ตร.ท่องเที่ยว จับบริษัททัวร์เถื่อน หลอกขายแพคเกจทัวร์เกาะหลีเป๊ะ เสียหาย กว่า 10 ล้านบาท

16 เม.ย. 2561 | 13:36:09
วันที่ 16 เมษายน 2561 พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (รอง ผบช.ทท.) แถลงผลการจับกุมพนักงานบริษัทไทยอัลฟ่า อันดามัน จำกัด บริษัทนำเที่ยวชื่อดัง จำนวน 6 คน ประกอบด้วย นางสาวธัญญรัศม์ สายสังวาล, นางสาวณวนัส โพธิ์สุข, นางสาวขวัญฤทัย มนต์แก้ว, นางสาวสถาพร ทองพรหม,  นางสาวธนิภา กัณหาชาติ และ นางสาวมลฑาทิพย์ พลอยประภัสมุข ตามหมายจับศาลจังหวัดสตูล ใน 4 ข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน  ร่วมกันโฆษณาโดยเจตนาก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญของการให้บริการ ไม่ว่าจะเป็นของตน หรือของผู้อื่น โฆษณา อันเป็นเท็จ หรือข้อความที่ควรรู้ หรือรู้อยู่แล้ว ว่าอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด  ร่วมกันประกอบธุรกิจนำเที่ยว กระทำการใดอันก่อให้เกิดความเสียหายแก่อุตสาหกรรมท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยว หรือนักท่องเที่ยว ร่วมกันไม่ปฏิบัติตามโฆษณา หรือ ชวนเชื่อเกี่ยวกับรายการนำเที่ยว


 
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (รอง ผบช.ทท.)  เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้มีนักท่องเที่ยวไทย จำนวน 44 คน ไปท่องเที่ยวที่เกาะหลีเป๊ะ ตามแพคเกจทัวร์ที่ซื้อไว้กับบริษัทดังกล่าว เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2561 แต่ไม่สามารถท่องเที่ยวได้ตามที่กำหนดไว้ จึงเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เกาะหลีเป๊ะ ต่อมามีนักท่องเที่ยวกว่า 400 คน รวมตัวกันเข้าร้องเรียนต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามกระทำความผิดเกี่ยวกับผู้บริโภค หรือ ปคบ. หลังพบว่า แพคเก็จทัวร์ที่ซื้อไว้ไม่สามารถท่องเที่ยวได้จริง อีกทั้งบริษัทฯ ได้ปิดตัวลงไม่สามารถติดต่อได้
 
จากการสืบสวน พบว่า  บริษัทฯดังกล่าว มีนายถาวร ไกรแก้ว และนายประทีป แก้วนนท์ เป็นผู้จัดตั้งและบริหารบริษัทฯ มีการประกาศขายแพคเกจทัวร์ทางเฟสบุ๊ค และแอปพลิเคชั่นไลน์ โฆษณาชักชวนขายถูกกว่า บริษัทอื่นๆ มีระยะเวลาใช้บริการยาวนานถึง 2 ปี และจัดโปรโมชั่น ซื้อ 1 แถม 1 ทำให้ประชาชนหลงเชื่อจำนวนมาก พบมีเงินไหลเวียนในบริษัทกว่า 10 ล้านบาท ต่อมาวันที่ 23 มีนาคม 2561 ก่อนนักท่องเที่ยวชุดแรก 44 คน จะเข้าแจ้งความเพียง 1 วัน นายประทีป ได้หอบเงินปิดบริษัทฯ หลบหนี ลอยแพลูกค้ากว่า 1,600 คน สำหรับนายถาวรถูกตำรวจจับกุมตัวได้แล้วแต่ นายประทีปยังอยู่ระหว่างการหลบหนี
 
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์  กล่าวว่า  การซื้อขายแพคเกจทัวร์ราคาถูก ประชาชนผู้ซื้อต้องตรวจสอบอย่างละเอียด และไม่ควรเห็นแก่ของราคาถูก มากจนเกินไป ควรเปรียบเทียบ ศึกษาราคากับบริษัทอื่นในท้องตลาดด้วย อีกทั้งการจัดโปรโมชั่นและระยะเวลาใช้บริการที่ยาวนานผิดปกติ พบเกิดคดีมาแล้วหลายครั้งก่อนหน้านี้เคยเปิดบริษัทภูพระนาง ที่จังหวัดกระบี่ และมีหมายจับติดตัวหลายหมายแต่มาก่อคดีซ้ำอีก พร้อมฝากถึงนายประทีปให้รีบมอบตัวตำรวจให้เวลาเพียง 7 วันก่อนจะเข้าจับกุม
 
ขณะเดียวกัน ขอเตือนผู้ประกอบการอย่าใช้วิธีการแบบนี้มาฉ้อโกงประชาชน เพราะยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ตำรวจและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ไม่ปล่อยให้ประกอบกิจการที่ทำลายการท่องเที่ยวของประเทศชาติโดยเด็ดขาด

Share this: