหาที่ 8) ซึ่งเป็นลูกค้าที่สั่งซื้อยาบ้า จำนวน 40,000 เม็ด แต่ทั้งสอง ได้ยิงต่อสู้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นเหตุให้ชุดจับกุมยิงป้องกันตัว ทำให้นายเจตน์ฯ และชายไทยไม่ทราบชื่อเสียชีวิต  นอกจากนี้ผู้ต้องหาที่ 1 รับว่ามียาบ้าซุกซ่อนอยู่ภายในช่องลับใต้พื้นรถกระบะที่จอดในบ้านเกิดเหตุ จำนวน 137,200 เม็ด และไอซ์ 365 กรัม และผู้ต้องที่ 3 นำค้นบ้านเลขที่ 102/53 หมู่บ้านพฤกษาการ์เด้นโฮม จว.นนทบุรี พบไอซ์ 298 กรัม จึงนำตัวผู้ต้องหาที่ 1-6 พร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. ดำเนินคดีตามกฎหมาย

Share this: