ดีเอสไอ บินสำรวจ 5 จุด รอบอุทยานฯ แก่งกระจาน เพชรบุรี พรุ่งนี้ 10 ต.ค. เทียบคำให้การพยาน คดีการหายตัว ‘บิลลี่ – พอละจี รักจงเจริญ”

09 ต.ค. 2562 | 13:58:20
วันที่ 9 ตุลาคม 2562 พันตำรวจเอก ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ  เปิดเผยว่า วันพรุ่งนี้ (10 ต.ค.) ตนพร้อมเจ้าหน้าที่จะขึ้นเฮลิคอปเตอร์ บินสำรวจพื้นที่ทางอากาศ โดยรอบอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี รวม 5 จุด เพื่อพิจารณาประกอบสำนวนคดีฆาตกรรม นายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย ว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ จำเป็นต้องพิสูจน์ทราบเส้นทางเข้า-ออกทุกจุดภายในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เพื่อตรวจสอบเปรียบเทียบกับคำให้การของพยาน ว่า ข้อเท็จจริงในทุกจุดจะหยิบมาเป็นประเด็นต่อสู้ในทางคดีได้ทั้งหมด แต่จะยังไม่สรุปสำนวนการสอบสวน
 
พันตำรวจเอก ไพสิฐ กล่าวว่า หลังบินสำรวจรอบอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ทั้ง 5 จุด เพื่อนำมาประกอบกับการจำลองเหตุฆาตกรรมภาคพื้นดิน กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ยังต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ชิ้นส่วนกระดูก อีก 8 ชิ้น ของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ แม้ว่า ทราบผลพิสูจน์ว่า เจ้าของชิ้นส่วนกระดูก มี ดีเอ็นเอ ไมโทรเคนเดีย ตรงกับนางโพเราะจี รักจงเจริญ แม่ของ นายบิลลี่ แต่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ต้องการตรวจพิสูจน์ให้ได้ผลชัดเจน เพื่อระบุตัวตนของผู้ตายให้ได้เพื่อไม่ให้มีช่องโหว่ทางคดี
 
มีรายงานข่าวระบุว่า พยาน 20 ปากที่เรียกสอบเพิ่มเติม ได้แก่ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนในพื้นที่เกิดเหตุ รวมถึง พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 2 ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง กรณีเจ้าหน้าที่อุทยานฯ กับพวก ไม่เปรียบเทียบปรับและไม่นำตัว นายบิลลี่ ซึ่งทำความผิดฐานลักลอบเก็บน้ำผึ้งป่า ส่งพนักงานสอบสวน สภ.แก่งกระจาน ผลการสอบสวนของ ป.ป.ท. เป็นไปในทิศทางตรงกันข้ามกับ กรมอุทยานฯ ต้นสังกัด ที่เห็นว่า เจ้าหน้าที่อุทยานฯ กระทำผิดเพียงเล็กน้อยให้ลงโทษวินัยทั่วไป  มีการใช้อำนาจที่โยงใยกับภาคราชการปกปิดคดี ทั้งนี้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ปปท. รายงานผลไปยัง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ  ปปช. และส่งต่อมาให้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เมื่อวันที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมา มีความขัดแย้งกับผลการรวบรวมหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์
 
ผู้สื่อข่าวรายงาน อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ กล่าวยืนยันว่า คดีมีความคืบหน้าไปกว่า ร้อยละ 80 มีการเรียกสอบพยานที่เกี่ยวข้อง และทำคดีโดยใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์เข้าช่วยเหลือ หลายประเด็น ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายที่กล่าวหา และถูกกล่าวหา ให้ได้ข้อเท็จจริงที่นำไปสู่ข้อสรุปอย่างสิ้นสงสัยว่า บุคคลใดเป็นผู้กระทำความผิด และทุกฝ่ายได้รับความยุติธรรอย่างแท้จริง

Share this: