ขนส่งทางบกแนะ "ทำใบขับขี่ไม่ใช่เรื่องยาก"

14 มี.ค. 2561 | 14:42:18
หลังจากเตรียมเอกสารสำหรับขอทำใบขับขี่ ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริง และใบรับรองแพทย์ตามแบบที่แพทยสภารับรอง (ดูตัวอย่างใบรับรองแพทย์ https://gnews.apps.go.th/news?news=13942) วันนี้!!! กรมการขนส่งทางบกแนะนำช่องทางในการทำขับขี่ ดังนี้
 
1.จองคิวออนไลน์
สำหรับที่ต้องการอบรม กับ สำนักงานขนส่งในกรุงเทพมหานคร จองคิวอบรมภาคทฤษฎีล่วงหน้าได้ ผ่านทางเว็บไซต์!!! http://ebooking.dlt.go.th/ebooking/ รองรับทั้งใบอนุญาตขับรถยนต์, รถจักรยานยนต์ ทั้งผู้ที่ไม่เคยได้รับใบอนุญาตมาก่อน และผู้ที่ใบอนุญาตขับรถขาดต่อเกิน 1 ปี และเกิน 3 ปี
 
2.อบรมภาคทฤษฎี กับ สถาบันการศึกษา
กรมการขนส่งทางบก ร่วมกับ สถาบันการศึกษา เปิดหลักสูตรอบรมอบรบภาคทฤษฎี สำหรับสอบใบขับขี่ โดยใช้หลักสูตรเดียวกับกรมการขนส่งทางบก ผู้ที่ผ่านการอบรมกับสถาบันการศึกษาจะได้รับ “ใบรับรองผ่านการอบรม” เพื่อยื่นเป็นหลักฐาน สำหรับเข้า ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย ทดสอบข้อเขียน (E-exam) และทดสอบขับรถ กับกรมการขนส่งทางบกได้ทุกแห่งทั่วประเทศ ดูรายละเอียดที่เว็บไซต์ https://www.dlt.go.th/site/ltsb/m-news/3937/view.php…
 
3.โรงเรียนการขนส่ง 
กรมการขนส่งทางบกเปิดสูตรการฝึกหัดขับรถยนต์ โดยเปิดสอนทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ สถานที่เปิดสอนหลักสูตร ณ อาคาร 8 กรมการขนส่งทางบก โทร. 0-2271-8626 ดูรายละเอียดได้ที่ https://www.dlt.go.th/th/driving-school/
 
4.โรงเรียนสอนขับรถเอกชน
กรมการขนส่งทางบก ให้การรับรองโรงเรียนสอนขับรถเอกชนหลายแห่ง ที่มีมาตรฐานการดำเนินการตามที่กำหนด ผู้สนใจสามารถเรียนขับรถแล้ว อบรมต่อได้เลย ประหยัดเวลา ไม่ต้องจองคิว โดยมีโรงเรียนสอนขับรถเอกชนจัดตั้งกระจายทั่วประเทศ ตรวจสอบรายชื่อได้ที่ https://www.dlt.go.th/site/ltsb/m-news/3937/view.php… หรือ สำนักงานขนส่งจังหวัดที่โรงเรียนสอนขับรถตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ หรือ กลุ่มมาตรฐานใบอนุญาตและโรงเรียนสอนขับรถ กรมการขนส่งทางบก 0 2271 8622-3
 
5.อบรมเสริมความรู้ วันเสาร์-อาทิตย์
กรมการขนส่งทางบก จัดโครงการอบรมเสริมความรู้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ ในวันเสาร์และอาทิตย์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย โดยมีเอกชนร่วมสนับสนุนการนักขับรถปลอดภัย สถานที่อบรมจัดกันที่ กรมการขนส่งทางบก จตุจักร อาคาร 4 ชั้น 3 สามารถสมัครร่วมโครงการฯ ได้กับภาคเอกชนใจดีได้โดย รายละเอียดที่ https://www.dlt.go.th/th/infographic/view.php?_did=1959
 
หรือจะเดินทางไปที่สำนักงานขนส่งใกล้บ้านก็ได้เหมือนกัน แต่เพื่อความรวดเร็วแนะนำให้โทรสอบถาม หรือจองคิวไว้ก่อน จะสะดวกกว่า 

Share this: