ข้อแนะนำในการขับรถเวลากลางคืน

30 ธ.ค. 2559 | 06:15:49

กับการขับขี่ในขณะที่ไร้แสงอาทิตย์ของยามค่ำคืนนั้น บางคนก็อาจจะไม่ชอบเอาเสียเลย ซึ่งส่วนใหญ่มักจะมีสาเหตุจากการที่สายตาไม่ค่อยจะสู้แสงไฟนัก หรือไม่ก็กลัวสภาพเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย ในขณะที่บางคนกลับชอบซะงั้น แต่ส่วนใหญ่จะเป็นการเดินทางไกลซะมากกว่าโดยให้เหตุผลว่ามันสบายตากว่าขับตอนกลางวัน, ถนนโล่งกว่า และไม่ร้อนนั่นเองครับ

สำหรับการใช้งานในเมืองคงไม่เท่าไหร่ เพราะระบบส่องสว่างข้างทางค่อนข้างคับคั่ง แต่กับการที่เดินทางไกลในยามค่ำคืน ก็จะต้องเตรียมความพร้อมเพิ่มขึ้นอีกนิดอันดับแรกเลยก็คือระบบส่องสว่างที่จะต้องติดครบ โดยเฉพาะกับไฟคู่หน้าที่ห้ามขาดห้ามเสียเด็ดขาดเลยล่ะครับ ที่เหลือก็แค่

ไม่ฝืนขับ หากง่วงหรือเพลีย หากรู้สึกว่าง่วงหรือเพลียก็ควรที่จะแวะหาตัวช่วยอย่างกาแฟเพื่อให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่าขึ้น ตามมาด้วยการเปิดเพลงให้ดังขึ้นอีกนิด พร้อมกับแง้มกระจกลงเล็กน้อย เพื่อให้อากาศภายนอกได้พัดผ่าน ซึ่งก็พอจะช่วยลดอาการง่วงหงาวหาวนอนได้บ้าง แต่ในกรณีที่รู้ตัวว่าไม่ไหวจริงๆ (ในกรณีที่อยู่กลางทางแล้ว) ก็ควรจอดพักในบริเวณที่ที่ปลอดภัย (แนะนำสถานีตำรวจ) เพื่องีบเล็กๆ ซักครู่ จนร่างกายได้พักผ่อนพอประมาณแล้วค่อยขับเคลื่อนต่อ แต่ “นาย T” ว่าวิธีที่ดีที่สุด ก็คือพักผ่อนให้เต็มที่ หากรู้ว่าต้องเดินทางในยามค่ำคืนครับ

มารยาทในการใช้ไฟสูง ในกรณีที่ไม่มีเพื่อนร่วมทางอยู่ด้านหน้าหรือวิ่งสวนมาการเปิดไฟสูงจะช่วยเพิ่มทัศนวิสัยให้เราได้เห็นไกลขึ้น แต่เมื่อใดที่เริ่มมองเห็นรถคันหน้าหรือจากรถที่กำลังจะสวนมาล่ะก็ ต้องเปลี่ยนเป็นไฟต่ำในทันทีครับ เพราะลำแสงของไฟสูงนั้นก็จะไปรบกวนการมองเห็นของรถคันอื่นนั่นเองครับ ก็ทีคุณยังไม่ชอบให้ใครมาเปิดไฟสูงใส่เลย คนอื่นเค้าก็เป็นเหมือนกันแหละครับ

ขับให้ช้ากว่าความเร็วที่ขับในตอนกลางวัน หากเป็นเส้นทางที่ไม่คุ้นเคยก็ควรที่จะใช้ความเร็วไม่เกินไปจากความเร็วที่ระบุไว้ตามป้ายจำกัดความเร็ว ณ บริเวณนั้นๆ รวมไปถึงการหมั่นสังเกตุที่ป้ายเตือนต่างๆ ตลอดการเดินทาง โดยเฉพาะกับป้ายระบุเส้นทางรูปแบบต่างๆ ทั้งโค้ง, ถนนต่างระดับ, ทางเบี่ยง ฯลฯ เพื่อที่จะให้สามารถรับมือกับทุกรูปแบบของเส้นทางเบื้องหน้าได้อย่างทันท่วงทียังไงล่ะครับ

เบนสายตาจากแสงไฟจากรถคันอื่น เพราะแสงไฟที่จะตกกระทบยังกระจกมองข้างหรือแม้แต่กระจกมองหลัง จะทำให้ตาคุณพร่าไปชั่วขณะ ให้มองไปที่เส้นทางเบื้องหน้าหรือเส้นแบ่งช่องจราจรเป็นหลัก เพื่อทำให้สามารถประคองรถอยู่ในช่องทางได้ตลอดเวลา รวมถึงพยายามเคลื่อนย้ายสายตา จากด้านหนึ่งไปยังอีกด้านเพื่อป้องกันอาการ Highwat Hypnosis (อาการหลับใน) นั่นเองครับ

รู้จุดหมาย ถ้าเป็นเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย ให้พยายามเริ่มออกเดินทางตั้งแต่ตอนกลางวัน เพราะอย่างน้อยๆ ทัศนวิสัยในการมองยังไงก็ดีกว่า ซึ่งก็จะช่วยป้องกันในการหลงทางได้บ้าง อย่างน้อยก็ดีกว่าไปงมตอนค่ำล่ะ
มั่นใจแล้วหรือยังว่ารถนั้นพร้อมสำหรับทริปไกลๆ ที่ต้องให้ความสำคัญไม่แพ้เครื่องยนต์และระบบอื่นๆ ก็คือกระจกบังลมหน้า – หลังและบานข้าง (ทั้งด้านนอกและใน) เพราะในยามที่ค่อนข้างอับแสงนั้น คราบสกปรกที่ดูเล็กน้อยในตอนกลางวันจะมีผลต่อการมองเห็นมากขึ้นในตอนกลางคืนครับ ซึ่งก็รวมไปถึงความสะอาดของโคมไฟหน้าด้วยครับ

ไม่ว่าจะตอนกลางวันหรือกลางคืน ที่ต้องระลึกไว้เสมอก็คือ ตั้งอยู่ในความไม่ประมาทครับ ยิ่งกับเส้นทางที่ต่างจังหวัดยามค่ำคืนของบ้านเราด้วยแล้ว หูตาต้องไวเป็นพิเศษเลยล่ะครับ เพราะมีทั้งวิ่งสวนทาง, ไฟหน้า-ท้ายไม่มี และที่แย่ยิ่งกว่านั้นคือไม่ปฏิบัติตามกฎจราจรนี่ยังมีให้เห็นอยู่เลยล่ะครับ อันนี้ก็ไม่ได้ว่าทุกคนนะ

       ครับเพียงแต่ออกต่างจังหวัดกี่รอบก็จะเจอมันทุกรอบเลยอ่ะครับ เพราะฉะนั้นนอกจากต้องระวังรถของตนเองแล้ว ต้องหูตาไวสำหรับเพื่อนร่วมทางด้วยล่ะครับ

บทความจาก etoyota club
 
Share this: