กองปราบ รวบ ‘สามี-ภรรยา’ อ้างเป็น จนท. ป.ป.ช. ตุ๋น! เงินช่วยเหลือคดีตรวจสอบทรัพย์ ผู้บริหารหน่วยงาน กว่า 30 ราย

15 พ.ค. 2562 | 15:34:41
วันที่ 15 พฤษภาคม 2562  ที่ กองปราบปราม พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก. 2 บก.ป., พ.ต.ต.เอกพล ปัญจมานนท์ สว.กก.2 บก.ป. พร้อมด้วย นายสุทธิ บุญมี ผอ.สำนักกิจการสืบสวนและกิจการพิเศษ ป.ป.ช. ร่วมแถลงผลจับกุม นายแก้ว ประสมผล อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 36 ซอยร่วมพัฒนา ถนนตากวน-หาดทรายทอง ต.มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง ตามหมายจับศาลจังหวัดนางรอง ที่ จ144/2559 ลง 5 กันยายน 2559 ข้อหา “ร่วมกันแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานและกระทำตนเป็นเจ้าพนักงานโดยตนเองมิได้เป็นเจ้าพนักงานที่มีอำนาจกระทำการนั้น และหมิ่นประมาท” และ นางอรุณรัตน์ วังพรม อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34 ม.9 ต.นาดี อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ 99/2561 ลง 8 กุมภาพันธ์ 2561 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกง โดยแสดงตนเป็นคนอื่น" โดยสามารถจับกุมทั้งคู่ได้ที่บริเวณหลังบ้านเช่าไม่มีเลขที่ หมู่ 7 ต.มะเริง อ.เมือง จ.นครราชสีมา
 
พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก. 2 บก.ป. เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ซึ่งเป็นสามี ภรรยากันนั้น ได้มีพฤติการณ์สุ่มโทรศัพท์ไปยังผู้บริหารองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ผู้บริหารโรงเรียนทั่วประเทศ ก่อนอ้างว่าผู้บริหารคนดังกล่าวมีคดีหรือถูกตรวจสอบทรัพย์สิน ขณะนี้เรื่องอยู่ที่ ป.ป.ช. โดยอ้างชื่อกรรมการ ป.ป.ช. รวมถึงอ้างตนด้วยว่าเป็นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. หรืออนุกรรมการไต่สวนของ ป.ป.ช. ที่สามารถให้ความช่วยเหลือทางคดีได้ จนทำให้มีผู้บริหารท้องถิ่นหลายแห่งหลงเชื่อยอมโอนเงินให้ผู้ต้องหา ตั้งแต่ 20,000 ถึง 200,000 บาท
 
ทั้งนี้ พบว่า เงินโอนเข้าบัญชีผู้ต้องหาไม่ต่ำกว่าเดือนละ 1 ล้านบาท รวมค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกว่า 5 ล้านบาท

จากการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ให้การรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุดังกล่าวจริง เนื่องจากต้องการเงินไปเล่นการพนัน และนำไปเป็นค่าใช้จ่ายในการดูแลและรับประทานอาหารกับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ผู้ต้องหาทั้งสองต้องการเข้าไปตีสนิทด้วยเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับตนเองไว้ใช้ในการหลอกลวงเหยื่อ

ด้านนายสุทธิ บุญมี ผอ.สำนักกิจการสืบสวนและกิจการพิเศษ ป.ป.ช. กล่าวว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนเริ่มต้นก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวตั้งแต่เมื่อเดือนสิงหาคมปี 2558 กระทั่งก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่สามารถสืบสวนจับกุมตัวนายแก้ว ได้แล้ว 1 ครั้ง ก่อนดำเนินการตามกฎหมาย แต่นายแก้ว ได้ยื่นขอรับการปล่อยตัวชั่วคราวก่อนอาศัยช่วงเวลาดังกล่าวหลบหนี และออกมาก่อเหตุซ้ำอีก สำหรับพฤติการณ์ก่อเหตุของนายแก้ว จะหาข้อมูลทางคดีของผู้เสียหายซึ่งถูกเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์หน่วยงานตามที่กฎหมายกำหนดให้เปิดเผยไว้ โดยค้นหารายชื่อที่ถูกนำเสนอในข่าว ซึ่งคนร้ายจะเลือกผู้เสียหายในกลุ่มที่อยู่ระหว่างชี้มูลความผิด ก่อนจะสืบหาขั้นตอนการทำงานของ ป.ป.ช.และโทรศัพท์ติดต่อไปยังเหยื่อ พร้อมอธิบายขั้นตอนการไต่สวนของ ป.ป.ช. และเสนอตัวว่าสามารถช่วยเหลือทางคดีได้ จนผู้เสียหายหลงเชื่อ
 
จากนั้นคนร้ายจะให้เหยื่อ โอนเงินค่าวิ่งเต้นคดีผ่านทางบัญชีธนาคารที่คนร้ายจ้างเปิดมาเท่านั้น โดยไม่รับเป็นเงินสดเนื่องจากคนร้ายเรียนรู้จากความผิดพลาดหลังถูกจับกุมครั้งแรก จากการตรวจสอบ พบว่า มีการโอนเงินครั้งละตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท ตามแต่ความผิดของเหยื่อ รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 30 ราย ซึ่งแนวทางการสืบสวนเชื่อว่า คนร้ายยังมีเครือข่ายอื่นอีก จึงขอให้ประชาชนเฝ้าระวังอย่าหลงเชื่อ ยืนยันว่า ป.ป.ช.ไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานเรียกรับผลประโยชน์ช่วยเหลือคดีหากพบจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ส่วนประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสความผิดได้ที่สายด่วน 1205
 
อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบประวัติของผู้ต้องหาทั้ง 2 คน พบว่า ตัวนายแก้ว ผู้เป็นสามีนั้นมีหมายจับในคดีลักษณะดังกล่าวตามพื้นที่ต่างๆ นั้นติดตัวอยู่ถึง 10 หมายจับ ส่วนนางอรุณรัตน์ มีคดีในลักษณะดังกล่าวติดตัว 1 คดี โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับแก่นายแก้ว ก่อนนำตัวส่ง สภ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ส่วน นางอรุณรัตน์ นำตัวส่ง สภ.แม่โจ้ จ.เชียงใหม่ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Share this: